ศรีสะเกษ เจ้าภาพฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 52 แข่งขัน 9-17 พ.ย.

7.07.26 | 20:36 น.

ศรีสะเกษ เจ้าภาพฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 52 แข่งขัน 9-17 พ.ย.

สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประกาศผลการคัดเลือก เจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลคิงส์คัพ ครั้งที่ 52 ในงาน FA Thailand Awards 2025/26 โดย จ.ศรีสะเกษ ได้รับสิทธิเป็นเจ้าภาพ ใช้สนามกีฬาเกาะกลางน้ำ การกีฬาแห่งประเทศไทย (เกาะกลางน้ำ สเตเดียม) ความจุ 12,000 ที่นั่งจากการพิจารณาของคณะกรรมการที่สมาคมฯตั้งขึ้น

ฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทาน คิงส์ คัพ ได้รับพระมหากรุณาธิคุณจาก พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระราชทานถ้วยรางวัลคิงส์คัพสำหรับการแข่งขันฯ มาตั้งแต่ปี พ..2511 และได้รับพระมหากรุณาธิคุณจากพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานถ้วยรางวัลคิงส์คัพในการแข่งขันฯ ครั้งที่  48 ประจำปี 2565 เป็นต้นมา โดยปัจจุบันจึงนับว่าถ้วยพระราชทานนี้มีความเก่าแก่ที่สุดในประเทศไทย และเก่าแก่เป็นอันดับ 2 ของทวีปเอเชีย

นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคมนาคม สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจังหวัดศรีสะเกษ และ นายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดศรีสะเกษ, นายอนุรัตน์ ธรรมประจำจิต ผู้ว่าราชการจังหวัดศรีสะเกษ, นายฐวิทย์ อังคสกุลเกียรติ อุปนายกสมาคมกีฬาแห่งจังหวัดศรีสะเกษ และ ประธานหอการค้าจังหวัดศรีสะเกษ และ นายชนินทร์ คุ้มใหญ่โต ผู้อำนวยการสำนักงานการกีฬาแห่งประเทศไทยจังหวัดศรีสะเกษ ให้เกียรติรับมอบสิทธิในการเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันฟุตบอลชิงถ้วยพระราชทานคิงส์คัพครั้งที่ 52 ประจำปี 2569 ซึ่งจะจัดขึ้นในช่วงปฏิทิน ฟีฟ่า เดย์ ระหว่างวันที่ 9-17 พฤศจิกายน เป็นการแข่งขันแบบทัวร์นาเมนต์ 4 ทีม แข่งขันทีมละ 2 นัด ในรูปแบบน็อกเอาต์ รอบรองชนะเลิศ และ รอบชิงชนะเลิศ โดยทุกนัดจะเป็นการแข่งขันในระดับ International ‘A’ Match นำผลการแข่งขันไปคำนวณในการจัดฟีฟ่าแรงกิ้ง

การแข่งขันครั้งนี้ มี 4 ชาติ เข้าร่วม ประกอบด้วย ทีมชาติไทย อันดับ 94 ของโลก, ทีมชาติโอมาน อันดับ 79 ของโลก, ทีมชาติบาห์เรน อันดับ 92 ของโลก และทีมชาติทาจิกิสถาน อันดับ 101 ของโลก ส่วนประกบคู่แข่งขัน จะมีการจับสลากเพื่อแจ้งให้ทราบอีกครั้ง

สำหรับศรีสะเกษ ถือเป็นครั้งแรกที่ได้สิทธเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขัน โดยก่อนหน้านี้ เคยมีประสบการณ์จัดการแข่งขันฟุตบอลที่ทีมชาติไทยเฉือนชนะเติร์กเมนิสถาน 1-0 เมื่อวันที่ 27 พฤษภาคม 2565 และถือเป็นการกระจายกระแสฟุตบอลสู่แฟนบอลในจังหวัดต่างๆของประเทศไทยให้เกิดความนิยมมากขึ้น เช่นเดียวนโยบายของสมาคมฯ ที่ต้องการยกระดับ ปรับปรุง สาธารณูปโภค สิ่งอำนวยความสะดวก เช่น สนามแข่งขัน สนามซ้อม ให้กับสนามกีฬาจังหวัด ซึ่งส่งผลต่ออนาคตที่ประเทศไทยจะมีสนามที่ได้มาตรฐานนานาชาติ ตามที่สมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย หรือสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ ระบุไว้มากขึ้น

Advertisement