เจ-มุ้ย พร้อมเต็มที่รับใช้ชาติ ชี้แมตช์สำคัญ ช้างศึกดวลแข้งเติร์ก ชี้ชะตาตั๋วเอเชี่ยนคัพ
“เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ และ “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา สองสตาร์ลูกหนังทีมชาติไทย ออกมาย้ำชัดถึงความสำคัญ และพร้อมรับใช้ชาติอย่างเต็มที่หากได้รับโอกาสมีชือติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ ซึ่งมีโปรแกรมสำคัญในการเปิดบ้านรับมือ เติร์กเมนิสถาน ในศึกฟุตบอลเอเชี่ยน คัพ 2027 รอบคัดเลือก กลุ่มดี นัดสุดท้าย ที่ราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก วันที่ 31 มีนาคม 2569 เพื่อชี้ชะตาการเข้ารอบสุดท้าย ของ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย
“เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ นักเตะเชิงสูง ทีมบีจี ปทุม ยูไนเต็ด เปิดเผยว่า สำหรับก่อนการแข่งขันแมตช์สำคัญที่จะพบกับเติร์กเมนิสถาน ส่วนตัวไม่มีความเห็นเกี่ยวกับการไม่มีแมตช์อุ่นเครื่อง ซึ่งปัจจุบันยังไม่ทราบข่ายรายชื่อนักเตะติดทีมในครั้งนี้ เพราะฉะนั้นหากตนมีชื่อติดทัพช้างศึกชุดใหญ่ ในฐานะนักเตะแล้วนั้นต้องลงไปเล่นในสนาม และแสดงความเป็นมืออาชีพอย่างเต็มที่
ชนาธิป กล่าวว่า การที่ทีมชาติไทยชุดนี้จะมีการผสมผสานแข้งระหว่างดาวรุ่งชุดยู 20 ปี และแข้งมากประสบการณ์ นับเป็นเรื่องดีที่รุ่นน้องกับรุ่นพี่จะได้ฝึกซ้อมร่วมกัน เพื่อจำลองสถานการณ์ ได้มองเห็นพัฒนาการของรุ่นน้อง รวมทั้งยังสามารถนำมาพัฒนาตัวรุ่นพี่อีกด้วย ไม่เท่านั้นรุ่นน้องจะได้เข้าใจมาตรฐานศักยภาพของการเป็นผู้เล่นทีมชาติไทยชุดใหญ่อีกด้วย
กองกลางวัย 32 ปี กล่าวต่อไปอีกถึงโอกาสในการมีชื่อติดทีมชาติไทยชุดใหญ่ ว่า ฟุตบอลในแต่ละนัด ไม่ว่าจะในนามทีมชาติ หรือสโมสรล้วนสำคัญทั้งสิ้น ซึ่งส่วนตัวจะให้ความสำคัญทุกครั้งที่ได้ลงสนามตลอด ทั้งนี้ยังบอกไม่ได้ว่าจะมีชื่อติดทีมชาติหรือไม่ โดยเป็นหน้าที่ของโค้ชที่จะเฟ้นหานักเตะ แต่ว่าหากตนได้รับเลือกก็พร้อมรับใช้ชาติอย่างเต็มที่
ขณะที่ “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา กองหน้าจอมเก๋าวัย 37 ปี กล่าวว่า ที่ผ่านมาตนได้มีอาการบาดเจ็บจนต้องถอนตัวจากทัพ “ช้างศึก” ทีมชาติชุดใหญ่ ยุคแอนโธนี่ ฮัดสัน ช่วงปลายปีที่แล้ว แต่ปัจจุบันสภาพร่างกายกำลังดีขึ้นตามลำดับ พร้อมสร้างโอกาสโดยการลงสนามในนามสโมสร โดยจะรักษาสภาพร่างกายยามมีแมตช์แข่งขันต่อจากนี้
ศูนย์หน้าแบงค็อก ยูไนเต็ด ยังได้เผยต่ออีกว่า แมตช์การแข่งขันที่จะพบกับเติร์กเมนิสถานมีความสำคัญมาก อย่างไรก็ตาม ตนขอเอาใจช่วย ทั้งยังตั้งหวังให้ทีมชาติไทยเข้าไปเล่นรอบสุดท้าย ฟุตบอลเอเชี่ยน คัพ 2027 ให้ได้ เพราะเป็นรายการที่ยิ่งใหญ่ระดับเอเชีย

