ก่อนทัวร์นาเมนต์ฟุตบอลโลก 2018 จะเริ่มขึ้น ไม่ค่อยมีใครพูดถึง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และทีมชาติ โปรตุเกส ของเขานัก ถึงแม้จะเป็นทีมแชมป์ยูโร 2016 แต่ฝีเท้านักเตะในทีมชุดนี้ยังถือว่าไม่โดดเด่นจนต้องถูกยกให้เป็นเต็งแชมป์อะไร โรนัลโด้อาจจะเป็นนักเตะที่เก่งมากก็จริง แต่การแบกทีมก็เป็นเรื่องที่เขาคงทำไม่ได้ทุกนัด
โชเซ่ มูรินโญ่ กุนซือ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด และชาวโปรตุกีสเหมือนโรนัลโด้ แสดงความเห็นว่า ทีมชาติโปรตุเกสไม่ใช่ รีล มาดริด โปรตุเกสไม่มี โทนี่ โครส ไม่มี ลูก้า โมดริช ดังนั้นโรนัลโด้ในสีเสื้อโปรตุเกสไม่น่าจะเก่งกาจเหมือนวันที่สวมชุดรีล มาดริดลงสนาม

อย่างไรก็ตาม ซีอาร์7 แสดงให้เห็นว่าเขาสามารถแบกทีมได้ ตั้งแต่นัดแรกของฟุตบอลโลก และเป็นการตะบันแฮตทริกใส่ทีมเต็งแชมป์อย่าง สเปน เสียด้วย 3 ประตูที่โรนัลโด้ยิงได้เป็นการซัดผ่านมือ ดาบิด เด เกอา นายทวารที่ถูกยกให้เป็นผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดคนหนึ่งของยุคนี้ไปแล้ว
แฮตทริกในเกมเจ๊ากระทิงดุ 3-3 ถือเป็นแฮตทริกที่ 51 ตลอดชีวิตการค้าแข้งของกัปตันทีมโปรตุเกสคนนี้รวมกันทั้งในระดับสโมสรและทีมชาติ โรนัลโด้ตะบันแฮตทริกในลาลีก้าได้ถึง 34 ครั้ง โกปา เดล เรย์ 2 ครั้ง ในยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก 7 ครั้ง ฟุตบอลสโมสรโลก 1 ครั้ง อีก 1 ครั้งในพรีเมียร์ลีกกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ซึ่งเป็นนักเตะโปรตุเกสคนแรกและคนเดียวที่ทำแฮตทริกได้ในฟุตบอลอังกฤษจนถึงตอนนี้ และ 6 ครั้งกับทีมชาติโปรตุเกส

การยิงประตูในเกมกับสเปน ทำให้โรนัลโด้กลายเป็นนักเตะที่ยิงประตูในฟุตบอลโลกได้ 4 ครั้งติดต่อกัน เทียบเท่ากับ อูเว่ เซเลอร์, มิโลสลาฟ โคลเซ่ สองอดีตกองหน้า เยอรมนี และ เปเล่ ตำนาน บราซิล ซึ่งทั้ง 3 คน เคยลงเล่นในรอบชิงชนะเลิศฟุตบอลโลกมาแล้วทั้งสิ้น น่าสนใจว่าสถิตินี้จะช่วยให้เขาพาทีมชาติโปรตุเกสไปถึงรอบชิงชนะเลิศได้ด้วยหรือไม่
ถ้าเอารายการเมเจอร์อย่างยูโรมารวมด้วย กัปตันทีมชาติโปรตุเกสเป็นนักเตะคนแรกของโลกที่สามารถยิงประตูได้ในยูโร 4 ครั้ง (2004, 2008, 2012, 2016) และฟุตบอลโลก 4 ครั้ง นับเป็น 8 ทัวร์นาเมนต์ติดต่อกัน
ถึงแม้จะยิงประตูในเวิลด์คัพได้ 4 ครั้งติดต่อกัน
แต่จำนวนประตูถือว่าไม่น่าประทับใจ ฟุตบอลโลก 2006, 2010, 2014 ซีอาร์7 ยิงได้เพียงครั้งละ 1 ประตู และยิงในทีมชื่อชั้นเป็นรองทั้งสิ้น ปี 2006 ยิง อิหร่าน ปี 2010 ยิง เกาหลีเหนือ และปี 2014 ยิง กานา อย่างไรก็ตาม แค่นัดแรกในฟุตบอลโลก 2018 เขาก็ยิงเท่ากับ 3 ครั้งก่อนหน้า ที่ร่างกาย อายุฟิตเปรี๊ยะกว่านี้แล้ว แถมยังเป็นการยิงทีมหัวแถวของโลกไม่ใช่ทีมไม้ประดับได้อีกด้วย
ในวัย 33 ปี ฟุตบอลโลกครั้งนี้มีความเป็นไปได้สูงที่จะเป็นฟุตบอลโลกครั้งสุดท้ายของโรนัลโด้ เนื่องจากอีก 4 ปีข้างหน้า เขาจะมีอายุ 37 ปี เป็นไปได้ยากที่จะรักษาสภาพร่างกายให้ฟิตเหมือนตอนนี้ และความดุดันน่ากลัวอาจจะหดหายไปตามวัย

แต่ แฟร์นานโด ซานโต๊ส กุนซือทีมชาติโปรตุเกสกลับไม่ได้คิดแบบนั้น เพราะยังเชื่อว่าโรนัลโด้ยังมีดีพอที่จะเป็นนักฟุตบอลคนแรกของโลกที่จะไปยิงประตูในฟุตบอลโลก 5 ครั้งติดต่อกันได้ ที่กาตาร์ ในอีก 4 ปีข้างหน้า
โรนัลโด้เองก็คงรู้ดีว่า อีก 4 ปีข้างหน้าไม่มีอะไรมายืนยันว่าเขาจะยังไหว หรือโปรตุเกสชุดนั้นจะดีขึ้นหรือแย่ลง ประกอบกับการได้มาแล้วทุกแชมป์ที่ควรจะได้ รางวัลอย่างที่ตำนานนักเตะของโลกควรจะมี แชมป์ฟุตบอลโลกจึงเป็นสิ่งสุดท้ายที่โรนัลโด้โหยหา

สองเกมที่เหลือในกลุ่มบี โปรตุเกสจะต้องเจอกับ โมร็อกโก และ อิหร่าน ที่ไม่หนักมาก แต่ถ้าจะการันตีการเข้ารอบน็อกเอาต์ ทีมฝอยทองควรจะต้องเก็บชัยชนะให้ได้ทั้งหมด เพราะสเปนก็คงพลาดยากเช่นกัน ทุกนัดที่เหลือโรนัลโด้จะเล่นทั้งเพื่อชาติและเพื่อตัวเอง ซึ่งนักเตะโปรตุเกสทั้งทีมคงจะเล่นเพื่อเขาด้วย
เพราะรู้ดีว่าจิ๊กซอว์ชิ้นสุดท้ายที่จะทำให้คริสเตียโน่ โรนัลโด้ เป็นตำนานแบบไร้ข้อกังขา คือ แชมป์ฟุตบอลโลกนั่นเอง


