ข้อมูลก่อนเตะ ‘ช้างศึก’ ทุบหม้อข้าวดวล ‘ไต้หวัน’ ศึกเอเชี่ยนคัพ – เช็กช่องทางชมสดที่นี่

9.10.25 | 16:28 น.

ข้อมูลก่อนเตะ ‘ช้างศึก’ ทุบหม้อข้าวดวล ‘ไต้หวัน’ ศึกเอเชี่ยนคัพ – เช็กช่องทางชมสดที่นี่

เหลือเวลาอีกไม่กี่ชั่วโมง “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลไทย อันดับ 101 ของโลก ภายใต้การคุมทัพของ มาซาทาดะ อิชิอิ กุนซือชาวญี่ปุ่น มีภารกิจใหญ่ทุบหม้อข้าวทำศึกนัดสำคัญพบกับ ทีมชาติไต้หวัน อันดับ 173 ของโลก ในศึกฟุตบอลเอเชี่ยนคัพ 2027 รอบคัดเลือก รอบ 3 กลุ่มดี นัดที่ 3 ที่ราชมังคลากีฬาสถาน คิกออฟกันในเวลา 19.30 น.

ทั้ง 2 ทีมต้องการ 3 คะแนน เพื่อต่อความหวังในการลุ้นเข้ารอบสุดท้าย ศึกเอเชี่ยนคัพ 2027 ที่ประเทศซาอุดีอาระเบีย สำหรับตารางคะแนน เอเชี่ยน คัพ 2027 รอบแบ่งกลุ่ม กลุ่มดี “ช้างศึก” ทีมชาติไทย อยู่อันดับที่ 2 มี 3 คะแนน จากการลงสนาม 2 นัด แบ่งออกเป็น ชนะ 1 เสมอ 0 แพ้ 1 ยิงได้ 2 เสีย 3 ผลต่าง -1 ขณะที่ ทีมชาติไต้หวัน อยู่อันดับ 4 หรือ อั้นดับสุดท้ายของตาราง จากการลงเล่น 2 นัด ชนะ 0 เสมอ 0 แพ้ 2 ยิงได้ 2 เสีย 5 ผลต่าง -3 มี 0 คะแน

ความพร้อมของทีมชาติไทยของกุนซือ มาซาทาดะ อิชิอิ ประกาศรายชื่อครั้งนี้ยังคงจัดเต็มเหมือนเดิม ไม่ว่าจะเป็นแนวรุกทั้ง เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์ (21 นัด/1 ประตู) กับ ชนาธิป สรงกระสินธ์ (72 นัด/14 ประตู) สองมิดฟิลด์จากบีจี ปทุม ยูไนเต็ด, สุภโชค สารชาติ (44 นัด/10 ประตู) ตัวรุกของคอนซาโดเล่ ซัปโปโร และ นิโคลัส มิคเกลสัน (27 นัด/2 ประตู) แบ๊กขวาไว้ใจได้จากเอลเวอร์สแบร์ก

ส่วนไต้หวัน ของกุนซือ ฮวง เช หมิง เรียกตัวติดทัพ นำทัพโดย จอห์น เบนซี่ (5 นัด/1 ประตู) หัวหอกเชื้อชาติเฮติ, เชน เชา อัน (43 นัด/2 ประตู) ดาวยิงมากประสบการณ์วัย 30 ปี, เจ้า หมิง ซื่อ (8 นัด) ห้องเครื่องฝีเท้าดี, คริสโตเฟอร์ ทิ เอ๋า (6 นัด/1 ประตู) แนวรับจากสโมสรนิวยอร์ค ซิตี้ ทู และหวง เชี่ย หลิน (7 นัด) นายทวารกัปตันทีม ซึ่งฟิตสมบูรณ์เตรียมลงบู๊ทั้งหมด

Advertisement

รายชื่อ 11 คนแรกของไทยที่คาดว่าจะถูกส่งลงสนามประกอบด้วย ปฏิวัติ คำไหม, นิโคลัส มิคเกลสัน, สุพรรณ ทองสงค์, โจนาธาร เข็มดี, ศุภนันท์ บุรีรัตน์, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, ชนาธิป สรงกระสินธ์, เบน เดวิส, เจริญศักดิ์ วงษ์กรณ์, สุภโชค สารชาติ และธีรศักดิ์ เผยพิมาย

สถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุด ระหว่าง ทีมชาติไทย กับ ทีมชาติไต้หวัน โดยเกมล่าสุดที่พบกัน คือ เกมอุ่นเครื่องเมื่อปี 2023 ซึ่งทั้งสองทีมเสมอกันไป 2-2 ขณะที่ย้อนกลับไปในการพบกัน ที่สนามราชมังคลากีฬาสถานครั้งล่าสุด คือ เมื่อปี 2015 ทีมชาติไทย เป็นฝ่ายชนะ 4-2 ส่วนสถิติการพบกัน 5 นัดหลังสุด ไทย ชนะ 3 นัด เสมอกัน 1 นัด และ แพ้ 1 นัด

การแข่งขันนัดนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งสำหรับในการเก็บ 3 แต้มเพื่อไล่ตามทีมนำ และรักษาโอกาสในการเข้ารอบต่อไป “ช้างศึก” มีสถิติที่แข็งแกร่งอย่างยิ่งเมื่อเล่นในบ้านในรายการ เอเชี่ยน คัพ โดยแสดงให้เห็นถึงความได้เปรียบที่เหนือกว่าคู่แข่งอย่างชัดเจน ไทย ชนะรวด 3 นัดเหย้าหลังสุด ในรายการนี้ และที่สำคัญคือ เก็บคลีนชีทได้ทุกนัด

ส่วนทางฝั่ง ไต้หวัน ของกุนซือ หวง เชอ หมิง กำลังประสบปัญหาอย่างหนัก โดยฟอร์มล่าสุดอยู่ในภาวะวิกฤต แพ้ต่อเนื่องพวกเขามีสถิติ แพ้รวด 8 นัดติดต่อกัน ในทุกรายการ และไม่ชนะใครเลยใน 24 จาก 26 นัดหลังสุด เกมรับพวกเขา เสียประตูอย่างน้อย 2 ลูกใน 6 นัดหลังสุด

ปัจจุบัน “ช้างศึก” ทีมชาติไทย อยู่อันดับที่ 101 ของโลก มี 1,222.2 คะแนน ขณะที่ ไต้หวัน รั้งอันดับ 173 ของโลก มี 960.81 คะแนน ซึ่งถ้า ทีมของ มาซาทาดะ อิชิอิ สามารถนำทีมคว้าชัยชนะจะทำให้ +6.71 มีเพิ่มเป็น 1,228.91 คะแนน และจะแซง ทีมชาติเบลารุส ที่มีอยู่ 1223.54 คะแนน ขึ้นไปอยู่อันดับ 100 โลก แทนแบบเรียลไทม์ หลังจากที่จะแข่งคืนนี้ 01.45 น. พบ เดนมาร์ก หากเสมอ -5.79 (เหลือ 1,216.41) และถ้าท้ายที่สุดแพ้จะ -18.29 เหลือ 1,203.91 คะแนน

แฟนบอลสามารถรับชมการถ่ายทอดสด ระหว่าง ไทย กับ ไต้หวัน เวลา 19.30 น. ทางทีวีช่อง 32, YouTube : BG SPORTS และ True Visions Now