ฮัดสัน แจงเลือก 23 แข้งอุ่นเครื่องคูเวต-จีน ยันธีรศิลป์นักเตะซีเนียร์ช่วยประคองรุ่นน้อง

15.05.26 | 15:05 น.

ฮัดสัน แจงเลือก 23 แข้งอุ่นเครื่องคูเวต-จีน ยันธีรศิลป์นักเตะซีเนียร์ช่วยประคองรุ่นน้อง

แอนโธนี่ ฮัดสัน กุนซือชาวอังกฤษของทัพนักเตะ “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลชายทีมชาติไทย ชุดใหญ่ ให้สัมภาษณ์หลังการประกาศรายชื่อ 23 นักฟุตบอลชายทีมชาติไทย ชุดทำการแข่งขันฟุตบอลอุ่นเครื่องฟีฟ่าเดย์ เดือนมิถุนายน พบ ทีมชาติคูเวต และทีมชาติจีน (อ่านข่าว : ช้างศึกแบโผ 23 นักเตะลับแข้งฟีฟ่าเดย์ เอราวัณ-ธีรภัทร ติดทัพ ธีรศิลป์คัมแบ๊ก)


แอนโธนี่ ฮัดสัน กล่าวว่า การเลือกตัวในแคมป์ครั้งนี้ มีปัจจัยสำคัญหลายประการ อย่างแรกคือการพักนักกีฬาบางส่วนหลังการแข่งขันลีกที่มีมาอย่างยาวนานเพิ่งจบลงไป บ้างก็มีอาการล้าทั้งสภาพร่างกาย และสภาพจิตใจ บางส่วนมีอาการบาดเจ็บรบกวน เราก็ใช้โอกาสนี้ให้เขาได้พักรักษาตัวให้เต็มที่ และเป็นการให้โอกาสสำหรับนักกีฬาคนอื่นๆ ได้แสดงผลงานและเป็นตัวเลือกในอนาคต โดยเฉพาะช่วงเอเชี่ยนคัพ เพื่อให้มีปริมาณนักกีฬามากขึ้น นั่นคือเกณฑ์การเลือกในครั้งนี้

ฮัดสัน กล่าวว่า ส่วนตำแหน่งแบ๊กที่เลือกมาทั้งหมด 3 คน เรามีเป้าหมาย เพื่อเติมตัวเลือกในเกมรุกให้เยอะขึ้น อย่างต่อมาคือแบ๊กซ้าย มีตัวเลือกที่จำกัดมาก และมีนักกีฬาบางคนต้องการพักฟื้นจากอาการบาดเจ็บที่รบกวนสะสมมาตลอดทั้งฤดูกาล ก็คิดว่าเป็นโอกาสในการเปลี่ยนแปลง และสิ่งสำคัญคือเชื่อมั่นว่าทั้ง 3 คนจะตอบโจทย์ในการเตรียมทีมรอบนี้ สิ่งสำคัญคืออยากพักนักกีฬาบางส่วนให้สดที่สุด เพื่อแคมป์ต่อไปในอนาคต

“ต่อมาในตำแหน่งเซ็นเตอร์แบ๊ก ในรายของ พีฬาวัช อรรคธรรม เขามีฟอร์มการเล่นที่ดีมากๆ กับการท่าเรือ เอฟซี ขณะที่ อดิศร พรหมรักษ์ แม้เวลาลงเล่นจะไม่เยอะมาก แต่เมื่อได้รับโอกาสลงสนามให้กับราชบุรี ผมประทับใจคือเวลาที่เขาลงสนาม สิ่งที่อดิศรแสดงออกมา ทั้งสภาพจิตใจและทัศนคติ ผมเองไม่เคยมีโอกาสได้ร่วมงานกับเขา ก็เป็นโอกาสที่จะได้ร่วมงานกันในครั้งนี้”

Advertisement

ฮัดสัน กล่าวอีกว่า ตำแหน่งกองกลาง ก็อยากจะพูดถึงในรายของ วีระเทพ ป้อมพันธุ์ และฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ที่ได้โอกาสในครั้งนี้ รู้สึกเสียดายที่ไมได้เรียกทั้งคู่มาในช่วงก่อนหน้านี้ ด้วยเหตุผลต่างๆ มากมาย แต่ครั้งนี้เป็นโอกาสที่ดี และทั้งคู่ก็เหมาะสมกับการได้รับโอกาส เพราะรู้ดีว่าทั้ง 2 คนมีคุณภาพ และความสามารถ และนี่คือโอกาสที่ดีที่ได้ร่วมงานกัน

กองกลางตัวรุกที่ถือว่าเป็นนักเตะรุ่นใหม่หลายคน ตื่นเต้นกับทุกคน คิดว่าเยาวชนเหล่านี้ สิ่งสำคัญคือพลังงาน และความกระหายในการเล่นบวกกับแผนการเล่นที่เตรียมไว้ยามที่ไม่ได้ครองบอล คิดว่าทั้งหมดจะตอบโจทย์ และแต่ละคนก็มีฟอร์มการเล่นที่ดีมาก ทุกคนก็มีศักยภาพมากพอในการเล่นเกมรุกที่จะโจมตีหรือทำลายเกมรับของคู่ต่อสู้ได้เช่นกัน

ส่วน ธีรภัทร และเอราวัณ เป็นหน้าที่ของตนในการทำความเข้าใจ ให้ทั้งสองคนเข้าใจวิธีการเล่น ว่าเราจะทำอะไร จะพยายามทำเต็มที่ในทุกทาง เราคาดหวังจากฟอร์มการเล่นของทั้ง 2 คน ในรูปแบบการเล่นของเราในสนาม ทั้งยามครองบอลและไม่ได้ครองบอล รวมถึงเรื่องนอกสนาม นี่คือความรับผิดชอบหลักของตนที่จะต้องทำให้เขาเข้าใจเกมมากที่สุด

“แนวรุก แน่นอน ธีรศิลป์ แดงดา ถือเป็นคนสำคัญ ผมพูดเสมอว่าในแคมป์จะต้องมีนักเตะระดับซีเนียร์ ที่ตั้งมาตรฐาน และเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับน้องและนักเตะหน้าใหม่ ในแคมป์ สองแคมป์ก่อนหน้านี้เราก็พยายามเรียก ธีรศิลป์ เข้ามา แต่ด้วยเหตุผลบางอย่าง ด้วยอาการบาดเจ็บรบกวน ครั้งนี้สิ่งสำคัญคือเขาจะเป็นตัวอย่างให้น้องทุกคนในเรื่องขความนิ่ง และบรรยากาศในการรับใช้ชาติ รวมถึงสิ่งที่เขาทำกับสโมสร และคุณภาพของธีรศิลป์ จะมายกระดับ และเป็นตัวอย่าง สร้างมาตรฐานให้กับนักเตะรุ่นน้องได้ ตัวผมไม่อยากโยนแรงกดดันให้ ธีรศิลป์ แต่ผมเชื่อว่าด้วยแคแรคเตอร์ตรงนี้จะเป็นตัวอย่างที่ดีให้กับน้องๆ ในทีมได้”

กุนซือชาวอังกฤษ กล่าวอีกว่า เป้าหมายในการอุ่นเครื่องทั้ง 2 เกม ตอนนี้ต้องโฟกัสไปที่เกมกับคูเวตก่อน เพราะเกมกับจีน มีรูปแบบก็ต้องเปลี่ยนไป สิ่งที่คาดหวังจากนักเตะคือความดุดันในการเล่นเกมรุก และความตื่นตัวในการเล่นเป็นทีม นี่คือสิ่งที่เราจะแสดงออกมาในเกมกับ คูเวต ที่คาดหวังจากนักเตะทุกคน ส่วนจีน ก็ได้มีการเช็กข้อมูล และวิเคราะห์ จะมีแผนการเล่นที่แตกต่างออกไป ภาพรวมสำคัญที่สุดคือความดุดัน ความเข้มข้นในการเล่น ความกระหาย ในการที่จะลงเล่นสองเกมนี้

“เรื่องการเตรียมทีม ผมก็อยากเตรียมทีมมากกว่านี้ แต่การได้เก็บตัวเร็วขึ้น 2 วัน ทำให้ทีมมีระยะเวลาอยู่ด้วยกันมากขึ้น และมีความพร้อมมากขึ้น เราอยากทำให้นักกีฬาทุกคนที่มาในแคมป์นี้ประสบความสำเร็จ นั่นคือเหตุผลในการเตรียมทีมก่อน สุดท้ายถึงแฟนบอล เราได้เตะเกมแรกในบ้านที่ ปทุมธานี สเตเดียม แน่นอนว่าแฟนบอลคือส่วนสำคัญอย่างมาก นักกีฬาทุกคนคาดหวังว่า แฟนบอลจะมาช่วยให้กำลังใจ สนับสนุนพวกเรา เพราะว่าแฟนบอลสำคัญกับเราอย่างมาก เราจะพยายามตอบแทนแฟนบอลที่มาเชียร์กันอย่างล้นหลาม ในเกมนัดแรกที่จะพบกับ คูเวต ที่ปทุมธานี สเตเดียม”

ทั้งนี้ นักกีฬาที่มีรายชื่อดังกล่าวจะเข้ามารายงานตัวที่โรงแรมโนโวเทล ฟิวเจอร์ปาร์ค รังสิต จ.ปทุมธานี ในวันที่ 30 พฤษภาคม 2569 เวลา 12.00 น. และทำการฝึกซ้อมในช่วงเย็นที่บีจี เทรนนิ่ง เซ็นเตอร์

สำหรับโปรแกรมการแข่งขันอุ่นเครื่องของทีมชาติไทย ตามปฏิทินฟีฟ่าเดย์ เดือนมิถุนายน 2569 มีทั้งหมด 2 นัดดังนี้ วันที่ 5 มิถุนายน 2569 เวลา 19.30 น. พบกับ คูเวต อันดับ 134 ของโลก ที่ปทุมธานี สตเดียม และออกไปเยือน จีน ในวันที่ 9 มิถุนายน 2569 ที่หวงหลง สปอร์ตส์ เซนเตอร์