ช้างศึก ไล่ถลุงฟิจิ 3-0 ทะลุเข้ารอบชิง ลุ้นป้องกันแชมป์คิงส์คัพ
“ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดใหญ่ อันดับ 102 ของโลก ลงสนามไล่ถลุงเอาชนะ ฟิจิ ทีมอันดับ 150 ของโลก ด้วยสกอร์ 3-0 ในการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน “คิงส์คัพ” ครั้งที่ 51 รอบรองชนะเลิศ ที่สนามกีฬากลางจังหวัดกาญจนบุรี (สนามกลีบบัว) จ.กาญจนบุรี เมื่อวันที่ 4 กันยายน ท่ามกลางแฟนบอลที่เข้ามาชมเกมในสนามเต็มความจุกว่า 12,545 คน
สำหรับทีมชาติไทย เป็นแชมป์เก่า และเจ้าของแชมป์ 16 สมัย โดยครั้งนี้ มาซาทาดะ อิชิอิ กุนซือชาวญี่ปุ่นนำทัพช้างศึกป้องกันแชมป์ หลังจากปีก่อนที่ จ.สงขลา อิชิอิ พาทีมไทยคว้าแชมป์มาครองได้
แมตช์นี้ มาซาทาดะ อิชิอิ จัดทัพ 11 ผู้เล่นตัวจริงทีมชาติไทย ลงสนาม ประกอบด้วย ผู้รักษาประตู สรานนท์ อนุอินทร์ / กองหลัง สุพรรณ ทองสงค์, ณัฐพงษ์ สายริยา, สันติภาพ จันทร์หง่อม, อภิสิทธิ์ โสรฎา / กองกลาง พีรดนย์ ฉ่ำรัศมี (กัปตันทีม), ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, เบนจามิน เดวิส / แนวรุกมี เอกนิษฐ์ ปัญญา, ธีรศักดิ์ เผยพิมาย และปรเมศย์ อาจวิไล ร่วมกันประสานงานไล่ล่าตาข่าย
ขณะที่ทีมชาติฟิตินั้น เคยคว้าอันดับ 3 ของศึกฟุตบอลชิงแชมป์ระดับทวีปโอเชียเนีย รายการ โอเอฟซี เนชั่นส์คัพ มาแล้ว 2 ครั้ง โดยเพิ่งมีการเปลี่ยนแปลงโค้ชจาก ร็อบ เชอร์แมน มาเป็น ราตู มาริกา โรดู ซึ่งทีมชุดนี้มีดาวเด่นคือ เตวิตา เวเรไนวาลู กัปตันทีม แถมยังมี เวลานี่ ราโซเรวา ดาวเตะวัย 17 ปีที่น่าจับตามองหลังติดทีมชาติฟิจิ ชุดใหญ่ครั้งแรก
เกมครึ่งแรกทีมชาติไทยเปิดฉากบุกแหลก และพังประตูขึ้นนำได้สำเร็จในนาทีที่ 11 จากจังหวะที่ เอกนิษฐ์ ปัญญา หลุดไปถึงสุดเส้นหลัง ก่อนจ่ายบอลมาให้ เบนจามิน เดวิส ได้ยิงด้วยขวาในกรอบเขตโทษเข้าไปเป็นประตูที่ 5 ของดาวเตะลูกครึ่งไทย-อังกฤษวัย 24 ปีรายนี้ในนามทีมชาติไทยจากการลงสนามเป็นนัดที่ 9 เท่านั้น
ถัดมานาทีที่ 17 ทัพช้างศึกขยับสกอร์หนีห่างเป็น 2-0 เอกนิษฐ์ ปัญญา ตักบอลเข้าเขตโทษให้ ปรเมศย์ อาจวิไล แปบอลต่อให้ ธีรศักดิ์ เผยพิมาย พุ่งชาร์จบอลเข้าไปตุงตาข่าย จากนั้นทีมชาติไทยพยายามครองบอลบุกใส่ แต่ยังจบสกอร์ไม่เฉียบคมพอ ทำให้หมดครึ่งแรกทีมชาติไทยนำอยู่ 2-0
เข้าสู่เกมในครึ่งหลังเริ่มได้ไม่ถึง 2 นาที ปรเมศย์ อาจวิไล ทำชิ่งกับ เบนจามิน เดวิส ก่อนได้บอลหลุดเข้าเขตโทษและแต่งบอลหนึ่งจังหวะแล้วเอียงตัวตะบันเข้าไปตุงตาข่ายอย่างสวยงามช่วยให้ทีมชาติไทยหนีห่างไปเป็น 3-0 และเป็นประตูที่ 4 ในนามทีมชาติของ ปรเมศย์ อาจวิไล อีกด้วย
จากนั้น มาซาทาดะ อิชิอิ เปลี่ยนตัวสำรองส่ง วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ, เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ และสุภโชค สารชาติ รวมทั้ง ศุภชัย ใจเด็ด ลงมาสนามเพิ่มมิติในแนวรุก โดยมีโอกาสได้ยิงจาก เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ ถึง 4 ครั้ง แต่บอลหลุดกรอบออไปอย่างน่าเสียดาย ช่วงเวลาที่เหลือไม่มีประตูเพิ่มเติม จบเกม ทีมชาติไทย เอาชนะ ฟิจิ 3-0 ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศไปลุ้นป้องกันแชมป์
สำหรับในรอบชิงชนะเลิศ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย จะเข้าไปเจอกับ ทีมชาติอิรัก ที่รอบตัดเชือกแซงเอาชนะ ทีมชาติฮ่องกง 2-1 โดยรอบชิงชนะเลิศ ระหว่างทีมชาติไทย พบ อิรัก จะแข่งขันในวันที่ 7 กันยายน เวลา 20.00 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง 32, BG SPORTS และ True Visions Now







