เช็กคิวเตะบอลโลก4คู่คืนวันที่ 25 มิ.ย. + ความพร้อม + คิวถ่ายทอดสดที่นี่ที่เดียว!

25.06.18 | 06:00 น.

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 ประจำวันที่ 25 มิถุนายน เริ่มเกมเตะนัดสุดท้ายของรอบแบ่งกลุ่ม วันแรก ในกลุ่มเอ และบี จำนวน 4 คู่

เริ่มกันที่กลุ่มเอ คู่แรก ซาอุดีอาระเบีย พบ อียิปต์ ที่วอลโกกราด สเตเดียม เมืองวอลโกกราด ถ่ายทอดสดทางอมรินทร์ทีวี ช่อง 34 ในเวลา 21.00 น. ส่วนอีกคู่ อุรุกวัย พบ รัสเซีย ที่ซามาร่า อารีน่า เมืองซามาร่า ในเวลา 21.00 น. ถ่ายทอดสดทาง ทรู 4 ยู

สถานการณ์ของกลุ่มเอ รัสเซีย กับอุรุกวัย ลอยลำ เข้ารอบ 16 ทีมไปแน่นอนแล้ว การเจอกันของทั้งคู่จึงเป็นแค่การแย่งอันดับ 1 ของกลุ่ม เพื่อไปเจอกับ อันดับ 21 ของกลุ่มบี ในรอบ 16 ทีมสุดท้ายเท่านั้น แต่หากคู่นี้ออกมาที่การเสมอกัน จะทำให้รัสเซีย เข้ารอบเป็นอันดับ 1 ของกลุ่ม เพราะมีผลต่างประตูได้เสีย +7 ส่วนอุรุกวัย มีประตูได้ + 2

ส่วนอีกคู่ระหว่างอียิปต์ กับซาอุดีอาระเบีย ที่ต่างแพ้มา 2 นัดไม่มีคะแนนทั้งคู่ กอดคอกันตกรอบไปแน่นอนแล้ว จึงเป็นการเตะๆ ให้จบทัวร์นาเมนต์ และเพื่อศักดิ์ศรีหนีบ๊วยของกลุ่มเท่านั้น
เจ้าภาพนั้นอยู่ในสถานการณ์ที่ดีกว่า สถิติที่ผ่านมาทั้ง สองทีมเจอกันมา 8 ครั้ง เป็นรัสเซียที่ทำได้ดีกว่า ชนะ 5 เสมอ 2 แพ้เพียงครั้งเดียว

รัสเซียของกุนซือ สตานิสลาฟ เชอร์เชซอฟ คงไม่ปรับทีมมาก โดยแนวรุกยังคงนำมาโดย เดนิส เชรีเชฟ ที่ทำไปแล้ว 3 ประตูในตอนนี้ ส่วนกองหน้าตัวเป้าอาจจะคิดหนักว่าเฟดอร์ สโมลอฟ หรือ อาร์เท็ม ซีบา ใครจะได้ออกสตาร์ทก่อน

Advertisement

ฝั่งอุรุกวัยของขรัวเฒ่า ออสการ์ ตาบาเรซ อาจจะมีการพักผู้เล่นอยู่บ้าง ผู้เล่นอย่าง นาฮิตัน นานเดซ หรือ กอร์เกียน เด อาร์ราสเคด้า ที่เป็นตัวจริงในเกมแรก อาจจะได้กลับมาเป็นตัวจริงอีกครั้ง
ส่วนเกมอีกคู่หนึ่งในเวลาเดียวกัน อียิปต์ กับ “เศรษฐีน้ำมัน” ซาอุดีอาระเบีย ทั้งสองทีมต่างก็ต้องการแต้มในฟุตบอลโลกหนนี้ แม้ว่าจะไม่สามารถผ่านเข้าสู่รอบต่อไปได้ก็ตาม โดยสถิติที่ผ่านมาเจอกันมา 6 ครั้ง อียิปต์ ชนะได้ 4 เสมอ 1 และแพ้ไป 1 ครั้งเท่านั้น ครั้งล่าสุดที่เจอกันคือเกมอุ่นเครื่องปี 2007 อียิปต์เอาชนะไปได้ 2-1

ซาอุดีอาระเบีย จะไม่มี ไทเซอร์ อัล-ยาสซิม ที่บาดเจ็บอยู่ ส่วนแนวรุกนั้น ฟาฮัด อัล-มูวัลลาด จะยังได้รับความไว้วางใจให้เป็นกองหน้าตัวเป้าต่อไป ส่วนอียิปต์นั้น อาจจะไม่เสี่ยงใช้งาน โมฮัมเหม็ด ซาลาห์ ดาวเตะตัวเก่งที่แม้ว่าจะลงสนามได้ในนัดก่อนและทำประตูได้ แต่เหมือนสภาพยังไม่สมบูรณ์เต็มร้อยนัก

ต่อกันที่คู่ดึก คิกออฟพร้อมกัน ในเวลา 01.00 น. เป็นเกมเตะนัดสุดท้ายกลุ่มบี 2 คู่ โดยคู่แรก อิหร่าน จะพบกับ “ฝอยทอง” โปรตุเกส ที่มอร์โดเวีย อารีน่า เมืองซารังนสก์ ในเวลา 01.00 น. ถ่ายทอดสดทางทรู 4 ยู ขณะที่อีกคู่ “กระทิงดุ” สเปน จะพบกับ โมร็อกโก ที่คาลินินกราด สเตเดียม เมืองคาลินินกราด ในเวลาเดียวกัน ถ่ายทอดสดทางอมรินทร์ทีวี ช่อง 34

สถานการณ์ในกลุ่มบี สเปน กับ โปรตุเกส มี 4 คะแนนเท่ากัน ส่วนต่างประตูได้เสียเท่ากันคือ +1 ตามมาด้วยอิหร่าน ที่มี 3 คะแนน ส่วนโมร็อกโก ที่ยังไม่มีคะแนน ตกรอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเกมสุดท้าย สเปนกับโปรตุเกส ขอเพียงผลเสมอก็จะผ่านเข้ารอบต่อไปทันที ส่วนอิหร่านนั้นต้องเอาชนะโปรตุเกส หรือเสมอแล้วลุ้นให้สเปนแพ้โมร็อกโก ด้วยสกอร์ที่มากกว่า 2 ประตูขึ้นไป จึงจะผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้

อิหร่านทำผลงานได้น่าประทับใจเมื่อพวกเขาเอาชนะโมร็อกโก ได้ 1-0 และเกือบจะยันเสมอกระทิงดุได้ ส่วนโปรตุเกสนั้นได้ความยอดเยี่ยมของ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทำ 4 ประตูจาก 2 เกม ช่วยให้ทีมเสมอสเปน กับชนะโมร็อกโก มาได้

ทั้งคู่เคยเจอกันมาแล้ว 2 ครั้ง และเป็นโปรตุเกสที่เอาชนะได้ทั้งหมด ส่วนในฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายเคยเจอกันในรอบแบ่งกลุ่มเมื่อปี 2006 ซึ่งโปรตุเกสเอาชนะไป 2-0 และโรนัลโด้ เคยทำประตูในเกมนั้นได้ด้วย

เกมนี้การ์ลอส เกยรอช กุนซืออิหร่านจะได้เจอกับชาติตัวเอง โดยพร้อมให้อารีเลซ่า ยาฮันบากช์ ปีกตัวเก่งที่บาดเจ็บจากเกมแรกกลับมาเป็นตัวจริงได้ และน่าจะเบียด เมห์ดี้ ตาเรมี่ ไปเป็นตัวสำรอง ขณะที่ รูซเบห์ เชชมี่ เซนเตอร์แบ๊กบาดเจ็บยาวต้องพักตลอดทัวร์นาเมนต์

ส่วนแฟร์นานโด ซานโต๊ส ที่ปรับทีมจากนัดแรกเพียงตำแหน่งเดียวคือ เชา มาริโอ ที่ลงเล่นแทน บรูโน่ แฟร์นานเดส แต่เกมนี้น่าจะกลับมาใช้บรูโน่เช่นเดิม ส่วนแดนหน้ายังหวังพึ่ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ทำประตูเช่นเดิม

อีกคู่หนึ่ง “กระทิงดุ” สเปน พบกับ โมร็อกโก ที่ตกรอบไปแล้ว กระทิงดุอยู่ในสถานการณ์ที่ดีที่สุด เพราะหากแค่เสมอก็ผ่านเข้ารอบแล้ว โดยผลงานที่ผ่านมานั้นเสมอกับโปรตุเกส 3-3 ก่อนชนะอิหร่าน 1-0 ส่วนโมร็อกโก แพ้อิหร่าน และโปรตุเกส 0-1 ทั้งสองนัด

สเปนเคยเจอกับโมร็อกโกมา 2 ครั้ง ซึ่งเป็นการแข่งขันฟุตบอลโลก รอบเพลย์ออฟ เมื่อปี 1961 โดยผลคือสเปนชนะทั้งสองนัด ด้วยสกอร์รวม 4-2

เกมล่าสุด เฟร์นานโด เอียร์โร่ กุนซือกระทิงดุ เน้นเกมรุกอย่างหนัก ด้วยการถอย อันเดรียส อิเนียสต้า ไปยืนแดนกลางกับ เซร์คิโอ บุสเกตต์ แล้วส่งแนวรุกลงมาอีก 3 คน ซึ่งคาดว่าเกมนี้น่าจะยังยึดแผนชุดนี้เอาไว้

ส่วนโมร็อกโกที่ลงเล่นเกมนี้แบบที่ไม่ต้องลุ้นอะไรแล้ว น่าจะมีการปรับส่งผู้เล่นตัวสำรองลงมาหาประสบการณ์บ้าง แต่ทางด้านของยุสเซฟ อาอีต์ เบนนาสเซอร์ กองกลางของทีมยังไม่ฟิตเต็มร้อย และไม่น่าจะลงเล่นเกมนี้ได้