หน้าแรก กีฬา กอล์ฟ ไทยซีเนียร์ อ...

ไทยซีเนียร์ อัลไพน์ บู๊สนุกถึงหลุมสุดท้าย เชาวลิต จบ 15 อันเดอร์ คว้าโทรฟี่

19.09.25 | 20:01 น.

ไทยซีเนียร์ อัลไพน์ บู๊สนุกถึงหลุมสุดท้าย เชาวลิต จบ 15 อันเดอร์ คว้าโทรฟี่

การแข่งขันกอล์ฟ ไทย ซีเนียร์ ทัวร์ รายการ “เอสเอที-เอ็นเอสดีเอฟ ไทย ซีเนียร์ ทัวร์” ในรอบชิงดุเดือดจนถึงหลุมสุดท้ายตำแหน่งแชมป์ตกเป็นของ เชาวลิต ผลาผล นักกอล์ฟวัย 51 จากชลบุรี ทั้งที่ออกสตาร์ทแต้มตามหลังอยู่ 5 สโตรก ก่อนจบเก็บ 2 เบอร์ดี้ติดใน 2 หลุมสุดท้าย ทำเข้ามาอีก 7 อันเดอร์พาร์ 65 สกอร์รวม 3 วัน 15 อันเดอร์พาร์ 201 คว้าโทรฟี่ และเงินรางวัลรวม 2. 4 แสนบาท ขณะที่ อุดร ดวงเดชา ผู้นำจากรอบวันที่สองเจ้าถิ่นเชียงใหม่ พลาดเสียดับเบิลโบกี้ที่หลุมสุดท้าย จบอันดับ 2 สกอร์รวม 12 อันเดอร์พาร์ 204 รับเงินรางวัล 1.35 แสนบาท ในการแข่งขันที่สนามอัลไพน์ กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่ จ.ลำพูน แบบพาร์ 72 ระยะ ระยะ 6,487 หลา เมื่อวันที่ 19 กันยายน

สมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพอาวุโสไทย จัดแข่งขัน ไทยซีเนียร์ ทัวร์ เป็นรายการที่ 4 แข่งสโตรกเพลย์ 3 วัน 54 หลุม แข่งขันระหว่างวันที่ 17-19 กันยายน 2568 ที่สนามอัลไพน์ กอล์ฟ รีสอร์ท เชียงใหม่ จ.ลำพูน

เปิดเกมในรอบชิงชนะเลิศวันสุดท้าย เมื่อวันที่ 19 กันยายน ต้องวัดกันจนถึงหลุมสุดท้าย เมื่อ เชาวลิต ผลาผล ดีกรีแชมป์เอเชี่ยนทัวร์ 4 รายการวัย 51 ปีจากชลบุรี ที่ออกสตาร์ทเกมตาม 5 สโตรกออกฟอร์มดุดันได้ใจ ทำเพิ่มอีก 7 อันเดอร์พาร์ 65 สตาร์ทห้าหลุมแรกทำสองเบอร์ดี้ที่หลุม 1 และ 3 แต่พลาดเสีย 3 โบกี้ที่หลุม 2, 4 และ 5

จากนั้นเพิ่มอีก 8 เบอร์ดี้จากหลุม 7,8, 10, 11, 14, 15, 17 และ 18 แซงคว้าแชมป์รายการนี้ด้วยสกอร์รวม 15 อันเดอร์พาร์ 201 รับเงินรางวัล 240,000 บาท นับเป็นแชมป์รายการที่ 2 ในไทยซีเนียร์ ต่อจากแชมป์แรกเมื่อเดือนธันวาคมปี 2025 ในรายการ ไทยซีเนียร์ โซโก้ มาเลเซีย ซีเนียร์ แชมเปี้ยนชิพ ที่จังหวัดภูเก็ต

Advertisement

เชาวลิต ผลาผล เผยหลังจบการแข่งขันว่า “ออกสตาร์ทเกมช่วงแรกไม่ค่อยดีเท่าไร กลับมาตั้งสติได้เมื่อจบการเล่นที่หลุม 6 เริ่มตีอยู่ในแฟร์เวย์มากขึ้น โอกาสทำแต้มมากขึ้น และพัตต์ลงด้วย ประกอบกับคู่แข่งแต้มไม่ขยับ เป็นอีกวันที่ทำได้ดี ซึ่งเกมส์กอล์ฟอะไรก็เกิดขึ้นได้ ต้องสู้ให้ถึงที่สุด และดีใจมากๆที่ประสบความสำเร็จได้ ”

ทางด้าน อุดร ดวงเดชา นักกอล์ฟจากเชียงใหม่วัย 54 เปิดเกมเก้าหลุมแรกทำ 3 เบอร์ดี้จากหลุม 1, 5 และ 9 เริ่มรอบเก้าหลุมสุดท้ายพลาดเสีย 2 โบกี้ที่หลุม 10 , 16 และพลาดเสียดับเบิ้ลโบกี้ที่หลุม 18 พาร์ 5 เมื่อทีออฟเข้าอยู่ในพุ่มหญ้านอกแฟร์เวร์ด้านซ้ายทำ 5 ออนสองพัตต์ จบ 1 โอเวอร์พาร์ 73 สกอร์รวมสามวัน 12 อันเดอร์พาร์ 204 อยู่อันดับ 2 รับเงินรางวัล 135,000 บาท

อุดร ดวงเดช เปิดเผยว่า “ช่วงแรกออกสตาร์ทได้ดี แต่เกมมารวนหลังเสียโบกีัจากการตีตกน้ำที่หลุม 10 และ 16 จนถึงหลุมสุดท้ายทีชอตเข้าป่าทำให้ต้องเสียดับเบิ้ลโบกี้ ยอมรับว่าหมดแรง ประกอบกับมีอาการป่วย ถือเป็นการแข่งขันที่สนุกตื่นเต้น ขอแสดงความยินดีกับ เชาวลิต ในการคว้าแชมป์ในครั้งนี้”

อันดับ 3 แม๊ตธิว ริชาร์ดสัน นักกอล์ฟชาวอังฤษ ผู้นำในวันแรกของการแข่งขัน จบสกอร์รวม 10 อันเดอร์พาร์ 206 รับเงินรางวัล 88,000 บาท มาร์ดาน มารมัต จากสิงค์โปร์ อยู่อันดับ 4 จากสกอร์รวม 8 อันเดอร์พาร์ 208 ได้เงินรางวัล 69,300 บาท ขณะที่ ซอว์ โมว จากสิงค์โปร์ และ นาชิมูตู รามาสซามี่ จากมาเลเซีย คว้าอันดับ 5 ร่วมสกอร์รวม 7 อันเดอร์พาร์ 209 แบ่งเงินรางวัลคนละ 57,800 บาท

พิธีมอบรางวัลได้รับเกียรติจาก นายสุรพล จำรูญ หัวหน้างานพัฒนากีฬาอาชีพ สำนักงานคณะกรรมการกีฬาอาชีพ การกีฬาแห่งประเทศไทย นายสุทิน ดรุณโยธิน นายกสมาคมกีฬากอล์ฟอาชีพอาวุโสไทย มอบโทรฟี่แชมป์ และเช็คเงินรางวัล ให้กับนักกอล์ฟทุกคน ยังมีรางวัลพิเศษจาก มร.โธมัส และ ซูซานน่า คู่สามีภรรยาชาวสวิตเซอร์แลนด์ ได้มอบเงินรางวัลจำนวน15,000 บาท ให้กับ ณนทกร บ่วงงาม นักกอล์ฟที่จบอยู่อันดับ 60 โดยทั้งคู่ได้กล่าวว่า เป็นวัฒนธรรมกอล์ฟของประเทศสวิสฯ สำหรับการให้กำลังใจกับนักกีฬาที่จบอันดับสุดท้าย เพียงแค่วันนี้อาจไม่มีโชคเท่านั้นเอง แต่ไม่เกี่ยวว่าเล่นได้เก่งหรือไม่เก่ง