เช็กคิวเตะบอลโลกวันที่ 28 มิ.ย. 4คู่ – ห้ามพลาด ‘สิงโต’ บู๊ ‘เบลเยียม’

28.06.18 | 06:00 น.

การแข่งขันฟุตบอลโลก 2018 รอบสุดท้าย ที่ประเทศรัสเซีย ประจำวันที่ 28 มิถุนายน เป็นการแข่งขันนัดสุดท้ายในรอบแรก ของกลุ่มจี และกลุ่มเอช โดยไฮไลท์ที่สำคัญเป็นการเจอกันของสองทีมใหญ่ในกลุ่มจี “สิงโตคำราม” อังกฤษ จะพบกับ “ปีศาจแดงแห่งยุโรป” เบลเยียม ที่คาลินินกราด สเตเดียม เมืองคาลินินกราด ในเวลา 01.00 น. ถ่ายทอดสดทาง ททบ. 5

ทั้งสองทีมผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายเป็นที่เรียบร้อยแล้วจากการเก็บชัยชนะ 2 เกมรวด แถมยังมีประตูได้เสียที่เท่ากันคือ ยิงได้ 8 เสีย 2 ประตู ดังนั้นเกมนี้จะเป็นการตัดสินว่าใครจะคว้าแชมป์กลุ่มไปครอง

ทีมสิงโตคำรามเคยปะทะฝีเท้ากับเบลเยียมมาแล้วทั้งหมด 21 ครั้ง และมีสถิติที่ดีกว่าคือเอาชนะไปได้ถึง 15 ครั้ง เสมอ 5 ครั้ง และแพ้ไปเพียงหนเดียวเท่านั้น ซึ่งครั้งล่าสุดที่เจอกันเป็นเกมอุ่นเครื่องเมื่อปี 2012 ที่เวมบลีย์ และเป็นอังกฤษเอาชนะไป 1-0

สภาพทีมของปีศาจแดงแห่งยุโรปนั้นจะได้ แว็งซอง ก็อมปานี ที่บาดเจ็บไม่ได้ลงเล่น 2 เกมแรก กลับมาฝึกซ้อมได้แล้ว อย่างไรก็ตาม โรแบร์โต้ มาร์ติเนซ อาจจะเลือกพักผู้เล่นหลายราย ไม่ว่าจะเป็นเอเด็น อาซาร์, โรเมลู ลูกากู ที่มีอาการบาดเจ็บเล็กน้อย รวมไปถึงเควิน เดอ บรอยน์, แยน แฟร์ตองเก้น และโธมัส มูนิเยร์ ที่มีใบเหลือติดอยู่

ฝั่งสิงโตคำรามนั้น แกเร็ธ เซาธ์เกต กุนซือใหญ่ของทีมเอ่ยปากว่าแม้การเข้ารอบเป็นแชมป์กลุ่มอาจจะต้องเจองานหนักในรอบ 8 ทีมหรือรอบตัดเชือก แต่ก็พร้อมจะให้ลูกทีมเดินหน้าเก็บชัยชนะในเกมนี้ อย่างไรก็ตามอาจจะมีการพักผู้เล่นคนอื่นบ้าง ยกเว้น แฮร์รี่ เคน กัปตันทีมที่มีลุ้นตำแหน่งดาวซัลโวอยู่

Advertisement

11 ตัวจริงที่คาดว่าจะลงสนาม อังกฤษ (3-1-4-2) : ผู้รักษาประตู จอร์แดน พิคฟอร์ด / กองหลัง (ขวาไปซ้าย) ฟิล โจนส์, จอห์น สโตนส์, แกรี่ เคฮิลล์ / กองกลางตัวรับ เอริค ดายเออร์ / วิงแบ๊กขวา เทรนต์ อเล็กซานเดอร์-อาร์โนลด์ / วิงแบ๊กซ้าย แดนนี่ โรส / กองกลางตัวรุก เจสซี่ ลินการ์ด, ฟาเบียน เดลฟ์ / กองหน้า มาร์คัส แรชฟอร์ด, แฮร์รี่ เคน (กัปตันทีม)

เบลเยียม (3-4-3) : ผู้รักษาประตู ซิมง มินโญเล่ต์ / เซนเตอร์แบ๊ก (ขวาไปซ้าย) แว็งซอง ก็อมปานี (กัปตันทีม), โธมัส แฟร์มาเล่น, เดดริค โบยาต้า / วิงแบ๊กขวา เลออนเดอร์ เด็นด็องเคอร์ / วิงแบ๊กซ้าย ยานนิค การ์ราสโก้ / กองกลาง ยูรี่ ทีเลมันส์, มุสซ่า เด็มเบเล่ / กองหน้า ดรีส เมอร์เทนส์, มิตชี่ บัตซูอายี่, อัดนัน ยานาซาย

อีกคู่ในกลุ่มนี้ที่เตะพร้อมกันคือ ปานามา ทีมน้องใหม่ลงเล่นพบกับ ตูนิเซีย ที่มอร์โดเวีย อารีน่า เมืองซารังก์ส ถ่ายทอดสดทางอมรินทร์ทีวี ช่อง 34 โดยทั้งสองทีมนั้นตกรอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว เกมนี้เป็นการลงให้ครบโปรแกรมเท่านั้น และนับได้ว่าเป็นการเจอกันของทั้งสองทีมอย่างเป็นทางการครั้งแรกด้วย

จริงอยู่ที่ทั้งสองทีมไม่มีลุ้นอะไรกันแล้ว แต่ทั้งสองทีมต่างต้องการชัยชนะทั้งคู่ โดยฝั่งตูนิเซียนั้นไม่สามารถเก็บ 3 คะแนนในฟุตบอลโลกได้นับตั้งแต่ปี 1978 ขณะที่ปานามาที่มาเล่นฟุตบอลโลกหนนี้เป็นครั้งแรกก็ต้องการคว้าชัยชนะแรกเป็นประวัติศาสตร์ให้ตัวเองเช่นกัน

ปานามา ของกุนซือ เอร์นัน ดาริโอ โกเมซ อาจจะมีการปรับผู้เล่นบางตำแหน่ง โดยเฉพาะแนวรุกที่น่าจะลองกาเบรียล ตอร์เรส ลงมาเล่นแทนบาส เปเรซ ส่วนนาบิล มาลูล เฮดโค้ชตูนิเซีย น่าจะฝากความหวังเอาไว้ที่ วาห์บี้ คาซรี่ ที่มีส่วนใน 2 ประตูที่ทำได้เกมเจอเบลเยียมเช่นเดิม

การแข่งขันในกลุ่มเอช “ซามูไรบลู” ญี่ปุ่น, เซเนกัล และโคลอมเบีย ยังมีลุ้นเข้ารอบด้วยกันทั้งสามทีม ขณะที่โปแลนด์นั้นตกรอบเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

สถานการณ์ในกลุ่มเอช ญี่ปุ่น กับเซเนกัล มี 4 คะแนนเท่ากัน ส่วนต่างประตูได้เสียเท่ากันคือ +1 ตามมาด้วยโคลอมเบีย ที่มีอยู่ 3 คะแนน ประตูได้เสีย +2 เกมสุดท้าย ญี่ปุ่น กับเซเนกัล ขอเพียงผลเสมอก็จะเพียงพอต่อการเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้าย ส่วนโคลอมเบียไม่มีทางเลือกต้องเอาชนะเซเนกัลให้ได้ หรือถ้าเสมอก็ต้องลุ้นให้ญี่ปุ่นแพ้โปแลนด์ จึงจะผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายได้

ทั้งสองคู่จะลงเตะพร้อมกันในเวลา 21.00 น. โดยคู่แรก ที่ซามาร่า อารีน่า เมืองซามาร่า เซเนกัล จะพบกับ โคลอมเบีย ถ่ายทอดสดทางช่องททบ. 5

เซเนกัลเอาชนะโปแลนด์มาก่อนในเกมแรก 2-1 ก่อนจะทำได้เพียงเสมอกับญี่ปุ่น 2-2 ขณะที่โคลอมเบียนั้นแม้จะพ่ายให้กับญี่ปุ่น 1-2 แต่กลับคืนฟอร์มถล่มโปแลนด์ 3-0 โดยทั้งสองทีมเจอกันมาหนเดียว เป็นเกมอุ่นเครื่องเมื่อปี 2014 เสมอกันไป 2-2

โคลอมเบียของกุนซือ โฮเซ่ เปเกร์มัน จะได้ คาร์ลอส ซานเชซ ที่ชดใช้โทษแบนจากการโดนใบแดงในเกมแรกไปเรียบร้อย แต่ต้องดูว่าจะเบียดวิลมาร์ บาร์ริออส ที่เป็นตัวจริงในเกมที่ผ่านมาได้หรือไม่ ขณะที่แนวรุก ฮาเมส โรดริเกซ คืนฟอร์มเก่งทำ 2 แอสซิสต์ น่าจะเป็นหัวใจในเกมรุกเช่นเดิม

ฝั่งอาลิยู ซิสเซ่ เฮดโค้ชของเซเนกัล ไม่มีปัญหาเรื่องของผู้เล่นบาดเจ็บ โดยน่าจะยึดระบบ 4-3-3 เน้นแดนกลางเป็นหลักในการเจอกับโคลอมเบีย และแนวรุกฝากที่ซาดิโอ มาเน่ กัปตันทีมตัวความหวังเช่นเดิม

11 ผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนาม โคลอมเบีย (4-2-3-1) : ผู้รักษาประตู ดาวิด ออสปิน่า / กองหลัง (ขวาไปซ้าย) ซานเตียโก้ อาเรียส, ดาวินซอน ซานเชส, เยร์รี่ มิน่า, ฮวาน โมฮีก้า / กองกลางตัวรับ อาเบล อากีล่าร์, วิลมาร์ บาร์ริออส / กองกลางตัวรุก ฮวน กวาดราโด้, ฮาเมส โรดริเกซ, ลุยส์ มูเรียล / กองหน้า ราดาเมล ฟัลเกา (กัปตันทีม)

เซเนกัล (4-3-3) : ผู้รักษาประตู คาริม เอ็นเดียเย่ / กองหลัง (ขวาไปซ้าย) ยุสซุฟ ซาบาลี่, ซาลิฟ ซาเน่, คาลิดู คูลิบาลี่, มุสซ่า วากูเอ้ / กองกลาง อิดริสซ่า กาน่า เกย, ปาป้า อาลีอูน เอ็นเดียเย่, อัลเฟรด เอ็นเดียเย่ / กองหน้า ซาดิโอ มาเน่ (กัปตันทีม), อิสมาอีล่า ซาร์, เอ็มบาเย่ เนียง

อีกคู่หนึ่งในเวลาเดียวกัน “ซามูไรบลู” ญี่ปุ่น จะพบกับ โปแลนด์ ที่วอลโกกราด อารีน่า เมืองวอลโกกราด ถ่ายทอดสดทางอมรินทร์ทีวี ช่อง 34 เกมแรกญี่ปุ่นพลิกล็อกเอาชนะโคลอมเบียมาได้ 2-1 ก่อนจะไล่ตีเสมอเซเนกัลสนุก 2-2 ส่วนโปแลนด์แพ้ 2 เกมรวดให้กับเซเนกัล 1-2 และโคลอมเบีย 0-3 ทำให้พวกเขาเป็นทีมยุโรปทีมแรกที่ตกรอบไป

สถิติที่ผ่านมาทั้งสองทีมเจอกัน 2 ครั้ง เป็นเกมอุ่นเครื่องทั้งหมด และเป็นซามูไรบลูที่ทำได้ดีกว่า ชนะรวด 2 ครั้ง ทำได้ 7 ประตูไม่เสียแม้แต่ประตูเดียว

เกมนี้ นิชิโนะ อากิระ กุนซือญี่ปุ่นน่าจะยังยึดผู้เล่นชุดหลักเอาไว้ เพื่อต้องการ 3 คะแนนและผ่านเข้ารอบต่อไป นำทีมมาโดย มาโกโตะ ฮาเซเบะ กองกลางกัปตันทีม และชินจิ คากาวะ เพลย์เมกเกอร์ตัวเก่ง ส่วนทางด้านโปแลนด์ อาจจะมีการส่งผู้เล่นสำรองมาสัมผัสเกมบ้าง และอาจจะเปลี่ยนนายทวารเป็นลูคัสซ์ ฟาเบียนสกี้