การแข่งขันกอล์ฟอาชีพชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ประจำปี 2561 ณ สนามฟีนิกซ์ โกลด์ กอล์ฟ แอนด์ คันทรี คลับ พัทยา จังหวัดชลบุรี ระหว่างวันที่ 26-29กรกฎาคม 2561 เป็นรายการแซงค์ชั่นโดย เอเชียนทัวร์ ชิงเงินรางวัลรวม500,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือประมาณ 16.5 ล้านบาท และมีคะแนนเพื่อการจัดอันดับโลก มีนักกอล์ฟสมาชิกเอเชี่ยนทัวร์ จำนวน 75 คน นักกอล์ฟไทย จำนวน 40คน นักกอล์ฟสมาชิกพีจีเอ ออฟ ออสเตรเลเชีย จำนวน 10 คน นักกอล์ฟสมาชิกเจแปนกอล์ฟทัวร์ จำนวน 5 คน นักกอล์ฟจากรอบคัดเลือกจำนวน 10 คน นักกอล์ฟรับเชิญจากผู้สนับสนุน จำนวน 16 คน รวมทั้งสิ้น 156 คนผ่านไปสองวันแรกตัดตัวที่สกอร์รวม 2 โอเวอร์พาร์ มีนักกอล์ฟผ่านเข้าไปเล่นสองรอบสุดท้าย 76 คน และผ่านไปสามวัน จัสติน ฮาร์ดิ้ง โปรชาวแอฟริกาใต้นำเดี่ยววันสุดท้ายเมื่อวันอาทิตย์ที่ 29 กรกฎาคม 2561 จัสติน ฮาร์ดิ้ง โปรวัย 32 ปี เริ่มต้นเสียโบกี้หลุม 2 แต่แก้กลับมาทำเบอร์ดี้หลุม 3,6 และ 7 จากนั้นเสียโบกี้ที่สองในหลุม 9 ก่อนจะทำอีกสองเบอร์ดี้หลุม 10 และ 11 แม้ว่าจะไปพลาดเสียดับเบิ้ลโบกี้หลุม 12 แต่ก็แก้กลับมาทำเบอร์ดี้หลุม 15 และเบอร์ดี้ในหลุม 16 และพาร์สองหลุมสุดท้ายสกอร์ 3 อันเดอร์พาร์ 67 สกอร์รวม 14 อันเดอร์พาร์ 266 คว้าแชมป์ไปครองชนะอันดับสองร่วมสี่คนหกสโตรกพร้อมกับรับเงินรางวัลไป 90,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หรือราว 2.88 ล้านบาท เป็นแชมป์ที่สองของเขานการเล่นเอเชี่ยนทัวร์ปีหลังจากที่คว้าแชมป์ที่อินโดนีเซีย เมื่อสองสัปดาห์ก่อนหน้านี้อันดับสองร่วมมี ชีฟ กาปูร์ โปรชาวอินเดียแชมป์ปีที่แล้วสกอร์ 71 เคิร์ท คิทายามะ โปรชาวอเมริกันเชื้อสายญี่ปุ่น 67 ชัพชัพ นิราช จากประเทศไทย 68 และเจ๊ค แม็คเลียด จากออสเตรเลีย 67 สกอร์รวม 8 อันเดอร์พาร์ 272
ฮาร์ดิ้ง กล่าวหลังการคว้าแชมป์ว่า”ช่วงฟอร์มดีผมไม่รู้จะพูดอย่างไรดีสองสัปดาห์ก่อนหน้านี้ก็เซอร์ไพรส์ที่คว้าแชมป์แต่ก็กำลังเล่นดีผมพยายามเล่นให้ดีเหมือนกับสามรอบแรก และผมทำได้ดีเมื่อวานผมก็เล่นดีนะนี่แหละคือสิ่งที่น่าทึ่งในการเล่นกอล์ฟแล้ววันนี้ผมก็ได้พัตต์มากขึ้นมันช่วยผมได้ ผมมองไปที่ลีดเดอร์บอร์ดตลอดเวลาผมเห็นหลายคนไล่ผมเข้ามา แต่ก็พยายามทำให้ตัวเองขึ้นไปไม่ได้ ผมรู้สึกว่ามันมีปัญหานิดหน่อยกับการคุมการเล่นผมรู้สึกเกมของสัปดาห์นี้ผมไม่ต้องการให้มันผิดพลาดอย่างหลุม 13 แต่ผมก็มาได้เบอร์ดี้หลุม 15 ซึ่งเป็นหลุมยาก ผมไม่เคยนำถึงห้าสโตรกเมื่อเข้าหลุมสุดท้ายมาก่อนเลยแต่นั่นก็แหละคือเหตุผลว่าทำไมคือที่มาของชื่อเล่นของผมคือแฮ็ก”
“โปรโจ๊ก” ชัพชัย นิราช โปรหนุ่มวัย 35 ปีจากพิษณุโลกเล่นวันสุดท้ายตามหลังผู้นำห้าสโตรกทำพาร์สี่หลุมแรกก่อนจะทำเบอร์ดี้หลุม 5 และเสียโบกี้หลุมถัดมาจากนั้นเบอร์ดี้หลุม 8 แต่ไปพลาดออกดับเบิ้ลโบกี้หลุม 9 อย่างไรก็ตามชัพชัย มาชิพระยะ 30 หลาเข้าไปทำอีเกิ้ล และ เบอร์ดี้หลุม 14 และมีโอกาสพัตต์อีเกิ้ลระยะ 15 ฟุตในหลุม 16 แต่หลุดขวาก่อนแท็ปอินเบอร์ดี้สกอร์ขึ้นไป 9 อันเดอร์พาร์ แต่ไปพลาดตีออกขวาในหลุม 17 พาร์ 3 ต้องชิพแก้ขี้นไปพัตต์เซฟพาร์ระยะ 6 ฟุตพลาดเสียโบกี้หล่นไป 8 อันเดอร์พาร์ 272 คว้าอันดับสองร่วมรับเงินรางวัลไปคนละ 33,000 ดอลลาร์สหรัฐฯหรือราว 1,056,000 บาท
ชัพชัย เจ้าของแชมป์อาชีพในเอเชี่ยนทัวร์ 4 รายการกล่าวหลังการเล่นวันสุดท้ายว่า”ผมพยายามเล่นช็อตต่อช็อตหลังที่เราได้คุยกับโปรหลักชัยมาซึ่งกลับมาเล่นแบบของเราแล้วสนามนี้ผมเล่นไม่ค่อยดีเลย แต่การเล่นใน 9 หลุมแรกก็ยากอยู่แต่พอกลับมาได้โดยเฉพาะการชิพอีเกิ้ลลงในหลุม 11 เราขึ้นไป 7 อันเดอร์รู้สึกว่ามีโอกาสขึ้นไปแต่เราก็รู้ว่ามันตามยากคงไล่ไม่ทันขอแค่ทำอันดับขึ้นไปดีที่สุดภาพรวมการเล่นในสัปดาห์นี้ถือว่าดีนะเพราะว่าดีเกินคาดและเป้าหมายตลอดปีนี้ผมหวังจะติดอยู่ใน 20 อันดับแรกของอันดับเงินรางวัล และต่อไปคือโปรหลักชัยหวังจะนำผมกลับมาสู่การเป็นชัพชัยคนเดิมให้ได้ครับ”
“โปรเพชร”พชร คงวัดใหม่ โปรหนุ่มวัย 19 ปี จากสงขลา ทำสกอร์ปิดท้าย 1 อันเดอร์พาร์ 69 สกอร์รวม 4 อันเดอร์พาร์ 276 คว้าอันดับ 14 ร่วมกับ “โปรเจ็ท” สัตยา ทรัพย์อัประไมย 71
ส่วน”โปรช้าง”ธงชัย ใจดี จอมเก๋าวัย 48 ปี มือหนึ่งเอเชี่ยนทัวร์สามสมัยปี 2001,2004 และ 2009 ทำสกอร์ดีเวนพาร์ 71 สกอร์รวม 1 โอเวอร์พาร์ 280 คว้าอันดับ 36 ร่วม กับ “โปรหนี่ง”ชินรัตน์ ผดุงศิลป์ 67


