‘ฟ้า-ขาว’ โคม่า! โดนโครแอตสอนบอล3-0 นัดท้ายต้องชนะ ‘ไนจีเรีย’

22.06.18 | 00:08 น.

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย ประจำวันที่ 21 มิถุนายน คู่สุดท้ายของวัน เป็นการพบกันระหว่าง “ฟ้า-ขาว” อาร์เจนตินา พบกับ “ตาหมากรุก” โครเอเชีย ในเกมเตะนัดที่สอง กลุ่มดี ที่นิชนีย์ นอฟโกรอด สเตเดียม เมืองนิชนีย์ นอฟโกรอด ประเทศรัสเซีย


นัดแรกของทั้งสองทีม “ฟ้า-ขาว” ที่นำโดยสตาร์เวิลด์คลาสอย่าง ลิโอเนล เมสซี่ ทำได้แค่เสมอกับ ไอซ์แลนด์ 1-1 ส่วนโครเอเชีย เอาชนะ ไนจีเรีย 2-0

ฮอร์เก้ ซัมเปาลี กุนซือชาวอาร์เจนไตน์ จัดทีมในระบบ 4-4-2 ประกอบด้วย วิลเฟรโด้ กาบาเยโร่ (ประตู), กาเบรียล เมร์กาโด้, นิโคลัส ตาเกลียฟิโก้, นิโคลัส โอตาเมนดี้, มาร์กอส อากุนญ่า, ลิโอเนล เมสซี่, มักซิมิเลียโน่ เมซ่า, ฮาเวียร์ มัสเชราโน่, เอ็นโซ่ เปเรซ, เอดูอาร์โด ซัลวิโอ และเซร์คิโอ อากูเอโร่

ส่วนโครเอเชีย ของกุนซือ ซลัตโก้ ดาลิช จัดทีมในระบบ 4-2-3-1 ประกอบด้วย ดาเนียล ซูบาซิช (ประตู), ซีเม่ เวอร์ซาลโก้, อีวาน สตรินิช, อีวาน เปริซิซ, เดยัน ลอฟเรน, อีวาน ราคิติช, ลูก้า โมดริช, มาร์เซโล่ โบรโซวิช, มาริโอ มานด์ซูคิช, อันเต้ เรบิช, โดมากอย วีด้า

Advertisement

เกมนี้ “เสือเตี้ย” ดิเอโก้ มาราโดน่า อดีตดาวดังทีม “ฟ้า-ขาว”อาร์เจนติน่า เข้ามาให้กำลังใจรุ่นน้องที่สนามด้วย เริ่มเกมครึ่งแรก คู่นี้เป็นบอลทันกัน สไตล์การเล่นคล้ายคลึงกัน ทักทายขึ้นมาลุ้นประตูจังหวะแรกของเกมเป็นของโครเอเชีย ในจังหวะของ เปริซิช ที่ลากจี้เข้าเขตโทษก่อนกดเรียดด้วยซ้ายทำให้กาบาเยโร่ ต้องออกแรงเซฟแรก

ทั้งสองทีมผลัดกันรุกอย่างดุดันทำให้เกมสนุกคู่คี่ ตัวทำเกมของทั้ง 2 ฝั่งอย่าง โมดริช, ราคิติช, เปริซิช ของโครแอตต่างปั่นป่วนแนวรับฟ้า-ขาว ขณะเดียวกัน เมสซี่, มาสเชราโน่ และกุน อากูเอโร่ ของฟ้าขาว ก็กดดันแนวรับตาหมากรุกได้เช่นกัน

นาที 29 อาร์เจนตินา หวุดหวิดได้ประตูขึ้นนำแบบสุดๆ เอ็นโซ่ เปเรซ ได้ส้มหล่นในเขตโทษชนิดไม่มีผู้รักษาประตูอยู่ด้วย แต่เปเรซ กลับแปเล่นทางจนออกนอกกรอบไปแบบหน้าตาเฉย

นาที 32 โครเอเชีย ตอบโต้ขึ้นมาบ้างและเกือบได้ประตูออกนำเช่นกัน เมื่อมานด์ซูคิช สอดตัวเองขึ้นมาจากแถวสองชนิดไม่ออฟไซด์ก่อนจะพุ่งโหม่งโล่งๆ หน้าประตูแต่บอลถากเสาออกไปแบบเหลือเชื่อ
สุดท้ายจบครึ่งแรกพังประตูกันไม่ได้เสมอกันอยู่ 0-0

ครึ่งหลัง ทั้งสองทีมยังเล่นคล้ายครึ่งแรก นาทีที่ 52 กุน อากูเอโร่ ได้กระชากหลุด เดยัน ลอฟเรน ก่อนจะกดด้วยซ้ายแต่บอลไปตรงตัวซูบาซิช ประตูโครแอต

นาที 54 โครเอเชีย ได้ประตูออกนำสำเร็จ จากจังหวะความผิดพลาดของ กาบาเยโร่ ประตูอาร์เจนตินา ที่แปบอลโด่งไม่ดี บอลไม่ไปไหนไกล อันเต้ เรบิช กองหน้าโครเอเชีย เอียงตัววอลเลย์สุดสวยเข้าประตูไปให้โครเอเชียนำ 1-0

หลังเสียประตู ทีมฟ้า-ขาวปรับทัพใหม่ ถอด กุน อากูเอโร่ ออกแล้วส่ง กอนซาโล่ อิกวาอิน ลงมาแทน ส่วนอีกรายถอด เอดูอาร์โด ซัลวิโอ ออกแล้วส่ง คริสเตียน ปาวอน เข้ามาเติมเกมแดนกลาง

หลังเสียประตูอาร์เจนตินา โหมบุกอย่างหนักเพื่อหวังทวงประตูคืน นาทีที่ 63 ฟ้า-ขาว เกือบตีเสมอ เมสซี่ ลุยเข้าไปได้จังหวะยิงในเขตโทษแต่ราคิติชล้มตัวขวางไว้ได้

นาที 68 ฟ้า-ขาว เติมแนวรุกอีกคน ถอด เอ็นโซ่ เปเรซ ออกแล้วส่ง เปาโล ดีบาล่า ดาวเตะยูเวนตุส ลงมาแทน

นาที 79 โครเอเชีย ได้ประตูตอกฝาโลง เมื่อ ลูก้า โมดริช โยกหลอกกองหลังก่อนตะบันด้วยขวาสุดสวยบอลเสียบเสาเข้าไปอย่างหมดจดงดงามให้โครเอเชียนำ 2-0

แม้ท้ายเกมอาร์เจนตินา จะบุกแหลกแต่ไม่สามารถทวงประตูคืนได้ แถมยังต้องมาโดนกระทุ้งไปอีก 1 ตุงจากผลงานของ ราคิติช ในช่วงทดเวลาบาดเจ็บ จบเกมโครเอเชีย เอาชนะ อาร์เจนตินา 3-0 เก็บเพิ่ม 3 แต้ม เตะ 2 นัดมี 6 คะแนน นำจ่าฝูงและเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแน่นอนแล้ว ส่วนอาร์เจนตินา เตะ 2 นัดมี 1 แต้ม นัดสุดท้ายอาร์เจนตินา จะพบกับ “อินทรีมรกต” ไนจีเรีย และต้องเอาชนะให้ได้สถานเดียว ขณะเดียวกันยังต้องลุ้นให้เกมเตะระหว่างไอซ์แลนด์ กับ ไนจีเรีย ในวันที่ 22 มิถุนายน ออกมาเสมอกัน แต่หากเป็นฝั่งไอซ์แลนด์คว้าชัยชนะได้สถานการณ์การเข้ารอบของทีมฟ้า-ขาว จะยากลำบากขึ้นทันทีเพราะแม้จะเอาชนะไนจีเรียได้แต่ต้องไปลุ้นผลต่างประตูได้เสียกับไอซ์แลนด์อีกเงื่อนไขหนึ่งด้วย

ส่วนในนัดสุดท้ายของ โครเอเชีย จะพบกับ ไอซ์แลนด์ ในวันที่ 26 มิถุนายน 01.00 น.