มาริโอ แฟร์นันเดส แบ๊กขวาเชื้อสายบราซิเลียน ถือว่ามีส่วนสำคัญในการช่วยพาทัพ “หมีขาว” ทีมชาติรัสเซีย ทะลุผ่านเข้าสู่รอบ 8 ทีมสุดท้าย ในฟุตบอลโลก 2018 เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์นับตั้งแต่เปลี่ยนชื่อมาจาก สหภาพโซเวียต

แฟร์นันเดส เริ่มค้าแข้งกับ เกรมิโอ้ ในลีกบ้านเกิด เมื่อปี 2009 ซึ่งฝีเท้าของเขาถูกจับตามองว่าเป็นแบ๊กขวาดีที่สุดในลีกบราซิลขณะนั้น จนได้รับโอกาสติดทีมชาติบราซิลชุดใหญ่ 1 นัดในเกมอุ่นเครื่องถล่ม ทีมชาติญี่ปุ่น 4-0 เมื่อปี 2014

แต่จุดพลิกผันในชีวิตเกิดขึ้นหลังจากที่แฟร์นันเดสถูกเรียกตัวติดทีมชาติบราซิล นัดที่ 2 ในเกมบุกอุ่นเครื่องกับ อาร์เจนตินา แต่ปรากฏว่า คืนก่อนรายงานตัวเขาไปเที่ยวไนท์คลับจนดึกดื่น และรุ่งเช้าไม่ได้ไปรายงานตัว จนพลาดร่วมทัพแซมบ้าตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

จากนั้นแฟร์นันเดสตัดสินใจย้ายข้ามทวีปมาเล่นให้กับ ซีเอสเคเอ มอสโก ในลีกรัสเซีย เมื่อปี 2012 ทั้งที่ฝีเท้าเขาได้รับความสนใจจากหลายทีมยักษ์ใหญ่ยุโรปมากมาย ไม่ว่าจะเป็น รีล มาดริด, อินเตอร์ มิลาน และยูเวนตุส
ภายหลังจากใช้ชีวิตในแดนหมีขาว 5 ปี แฟร์นันเดสได้รับสัญชาติรัสเซีย และถูกเรียกติดทีมชาติรัสเซีย นัดแรก ในเกมอุ่นเครื่องกับ ไอวอรี่โคสต์ เมื่อปี 2017 ซึ่งด้วยความเร็ว เทคนิค และมันสมองในการเล่น ทำให้เขายึดตัวหลักมาโดยตลอด

ถือว่าแฟร์นันเดสเกิดใหม่อีกครั้งในบ้านหลังที่สอง ซึ่งเขาไม่ได้ใช้ชีวิตท่องราตรีเหมือนเมื่อก่อน และรัสเซียเปลี่ยนชีวิตเขาให้มีความสุข ทำให้แบ๊กขวารายนี้รู้สึกว่า ตัดสินใจถูกที่สุดที่ตัดสินใจย้ายมาเล่นให้รัสเซียแม้ว่าจะไม่สามารถพูดภาษารัสเซียได้เลย
ตลอดเวลาในการเล่นกับทีมชาติรัสเซียแฟร์นันเดสจะมีล่ามส่วนตัวที่เป็นตัวช่วยส่งสัญญาณให้กับเขา ทั้งในการฝึกซ้อม และลงสนาม แต่เรื่องภาษาไม่ใช่อุปสรรคใดๆ สำหรับเขา เพราะแฟร์นันเดสมีฟุตบอลเป็นภาษาสากลเอาไว้สื่อสารกับแข้งแดนหมีขาว
แฟร์นันเดสมีความเข้าใจทุกอย่างในการเล่นกับทีมชาติรัสเซีย แม้ว่าไม่สามารถตอบโต้ได้ทางภาษาปาก แต่เขาตอบโต้ออกมาทางภาษาลูกหนัง
และแสดงให้เห็นชัดเจนว่า มีความตั้งใจที่จะช่วยพาทัพหมีขาวไปให้ไกลที่สุดในฟุตบอลโลกบนบ้านหลังที่สองของตัวเอง



