สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ จัดงานแถลงข่าวความพร้อมก่อนการแข่งขัน “มีต เดอะ วอร์ริเออร์” ฟุตบอลโตโยต้า ไทยลีก นัดที่ 24 ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 25 การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) หัวหมาก เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม
บิ๊กแมตช์อยู่ที่เกมระหว่าง “ฉลามชล” ชลบุรี เอฟซี ทีมอันดับ 7 เปิดรังชลบุรี สเตเดียม พบทีมจ่าฝูง “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด วันที่ 22 กรกฎาคม เวลา 19.00 น. ถ่ายทอดสดช่องทรูสปอร์ตเอชดี 2 และทรูโฟร์ยู
นายจีระศักดิ์ โจมทอง ผอ.ฝ่ายการตลาดและสื่อทีมชลบุรี กล่าวว่า ทีมยังมีนักเตะเจ็บเรื้อรัง ทั้งนัสตพล มาลาพันธ์ และสุทธินันท์ พุกหอม สองกองหลังตัวหลัก แต่จะดันกฤษดา กาแมน ดาวรุ่งวัย 19 ปีเล่นแทน ที่ผ่านมาเขาทำได้ดี และหากเขาสามารถเก็บเกี่ยวประสบการณ์ได้ เชื่อว่าเขาจะก้าวเป็นกำลังหลักของชลบุรีและทีมชาติไทยในอนาคต
“ชลบุรียังมีโอกาสตกชั้น แต่เราจะเน้นทุกรายการ บุรีรัมย์เป็นทีมที่มีเกมรุกดุดัน แต่เราจะทำอย่างเต็มที่ เพื่อให้บุรีรัมย์คว้าแชมป์ช้าหน่อย” นายจีระศักดิ์กล่าว
ขณะที่นายสิริชัย กิโมโต ผู้ช่วยผู้จัดการทีมบุรีรัมย์ กล่าวว่า ทีมยังมีนักเตะเจ็บอยู่ ทั้งสุภโชค สารชาติ และศศลักษณ์ ไหประโคน การไปเยือนชลบุรีที่กำลังทำผลงานดีเป็นงานยาก เกมนี้เราต้องทำเต็มที่ และพยายามหยุดเกมรุกชลบุรีให้ได้
“แม้เกมที่ผ่านมาเราอาจจะทำประตูได้น้อย และเสียประตูง่ายๆ แต่เราต้องค่อยๆ ปรับปรุงไป ตอนนี้เราประมาทไม่ได้ เพราะยังมีคะแนนให้รองจ่าฝูงอย่างทรู แบงค็อก เก็บอยู่เยอะพอสมควร ดังนั้นเราต้องพยายามทำผลงานให้ดี เพื่อรักษาจ่าฝูงไว้ให้ได้” นายสิริชัยกล่าว
ส่วนโปรแกรมคู่อื่น ดังนี้ วันที่ 21 กรกฎาคม เวลา 17.45 น. นครราชสีมา มาสด้า พบ ชัยนาท ฮอร์นบิล, เวลา 18.00 น. สิงห์ เชียงราย พบ ทรู แบงค็อก, เวลา 19.00 น. การท่าเรือ พบ โปลิศ เทโร, เวลา 19.00 น. บางกอกกล๊าส พบ เอสซีจี เมืองทอง, เวลา 20.00 น. อุบล ยูเอ็มที พบ สุโขทัย
วันที่ 22 กรกฎาคม เวลา 18.00 น. ราชนาวี พบ ราชบุรี มิตรผล, พีที ประจวบ พบ แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล และเวลา 19.00 น. สุพรรณบุรี พบ พัทยา
ด้านเบนจามิน ตัน รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการแข่งขัน บริษัท ไทยลีก จำกัด และผู้อำนวยการคลับ ไลเซนซิ่ง สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ กล่าวภายในงานว่า หลังจากมีกระแสว่าไทยลีก 1 ฤดูกาล 2019 อาจมี 18 ทีมเช่นเดิม แต่ขอยืนยันว่า จำนวนทีมในไทยลีก 1 ฤดูกาล 2019 จะมีทั้งสิ้น 16 ทีมดังนโยบายที่ประกาศไว้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว เพื่อให้ตารางการแข่งขันระดับสโมสรและทีมชาติมีความสอดคล้อง และไม่ทับซ้อนกัน ทำให้ในปีนี้จะมี 5 ทีมจากไทยลีก 1 ตกชั้น และอีก 3 ทีมในไทยลีก 2 เลื่อนชั้นขึ้นมาแทน



