จากปากของ “ผู้รอดตาย” เวิลด์คัพที่เพิ่งเริ่มต้นของ “อาร์เจนตินา”

28.06.18 | 18:00 น.

อาร์เจนตินา กู้ศักดิ์ศรีของแชมป์โลก 3 สมัย ด้วยการเอาชนะ ไนจีเรีย 2-1 ผ่านเข้ารอบ 16 ทีมสุดท้ายแบบฉิวเฉียด ประตูสุดสวยของ ลิโอเนล เมสซี่ และ มาร์กอส โรโฮ ทำให้ทีมฟ้า-ขาวเหมือนตื่นจากฝันร้ายและความเคร่งเครียดตลอด 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา

อาร์เจนตินาประเดิมเสมอ ไอซ์แลนด์ 1-1 ในนัดแรก ก่อนจะมาแพ้ โครเอเชีย 0-3 แบบเล่นกันไม่เป็นทีม เมสซี่ สตาร์ดังยิงประตูไม่ได้ แม้จะพยายามเท่าไรก็ตาม ซึ่งเป็นเหมือนคำเตือนว่าสภาวะวิกฤติมาถึงแล้วจริงๆ

แถม ฮอร์เก้ ซามเปาลี กุนซือของทีมยังไม่ได้รับการยอมรับจากลูกทีม จนมีข่าวว่ามีการบอยคอตเฮดโค้ช และขอเตรียมแผนการเล่นกันเอง ส่วนโค้ชจะอยู่ตรงข้ามสนามหรือไม่ ก็แล้วแต่การตัดสินใจของซามเปาลีเอง

ไนจีเรียกำลังคึกสุดขีด หลังจากชนะไอซ์แลนด์มาได้ 2-0 และการเจอกับอาร์เจนตินา เป็นเกมที่แพ้ไม่ได้ เพราะใครแพ้ก็ต้องเก็บกระเป๋ากลับบ้านทันที เมื่อดูฟอร์มและสภาพจิตใจของทั้งสองทีมแล้ว โอกาสเข้ารอบเทไปทางไนจีเรียมากกว่า

Advertisement

ว่ากันว่า ฮาเวียร์ มัสเชราโน่ นักเตะจอมเก๋าวัย 34 ปี ซึ่งอายุมากที่สุดในทีม เป็นผู้นำตัวจริง ไม่ใช่เมสซี่อย่างที่คิด อย่างไรก็ตามจากเกมกับไนจีเรีย ซามเปาลีก็ยังออกแอคชั่น และสั่งการลูกทีมได้เหมือนปกติ แต่น่าสังเกตว่าแผนการเล่นที่ซามเปาลีใช้มาตลอดคือ 3-5-2 แต่สำหรับเกมนี้เล่นในระบบ 4-3-3 ระบบที่เมสซี่โปรดปรานในการเล่นกับ บาร์เซโลน่า

เกมนี้เมสซี่ทุ่มเทสุดพลังเพราะรู้ตัวว่า ฟุตบอลโลก 2018 คงจะเป็นฟุตบอลโลกหนสุดท้ายของตัวเองแล้ว และเจ้าตัวก็ยังไม่เคยได้แชมป์อะไรกับทีมชาติเลย ทั้งๆ ที่เป็นนักเตะที่ดีที่สุดของโลกคนหนึ่งในยุคนี้ เมสซี่มีสภาพย่ำแย่มากใน 2 เกมก่อนหน้านี้ ไม่มีรอยยิ้มให้เห็น แต่หลังจากยิง 1 ประตู และกระตุ้นเพื่อนร่วมทีมช่วงพักครึ่ง ด้วยการล้อมวงคุยกับทุกคน จนทีมชนะผ่านเข้ารอบได้ ก็ได้เห็นสีหน้าแห่งความสุขกลับมาอีกครั้ง

เมสซี่กล่าวว่า มั่นใจตั้งแต่แรกว่าจะคว้าชัยชนะได้ ซึ่งการชนะแบบนี้เป็นเรื่องที่สวยงามและควรค่าที่จะมีความสุขขอบคุณทุกคนที่เสียสละและทุ่มเทจนชนะได้ รวมทั้งทุกคนที่อยู่ข้างๆ กับทีม การเล่นเพื่อชาติมาเหนือสิ่งอื่นใดเสมอ

ขณะที่โรโฮบอกว่า เมสซี่ได้บอกให้ทุกคนหาโอกาสยิงประตูให้ได้มากที่สุด เพื่อหวังให้ชนะให้ได้ และสุดท้ายก็ทำได้สำเร็จ ก่อนหน้านั้นยังบอกเพื่อนร่วมทีมแบบขำๆ ว่า เขาจะยิงประตูได้ และโรโฮก็ทำได้จริงๆ

“ฟุตบอลโลกที่แท้จริงของอาร์เจนตินาได้เริ่มขึ้นแล้ว” โรโฮกล่าวไว้แบบนี้

เมื่อมองไปถึงรอบ 16 ทีม อาร์เจนตินาจะเจอกับ ฝรั่งเศส ทีมที่ไม่แพ้ใครเลยในรอบแบ่งกลุ่ม ชนะ 2 เสมอ 1 ถ้ามองกันตามฟอร์มแล้ว ทีมฟ้า-ขาวในสภาพนี้คงรับมือกับฝรั่งเศสได้ยาก เพราะฝรั่งเศสเล่นกันเป็นทีมมากกว่า มีความรัดกุมกว่าทีมที่เจอมาในรอบแรก

 

ส่วนอาร์เจนตินาใช้ความสามารถเฉพาะตัวของนักเตะเป็นหลัก 4 ปีที่แล้ว พวกเขาเข้ารอบชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลกด้วยความสามารถเฉพาะตัวของเมสซี่, อังเคล ดิ มาเรีย, เซร์คิโอ อากูเอโร่ เป็นหลัก ขณะที่มัสเชราโน่เล่นได้อย่างเหนียวแน่น แต่ตอนนี้มิดฟิลด์ตัวเก๋าสภาพร่างกายโรยราลงไป จะหยุดความหลากหลายของแข้งตราไก่ได้ขนาดไหน

เกมนี้เป็นการเจอกันของสองทีมที่มีนักเตะระดับโลกล้นทีม อองตวน กรีซมันน์, กอนซาโล่ อิกัวอิน, อังเคล ดิ มาเรีย, คิเลียน เอ็มบัปเป้, ปอล ป๊อกบา, นิโคลัส โอตาเมนดี้, เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ค่าตัวรวมกัน 638 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ซึ่งสามารถซื้อสโมสรฟุตบอลดังๆ ได้ด้วยซ้ำ นี่ยังไม่นับรวมเมสซี่ ที่ค่าตัวอยู่ที่ 180 ล้านดอลลาร์สหรัฐด้วยซ้ำ

อาร์เจนตินามีประสบการณ์ที่ดีในรอบน็อกเอาต์ ตั้งแต่ฟุตบอลโลกปรับมาใช้ระบบน็อกเอาต์ ในรอบสอง ตั้งแต่ปี 1986 ทีมฟ้า-ขาวเอาชนะรอบ 16 ทีมได้ถึง 6 จาก 7 ครั้งที่เข้ารอบ พลาดท่าครั้งเดียว ในปี 1994 และฝรั่งเศสถ้ามาถึงรอบน็อกเอาต์ก็ไม่เคยตกรอบ 16 ทีมเลย

ฟุตบอลแมตช์นี้เดิมพันด้วยตำแหน่งหัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติฝรั่งเศสของดิดิเย่ร์ เดส์ชองส์ และความยิ่งใหญ่ของลิโอเนล เมสซี่

เพราะถ้าพลาดขึ้นมา โอกาสแก้ตัวก็คงไม่มีอีกแล้ว