ช้างศึก ไล่ถลุงฟิจิ 3-0 ทะลุเข้ารอบชิง ลุ้นป้องกันแชมป์คิงส์คัพ

4.09.25 | 21:53 น.

ช้างศึก ไล่ถลุงฟิจิ 3-0 ทะลุเข้ารอบชิง ลุ้นป้องกันแชมป์คิงส์คัพ

“ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดใหญ่ อันดับ 102 ของโลก ลงสนามไล่ถลุงเอาชนะ ฟิจิ ทีมอันดับ 150 ของโลก ด้วยสกอร์ 3-0 ในการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 51 รอบรองชนะเลิศ ที่สนามกีฬากลางจังหวัดกาญจนบุรี (สนามกลีบบัว) จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 4 กันยายน ท่ามกลางแฟนบอลที่เข้ามาชมเกมในสนามเต็มความจุกว่า 12,545 คน

สำหรับทีมชาติไทย เป็นแชมป์เก่า และเจ้าของแชมป์ 16 สมัย โดยครั้งนี้ มาซาทาดะ อิชิอิ กุนซือชาวญี่ปุ่นนำทัพช้างศึกป้องกันแชมป์ หลังจากปีก่อนที่ จ.สงขลา อิชิอิ พาทีมไทยคว้าแชมป์มาครองได้

แมตช์นี้ มาซาทาดะ อิชิอิ จัดทัพ 11 ผู้เล่นตัวจริงทีมชาติไทย ลงสนาม ประกอบด้วย ผู้รักษาประตู สรานนท์ อนุอินทร์ / กองหลัง สุพรรณ ทองสงค์, ณัฐพงษ์ สายริยา, สันติภาพ จันทร์หง่อม, อภิสิทธิ์ โสรฎา / กองกลาง พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี (กัปตันทีม), ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, เบนจามิน เดวิส / แนวรุกมี เอกนิษฐ์ ปัญญา, ธีรศักดิ์ เผยพิมาย และปรเมศย์ อาจวิไล ร่วมกันประสานงานไล่ล่าตาข่าย

ขณะที่ทีมชาติฟิตินั้น เคยคว้าอันดับ 3 ของศึกฟุตบอลชิงแชมป์ระดับทวีปโอเชียเนีย รายการ โอเอฟซี เนชั่นส์คัพ มาแล้ว 2 ครั้ง โดยเพิ่งมีการเปลี่ยนแปลงโค้ชจาก ร็อบ เชอร์แมน มาเป็น ราตู มาริกา โรดู ซึ่งทีมชุดนี้มีดาวเด่นคือ เตวิตา เวเรไนวาลู กัปตันทีม แถมยังมี เวลานี่ ราโซเรวา ดาวเตะวัย 17 ปีที่น่าจับตามองหลังติดทีมชาติฟิจิ ชุดใหญ่ครั้งแรก

Advertisement

เกมครึ่งแรกทีมชาติไทยเปิดฉากบุกแหลก และพังประตูขึ้นนำได้สำเร็จในนาทีที่ 11 จากจังหวะที่ เอกนิษฐ์ ปัญญา หลุดไปถึงสุดเส้นหลัง ก่อนจ่ายบอลมาให้ เบนจามิน เดวิส ได้ยิงด้วยขวาในกรอบเขตโทษเข้าไปเป็นประตูที่ 5 ของดาวเตะลูกครึ่งไทย-อังกฤษวัย 24 ปีรายนี้ในนามทีมชาติไทยจากการลงสนามเป็นนัดที่ 9 เท่านั้น

ถัดมานาทีที่ 17 ทัพช้างศึกขยับสกอร์หนีห่างเป็น 2-0 เอกนิษฐ์ ปัญญา ตักบอลเข้าเขตโทษให้ ปรเมศย์ อาจวิไล แปบอลต่อให้ ธีรศักดิ์ เผยพิมาย พุ่งชาร์จบอลเข้าไปตุงตาข่าย จากนั้นทีมชาติไทยพยายามครองบอลบุกใส่ แต่ยังจบสกอร์ไม่เฉียบคมพอ ทำให้หมดครึ่งแรกทีมชาติไทยนำอยู่ 2-0

เข้าสู่เกมในครึ่งหลังเริ่มได้ไม่ถึง 2 นาที ปรเมศย์ อาจวิไล ทำชิ่งกับ เบนจามิน เดวิส ก่อนได้บอลหลุดเข้าเขตโทษและแต่งบอลหนึ่งจังหวะแล้วเอียงตัวตะบันเข้าไปตุงตาข่ายอย่างสวยงามช่วยให้ทีมชาติไทยหนีห่างไปเป็น 3-0 และเป็นประตูที่ 4 ในนามทีมชาติของ ปรเมศย์ อาจวิไล อีกด้วย

จากนั้น มาซาทาดะ อิชิอิ เปลี่ยนตัวสำรองส่ง วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ, เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ และสุภโชค สารชาติ รวมทั้ง ศุภชัย ใจเด็ด ลงมาสนามเพิ่มมิติในแนวรุก โดยมีโอกาสได้ยิงจาก เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ ถึง 4 ครั้ง แต่บอลหลุดกรอบออไปอย่างน่าเสียดาย ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม ทีมชาติไทย เอาชนะ ฟิจิ 3-0 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปลุ้นป้องกันแชมป์

สำหรับในรอบชิงชนะเลิศ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย จะเข้าไปเจอกับ ทีมชาติอิรัก ที่รอบตัดเชือกแซงเอาชนะ ทีมชาติฮ่องกง 2-1 โดยรอบชิงชนะเลิศ ระหว่างทีมชาติไทย พบ อิรัก จะแข่งขันในวันที่ 7 กันยายน เวลา 20.00 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง 32, BG SPORTS และ True Visions Now