แฟนบอล “แดนมังกร” แห่บุก “เวิลด์คัพ” แดนหมีขาวรับกระแส “ฟีเวอร์”

3.07.18 | 16:00 น.

ฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย ผ่านพ้นมาค่อนทางแล้ว แต่เชื่อหรือไม่ว่า ผลการสำรวจการจับจ่ายใช้สอยรวมถึงจำนวนแฟนบอลที่หลั่งไหลเข้าไปชมเกมถึงขอบสนามนั้น ชาติที่ทำยอดสูงอย่างเหลือเชื่อกลับเป็นชาติที่ไม่เกี่ยวข้องกับการแข่งขันในปีนี้แม้แต่น้อย!

บริษัทให้บริการบัตรเครดิต วีซ่า เผยว่า ข้อมูลจากใช้เงินช่วงฟุตบอลโลกนัดแรกของแต่ละกลุ่มเปิดฉาก ระหว่างวันที่ 14-18 มิถุนายน ปรากฏว่า แฟนบอลจากประเทศจีน สหรัฐอเมริกา และเม็กซิโก รูดเงินใช้บัตรมากที่สุด

วีซ่าไม่ได้แจกแจงรายละเอียดการใช้เงินของแฟนบอลแบบแยกเชื้อชาติ แต่ระบุตัวเลขเฉลี่ยค่าใช้จ่ายของแฟนบอลส่วนใหญ่ไว้ที่ค่าซื้อเสื้อผ้า 8,000 รูเบิล (4,000 บาท), ค่าโรงแรม 15,000 รูเบิล (7,500 บาท) และซื้อสินค้าฟุ่มเฟือย

อาทิ เครื่องเพชร 23,000 รูเบิล (11,500 บาท) คิดเป็นยอดรวมการจับจ่ายในวันแรกๆ 1.7 พันล้านรูเบิล (850 ล้านบาท) เฉพาะในมอสโก ส่วนที่เมืองใหญ่อย่างเซนต์ ปีเตอร์สเบิร์ก ใช้เงิน 506 ล้านรูเบิล (253 ล้านบาท) และโซชิ 104 ล้านรูเบิล (52 ล้านบาท)

ขณะที่ สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) สำทับว่า แฟนบอลเมืองมะกันและจีนก็อยู่ในกลุ่มประเทศที่ซื้อตั๋วเข้าชมการแข่งขันมากที่สุดเช่นกัน โดยแฟนบอลสหรัฐซื้อตั๋วมากเป็นอันดับ 2 (ประมาณ 80,000 ใบ) และแฟนบอลจีนซื้อมากเป็นอันดับ 9 (ประมาณ 43,000 ใบ) ทั้งที่ทีมชาติของทั้ง 2 ประเทศไม่ได้ผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายแต่อย่างใด โดยเฉพาะในกรณีของจีนนั้น จากประวัติศาสตร์เวิลด์คัพที่ผ่านมา พวกเขาได้สิทธิเข้าร่วมเพียงครั้งเดียวในปี 2002 ที่ญี่ปุ่นกับเกาหลีใต้เป็นเจ้าภาพร่วม

Advertisement

ด้านเจ้าหน้าที่ทูตของจีนประจำประเทศรัสเซีย คาดการว่าฟุตบอลโลกหนนี้มีแฟนบอลแดนมังกรหลั่งไหลเข้าสู่รัสเซียประมาณ 100,000 คน ซึ่งถือเป็นตัวเลขที่น่าประทับใจ โดยมองว่าการเดินทางเข้ารัสเซียในครั้งนี้นอกจากจะมีวัตถุประสงค์เรื่องการชมเกมการแข่งขันฟุตบอลแล้ว ยังเพื่อการท่องเที่ยวและเรียนรู้วัฒนธรรมของประเทศรัสเซียอีกด้วย

สำหรับสาเหตุที่แฟนบอลจีนมีฟีดแบ๊กที่ดีกับการแข่งขันฟุตบอลโลกทั้งที่ทีมตัวเองไม่ได้ไปเตะรอบสุดท้ายนั้น ดิ อินดิเพนเดนต์ หนังสือพิมพ์เมืองผู้ดี อ้างงานวิจัยช่วงการแข่งขัน ฟุตบอลโลก 2014 ที่ประเทศบราซิล เมื่อ 4 ปีที่แล้วว่า สาเหตุหลักเป็นเพราะแฟนบอลจีนจำนวนมากทั้งลุ้นและเชียร์ทีมชาติอื่นๆ โดยเฉพาะชาติใหญ่ๆ ที่เข้าร่วมแข่งขันฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย

ไม่ว่าจะเป็น เยอรมนี, บราซิล, สเปน โดยเฉพาะกรณีของบราซิลซึ่งมีแข้งแซมบ้าหลายรายตัดสินใจไปค้าแข้งกับสโมสรในไชนีส ซุปเปอร์ลีก ช่วงหลายปีหลัง จนได้รับความนิยมจากแฟนบอลท้องถิ่นจำนวนมาก
การบูมกีฬาฟุตบอลโดยความร่วมมือของภาคเอกชนที่ทุ่มเม็ดเงินสร้างสโมสรในซุปเปอร์ลีกขึ้นมาสะเทือน

วงการลูกหนังโลกในช่วง 2-3 ปีหลัง ยังมีส่วนสำคัญในการสร้างความนิยมของกีฬานี้ในหมู่แฟนบอล ดังปรากฏว่า มีแฟนบอลอีกจำนวนไม่น้อยที่ลงทุนลงแรงเดินทางข้ามแผ่นดินเพื่อไปชมฝีเท้าของแข้งซุปเปอร์สตาร์ให้เห็นจะๆ กับตา โดยเฉพาะ ลิโอเนล เมสซี่ และ คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ยืนยันได้จากยอดฟอลโลว์ **เว่ยป๋อ** หรือโซเชียลมีเดียยอดฮิตของจีนของโรนัลโด้ซึ่งมากถึง 1.8 ล้านราย

อีกเหตุผลที่นักวิเคราะห์มองว่ามีแฟนบอลจีนเข้าไปชมเกมหรือเดินทางเข้ารัสเซียช่วงฟุตบอลโลกหนนี้มากกว่าแฟนบอลเข้าสายเลือดอย่าง อังกฤษ (ที่มียอดซื้อตั๋ว 31,000 ใบ) เสียอีก เพราะจีนกับรัสเซียมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกันมากกว่าประเทศขั้วตรงข้ามทางการเมืองอย่างอังกฤษหรือฝรั่งเศสนั่นเอง ประชาชนของแต่ละประเทศจึงย่อมมีความรู้สึกสบายใจที่จะได้ไปเยือนรัสเซียแตกต่างกันไป

ว่ากันว่าการขยายฐานความนิยมของกีฬาฟุตบอลในประเทศจีนนั้น เป็นส่วนหนึ่งของแผนระยะยาวตามนโยบายของประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ที่เป็นแฟนบอลตัวยง และตั้งใจจะผลักดันให้จีนเสนอตัวเป็นเจ้าภาพฟุตบอลโลกในปี 2030

ในด้านความพร้อมนั้นไม่ต้องพูดถึง เพราะจีนเคยมีประวัติเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันอีเวนต์ใหญ่อย่าง เอเชี่ยนเกมส์ และ โอลิมปิกเกมส์ มาแล้ว ขอเพียงเตรียมทีมชาติให้พร้อมยิ่งขึ้น และสร้างความนิยมให้พีคๆ ยิ่งกว่านี้ ด้วยจำนวนประชากรเกือบ 1,400 ล้านคน ที่พร้อมจับจ่ายใช้เงินในช่วงการแข่งขัน รวมถึงซื้อตั๋วเข้าไปชมการแข่งขัน

ฟีฟ่าคงแสนจะแฮปปี้และยกสิทธิการจัดเวิลด์คัพให้จีนโดยไม่ลังเลแน่นอน!