จาก ‘โอลิมปิก’ ถึง ‘บอลโลก’ เมื่อ ‘โซชิ’ ตื่นจากการหลับใหล

17.06.18 | 15:35 น.

เกมสุดเดือดระหว่าง โปรตุเกส กับ สเปน ที่ลงเอยด้วยผลเสมอ 3-3 เมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ทำให้ชื่อของเมืองเจ้าภาพ โซชิ ถูกเอ่ยถึงบ่อยครั้งในฐานะสังเวียนเกมประวัติศาสตร์ครั้งนี้ด้วย

โซชิเป็นเมืองรีสอร์ตทางชายฝั่งทะเลดำที่มีประชากรราว 343,000 คน แต่เดิมจะคึกคักเฉพาะแถบชายทะเลในฤดูกาลท่องเที่ยว แต่นับวันชื่อของเมืองนี้ก็เริ่มเป็นที่คุ้นหูคุ้นตาแฟนกีฬามากขึ้นเรื่อยๆ และแทบไม่น่าเชื่อว่าโซชิเพิ่งจะเป็นเมืองที่ 4 ในประวัติศาสตร์ที่ได้จัดการแข่งขันกีฬา 3 รายการใหญ่ นั่นคือ ฟุตบอลโลก, โอลิมปิกเกมส์ และฟอร์มูล่าวัน กรังด์ปรีซ์

3 เมืองก่อนหน้านี้คือ เม็กซิโก ซิตี้  เมืองหลวงของเม็กซิโกซึ่งได้จัดการแข่งขันเอฟวันกรังด์ปรีซ์ครั้งแรกในปี 1963 และจัดอยู่หลายครั้งในยุค 60-70 นอกจากนี้ยังจัดโอลิมปิกเกมส์ฤดูร้อนปี 1968 และฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายในปี 1970

เมืองถัดมาคือ นคร บาร์เซโลนา ของสเปน ซึ่งเคยจัดฟุตบอลโลกปี 1982 ต่อด้วยเอฟวันกรังด์ปรีซ์ปี 1991 ปิดท้ายด้วยโอลิมปิกเกมส์ฤดูร้อนในปีถัดมา

และเมืองที่ 3 คือ นคร รีโอเดจาเนโร ประเทศบราซิล ซึ่งเพิ่งจัดโอลิมปิกเกมส์ฤดูร้อนไปเมื่อปี 2016 โดยก่อนหน้านั้น สนามประวัติศาสตร์ มาราคาน่า ของรีโอเคยเป็นหนึ่งในสังเวียนฟาดแข้งบอลโลกทั้งปี 1950 และ 2014 และยังเคยจัดเอฟวันกรังด์ปรีซ์ในปี 1987 อีกด้วย

Advertisement

ข้อแตกต่างระหว่างโซชิกับอีก 3 เมืองคือ เมืองอื่นๆ เป็นเมืองใหญ่ซึ่งเป็นที่รู้จักในระดับโลกมายาวนาน ด้วยประวัติศาสตร์ ขนาดของพื้นที่ และความสำคัญทางเศรษฐกิจ ขณะที่โซชิถึงจะเป็นเมืองรีสอร์ตขนาดใหญ่ของรัสเซีย แต่แทบไม่ค่อยคุ้นหูคนนอกประเทศมากนัก

กระทั่งในปี 2014 ซึ่งรัฐบาลรัสเซียผลักดันให้เสนอตัวเป็นเจ้าภาพโอลิมปิกเกมส์ฤดูหนาวในเดือนกุมภาพันธ์ปี 2014 หลังจากนั้นในเดือนตุลาคมปีเดียวกันก็เป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันเอฟวัน รัสเซียน กรังด์ปรีซ์ เป็นครั้งแรก กระทั่งมาปีนี้ จึงได้รับเลือกเป็นหนึ่งในสนามจัดฟุตบอลโลก

คนท้องถิ่นบอกว่า ฟุตบอลโลกช่วยปลุกความคึกคักในเมืองขึ้นมาอีกครั้ง จากเดิมที่นักท่องเที่ยวส่วนใหญ่มักจะเป็นคนรัสเซียด้วยกันเอง มาตอนนี้มีชาวต่างชาติหลั่งไหลเข้ามาอยู่เป็นระยะๆ และยิ่งพีคในช่วงการแข่งขัน
หลัง “โซชิเกมส์” รูดม่านปิดลง สนามกีฬาที่ถูกสร้างใหม่ รวมถึงโรงแรมหรูระดับ 4-5 ดาว อาจจะถูกปล่อยทิ้งร้างอยู่บ้าง

แต่ในบ้างพื้นที่ก็ยังพอเห็นนักท่องเที่ยวเดินทางมาเก็บบรรยากาศหลังการแข่งขันกันประปราย ทำให้รัฐบาลต้องพยายามหาอีเวนต์กีฬามาลงอยู่เรื่อยๆ เพื่อสร้างภาพจำให้กับชาวโลกว่า โซชิกำลังจะกลายเป็นเมืองกีฬาเมืองหนึ่งของโลก ด้วยหวังว่าจะมีคนรักกีฬาหลั่งไหลเข้าไปชมการแข่งขัน หรือไม่ก็เก็บภาพสนามกีฬาสำคัญๆ อันเป็นประวัติศาสตร์เอาไว้

อย่างไรก็ตาม บางคนก็อดห่วงไม่ได้ว่า เมื่อฟุตบอลโลกจบไปแล้ว โซชิจะกลับสู่ความเงียบเหงาอีกครั้ง เพราะถ้าไม่นับศึกเอฟวันที่จัดอย่างสม่ำเสมอเป็นประจำทุกปีแล้ว ก็ไม่ค่อยมีอีเวนต์อื่นเพื่อเรียกนักท่องเที่ยวมาสักเท่าไร

จึงเป็นโจทย์ให้รัฐบาลท้องถิ่นต้องขบคิดกันต่อไป เพราะเมื่อคิดถึงเม็ดเงินลงทุน 1.58 ล้านล้านบาทตอนเป็นเจ้าภาพโซชิเกมส์แล้ว ถึงเมืองโซชิจะเริ่มเป็นที่รู้จักในเวทีโลกในปัจจุบัน

แต่ในแง่ความคุ้มค่าแล้ว อาจจะยังต้องชั่งตวงวัดกันอีกยาวทีเดียว