GLO Cup 2026 จับสลากรอบประเทศ เฟ้นสุดยอดทีมเยาวชนไทย – GLO STAR รุ่น 2

9.07.26 | 15:45 น.

GLO Cup 2026 จับสลากรอบประเทศ เฟ้นสุดยอดทีมเยาวชนไทย – GLO STAR รุ่น 2

สำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล (GLO) ร่วมกับ มูลนิธิพัฒนาฟุตบอลไทย จัดงานแถลงข่าวและพิธีจับสลากการแข่งขันฟุตบอลเยาวชน 8 คน GLO Cup 2026 รอบชิงแชมป์ประเทศไทย โดยมี พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล เป็นประธานในพิธี พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูงของสำนักงาน และ “เดอะตุ๊ก” นาวาอากาศเอก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ประธานมูลนิธิพัฒนาฟุตบอลไทย รวมทั้งนักฟุตบอลทีมชาติ “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา, “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ และและนักเตะในโครงการ GLO STAR 2025 ร่วมพูดคุยถึงความสำเร็จ ของโครงการและความพร้อมก่อนเข้าสู่รอบชิงแชมป์ประเทศไทยเข้าร่วมในพิธี ที่ห้องประชุม แกรนด์ ฮอลล์ 2 โรงแรมรามา การ์เด้นส์ กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 9 กรกฎาคม

พันโท หนุน ศันสนาคม ผู้อำนวยการสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล กล่าวว่า การแข่งขัน “GLO Cup 2026” ได้เดินทางมาครบทั้ง 7 ภูมิภาคเป็นที่เรียบร้อยแล้ว สิ่งที่เห็นตลอดหลายเดือนที่ผ่านมาคือ ศักยภาพของเยาวชนไทยที่มีอยู่ทั่วประเทศ ไม่ว่าจะมาจากโรงเรียน สโมสร หรือชุมชนต่างๆ ทุกคน ได้รับโอกาสแสดงความสามารถบนเวทีเดียวกันอย่างเท่าเทียม ให้เด็กไทยได้เรียนรู้ผ่านกีฬา ทั้งเรื่องวินัยความรับผิดชอบ การทำงานเป็นทีม และการเคารพกติกา ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของการเติบโตทั้งในฐานะนักกีฬาและพลเมืองที่มีคุณภาพ

“ในรอบชิงแชมป์ประเทศไทยจะเป็นเวทีที่รวมสุดยอดทีมจากทั้ง 7 ภูมิภาคไว้ด้วยกัน ซึ่งเชื่อว่าจะมีความสนุก น่าติดตามอย่างยิ่ง ในปีนี้ทุกทีมมีการเตรียมความพร้อม ขณะเดียวกันโครงการ GLO STAR ก็จะเป็นอีกก้าวสำคัญในการค้นหานักเตะที่มีศักยภาพโดดเด่น เพื่อมอบโอกาสในการพัฒนาฝีเท้ากับสโมสรอวิสป้า ฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น และสร้างแรงบันดาลใจให้เยาวชนไทยเดินตามความฝัน ภายใต้แนวคิด “โอกาสที่เกิดขึ้นได้จริง'”

ขณะที่ นาวาอากาศเอก ปิยะพงษ์ ผิวอ่อน ประธานมูลนิธิพัฒนาฟุตบอลไทย ในฐานะประธานจัดการแข่งขัน กล่าวว่า จากการติดตามการแข่งขันทั้ง 7 ภูมิภาคในปีนี้ ต้องยอมรับว่าคุณภาพของนักเตะเยาวชนสูงขึ้นอย่างเห็นได้ชัด หลายทีมมีระบบการเล่นที่ดีขึ้น เด็กมีความเข้าใจเกม กล้าตัดสินใจ และมีความสามารถเฉพาะตัวที่โดดเด่นกว่าปีที่ผ่านมา โดยรอบชิงแชมป์ประเทศไทยจะเป็นบททดสอบที่เข้มข้นที่สุด เพราะทุกทีมต่างผ่านการแข่งขันระดับภูมิภาคมาแล้ว

ด้าน “มุ้ย” ธีรศิลป์ แดงดา นักฟุตบอลทีมชาติไทย กล่าวว่า เชื่อว่าน้องๆ ทุกคนที่ผ่านมาถึงรอบชิงแชมป์ประเทศไทย ล้วนเป็นผู้ชนะในระดับหนึ่งแล้ว เพราะผ่านการแข่งขันที่หนักมาตลอดหลายเดือน สิ่งสำคัญที่สุดคือการสนุกกับเกมฟุตบอล และแสดงศักยภาพของตัวเองออกมาให้เต็มที่

Advertisement

“เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์ นักฟุตบอลทีมชาติไทย กล่าวว่า อยากให้น้องๆ ทุกคนกล้าที่จะเล่น กล้าที่จะแสดงความสามารถ ซึ่งการได้เข้าร่วม GLO Cup หรือ GLO STAR อาจเป็นจุดเริ่มต้นของเส้นทางฟุตบอลอาชีพก็ได้ สิ่งสำคัญคืออย่าหยุดพัฒนาตัวเอง และรักษาความฝันเอาไว้ เพราะโอกาสสามารถเปลี่ยนชีวิตเราได้จริง

สำหรับการแข่งขันรอบชิงแชมป์ประเทศไทย จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 29 กรกฎาคม – 2 สิงหาคม 2569 ที่สนามกีฬาสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง และสนามศุภชลาศัย โดยวันที่ 29-30 กรกฎาคม จะเป็นการแข่งขันรอบแบ่งกลุ่ม 32 ทีม แบ่งออกเป็น 8 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม แข่งขันแบบพบกันหมด เพื่อคัดเลือกทีมอันดับ 1 และอันดับ 2 ของแต่ละกลุ่ม ผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ 16 ทีมสุดท้าย

จากนั้นในวันที่ 31 กรกฎาคม จะเป็นการแข่งขันรอบ 16 ทีมสุดท้าย และรอบก่อนรองชนะเลิศ เพื่อเฟ้นหา 4 ทีมสุดท้ายของแต่ละรุ่น ผ่านเข้าสู่รอบรองชนะเลิศและรอบชิงชนะเลิศ ซึ่งจะแข่งขันในวันที่ 2 สิงหาคม 2569 ที่สนามศุภชลาศัย

นอกจากนี้ วันที่ 1 สิงหาคม 2569 จะมีการคัดเลือกนักเตะในโครงการ GLO STAR รอบชิงแชมป์ประเทศไทย จากนักเตะที่ผ่านการคัดเลือกจากทั้ง 7 ภูมิภาค เพื่อคัดเลือกให้เหลือรุ่นละ 15 คน เข้าสู่ GLO STAR Camp ก่อนคัดเลือกเหลือเพียงรุ่นละ 3 คน รับโอกาสเดินทางไปฝึกฟุตบอลกับสโมสร อวิสป้า ฟุกุโอกะ ประเทศญี่ปุ่น เป็นเวลา 6 เดือน ภายใต้แนวคิด “โอกาสที่เกิดขึ้นได้จริง”

ทั้งนี้ แฟนฟุตบอลสามารถติดตามผลการจับสลากแบ่งสายของทั้ง 32 ทีมในรุ่น U13 และ U15 พร้อมอัพเดตข่าวสาร ความเคลื่อนไหว และโปรแกรมการแข่งขันรอบชิงแชมป์ประเทศไทย ได้ทาง Facebook Fanpage : GLO Cup และสำนักงานสลากกินแบ่งรัฐบาล