เช็กความพร้อมบิ๊ก6ลีกผู้ดี สัปดาห์สุดท้ายก่อนฟาดแข้ง

4.08.18 | 13:53 น.

ฟุตบอล คอมมิวนิตี้ ชิลด์ ประจำปี 2018 กำลังจะฟาดแข้งกันในสุดสัปดาห์นี้แล้ว ซึ่งครั้งนี้จะเป็นการพบกันระหว่าง “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์พรีเมียร์ลีก กับ “สิงโตน้ำเงินคราม” เชลซี แชมป์เอฟเอ คัพ

ซึ่งเมื่อศึกคอมมิวนิตี้ ชิลด์ ลงฟาดแข้ง นั่นเป็นสัญญาณบอกว่าฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ และฟุตบอลลีกยุโรปทั้งหลาย เตรียมกลับมาปะทะฝีเท้ากันแล้ว

ในความคิดของแฟนบอลเอง ดูเหมือนจะพักกันไปไม่นานเท่านั้น เพราะว่าเดือนที่ผ่านมายังฉลองแชมป์โลกกับทีม “ตราไก่” ฝรั่งเศส อยู่เลย แต่นี่ก็ถึงเวลาของฟุตบอลสโมสรกันแล้ว

ซึ่งในขณะที่เหลือเวลาอยู่ประมาณ 10 วันก่อนจะเปิดฤดูกาล วันนี้เราจะมาเช็กความพร้อมของบรรดาทีมลุ้นแชมป์ หรือ “บิ๊กซิกซ์” ทั้ง 6 ทีมกันหน่อย เพราะแต่ละทีมนั้นต้องประสบปัญหาขาดผู้เล่นตัวหลักที่เข้ารอบลึกๆ ของฟุตบอลโลก มาดูกันว่าแต่ละทีมพร้อมแค่ไหนแล้ว

1.แมนเชสเตอร์ ซิตี้

เริ่มต้นกันที่ทีมแชมป์เก่า เข้าสู่ปีที่ 3 ของ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า เป้าหมายใหญ่ในปีนี้คือ ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก แต่การป้องกันแชมป์ก็สำคัญเช่นกัน

Advertisement

ปีนี้เรือใบสีฟ้าเพิ่งได้ ริยาร์ด มาห์เรซ เพลย์เมกเกอร์จาก “จิ้งจอกสยาม” เลสเตอร์ ซิตี้ มาร่วมทีมเพียงรายเดียว แถมยังไม่เปิดฤดูกาลก็เจ็บเสียแล้ว อย่างไรก็ตามขุมกำลังอื่นๆ นับว่ายังแน่นปึ้กอยู่ ทั้ง เควิน เดอ บรอยน์, เลรอย ซาเน่, เซร์คิโอ อากูเอโร่

แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงคือตลอด 9 ฤดูกาลหลังสุด แชมป์เก่ายังไม่สามารถป้องกันแชมป์ได้ มีการผลัดเปลี่ยนมือแชมป์ทุกปี อีกทั้งเป้าหมายหลักน่าจะเป็นถ้วยใหญ่สุดอย่างแชมป์ยุโรปมากกว่า จึงเป็นเครื่องหมายคำถามเช่นกันว่ากวาร์ดิโอล่า จะพาทีมไปในทางใด

 

2.แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

นี่คือซัมเมอร์ที่มีปัญหาพอสมควรสำหรับปีศาจแดง โชเซ่ มูรินโญ่ กลายเป็นเต็งหนึ่งที่จะร่วงจากเก้าอี้ในฤดูกาลนี้ หลังมีปัญหาขัดแย้งกับบอร์ดบริหาร โดยเฉพาะเรื่องซื้อตัว ที่มูรินโญ่บอกว่าขอไป 5 แต่ยังไม่ได้ใครมา

ตัวที่เสริมเข้ามามีเพียง 3 รายคือ เฟร็ด ดาวเตะบราซิเลียน, ดีโอโก้ ดาล็อท แบ๊กขวาชาวโปรตุกีส และ ลี แกรนท์ นายทวารวัย 35 ปี ที่ดึงเข้ามาเป็นมือ 3 ส่วนผู้เล่นชุดใหญ่ที่ปล่อยไปก็มีแค่ ดาลีย์ บลินด์ เท่านั้น

ผลงานอุ่นเครื่องก็ดีร้ายผสมกัน แต่เห็นได้ชัดเลยว่าทีมของมูรินโญ่ยังไม่พร้อมเปิดฤดูกาล ผู้เล่นตัวหลักหลายคนยังไม่กลับจากพักเบรก แม้ว่ากุนซือโปรตุกีสจะขอให้กลับมาก่อนกำหนด

คงต้องมาลุ้นกันว่าปีศาจแดงจะขจัดปัญหาต่างๆ ได้ก่อนคิกออฟกับเลสเตอร์ ซิตี้ ใน “ฟรายเดย์ไนท์” ได้หรือไม่

3.ทอตแน่ม ฮอตสเปอร์ส

ทีมไก่เดือยทอง นับว่าตกที่นั่งลำบากไม่น้อย เพราะจากทีมบิ๊กซิกซ์ด้วยกัน นี่เป็นทีมที่ได้รับผลกระทบจาก ฟุตบอลโลก มากที่สุด เพราะมีผู้เล่นถึง 9 คน ที่ผ่านเข้าสู่รอบ 4 ทีมสุดท้ายฟุตบอลโลกได้ และบรรดานักเตะเหล่านี้มีเวลาในการฝึกซ้อมก่อนเปิดฤดูกาลเพียง 12 วันเท่านั้น แถมช่วงต้นฤดูกาล พวกเขายังต้องเสีย ซอน เฮืองมิน ที่ต้องไปรับใช้ทีมชาติ เกาหลีใต้ ในเอเชี่ยนเกมส์อีก

ขณะที่ในตลาดซื้อขาย เป็นสิ่งที่เงียบเหงามากๆ พวกเขายังไม่ได้มีผู้เล่นใหม่เข้ามา แม้จะดีที่ไม่ได้เสียใครออกไป แต่ทำให้ขุมกำลังนั้นยังแทบเป็นชุดเดิมทั้งหมด ทำให้น่าเป็นห่วงเช่นกัน

อย่างไรก็ตาม การรั้งตัว เมาริซิโอ โปเช็ตติโน่ กุนซือใหญ่ที่มีข่าวกับ “ราชันชุดขาว” รีล มาดริด เอาไว้ได้นั้น น่าจะเป็นเรื่องดีที่สุดในซัมเมอร์นี้ของทีมไก่เดือยทองแล้ว เพราะเชื่อว่าตราบใดที่โปเช็ตติโน่อยู่ ไก่ตัวนี้ก็ไม่สามารถมองข้ามได้อย่างแน่นอน

4.ลิเวอร์พูล

นี่คือทีมที่สื่อยกขึ้นมาให้เป็นคู่แข่งสำคัญของเรือใบสีฟ้าในฤดูกาลนี้ และดูจะเป็นทีมที่มีความเคลื่อนไหวในตลาดซื้อขายได้น่าตื่นเต้นที่สุดปีหนึ่ง

ปัญหาที่ผ่านมาของลิเวอร์พูลคือความสม่ำเสมอ รวมถึงตัวสำรองทดแทนตัวจริงไม่ได้ แต่ซัมเมอร์นี้พวกเขาแก้ไขปัญหาถูกจุด เสียผู้เล่นตัวหลักเพียงคนเดียวคือ เอ็มเร่ ชาน ที่หมดสัญญา แต่ได้เข้ามา 4 รายคือ ฟาบินโญ่, นาบี เกอิต้า, เชอร์ดาน ชากิรี่ และรายสุดท้ายที่ถือว่าแก้ปัญหาถูกจุดคือผู้รักษาประตู ที่ได้ อลิสซอน เบ็คเกอร์ นายทวารมือ 1 ทีมชาติบราซิล เข้ามาร่วมทีม

แถมพวกเขายังรักษา 3 ประสานแนวรุกเอาไว้ได้อย่างดี ทั้ง โมฮัมเหม็ด ซาลาห์, ซาดิโอ มาเน่ และ โรแบร์โต้ ฟิร์มิโน่ ดังนั้นเมื่อรวมกับผู้เล่นใหม่ ทำให้หงส์แดงมีทีมที่สมบูรณ์ทั้งตัวจริงตัวสำรองมากๆ ในรอบหลายปีเลยทีเดียว

5.เชลซี

ทีมสิงโตน้ำเงินคราม มีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ พวกเขาปลด อันโตนิโอ คอนเต้ ออก แล้วตั้ง เมาริซิโอ ซาร์รี่ จากนาโปลี เข้ามาคุมทีมแทน

ปัญหาของสิงห์บลูส์คือความไม่ชัดเจนของ เอเด็น อาซาร์ กับ ติโบต์ กูร์ตัวส์ 2 กำลังสำคัญ ที่มีข่าวย้ายทีมออกมา แต่ตอนนี้เหลือเวลาไม่กี่วันก็ยังไม่ชัดเจนว่าจะอยู่ต่อหรือย้ายทีมไปไหน

ยิ่งเวลางวดเข้ามา การหาตัวแทนก็ดูจะเป็นไปได้ยากยิ่งขึ้น บวกกับการที่พวกเขาไม่ได้เล่นยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีก ทำให้มีสตาร์น้อยคนนักที่จะย้ายมา

ผู้เล่นที่เชลซีได้มาเสริมทีมคือ จอร์จินโญ่ ซึ่งตัดหน้าเรือใบสีฟ้ามาได้ กับอีกคนคือ โรเบิร์ต กรีน ที่น่าจะนำเข้ามาเป็นสำรองเท่านั้น

ฟุตบอลของซาร์รี่ ที่ทำมาคือเกมรุก เราอาจจะได้เห็นโฉมใหม่ของเชลซี แต่ก็ต้องมาดูว่าซาร์รี่ต้องใช้เวลาแค่ไหนในการปรับตัวเข้ากับพรีเมียร์ลีกเช่นกัน

6.อาร์เซน่อล

ปืนใหญ่ เป็นอีกทีมที่มีการเปลี่ยนแปลง และเป็นการเปลี่ยนแปลงที่ยิ่งใหญ่มากๆ การลาทีมของ อาแซน เวนเกอร์ ก่อนจะตั้ง อูไน เอเมอรี่ ขึ้นมากุมบังเหียนแทน

ซึ่งเอเมอรี่ เสริมทัพได้น่าสนใจ ดึง แบรนด์ เลโน่ เข้ามาเป็นมือ 1 แทน ปีเตอร์ เช็ก เสริมแนวรับด้วยการดึง โซคราติส ปาปาสตาโธปูลอส และ สเตฟาน ลิคต์สไตเนอร์ ส่วนแดนกลางได้ ลูคัส ตอร์ไรร่า ที่เป็นตัวรับธรรมชาติมา

แนวรุกพวกเขายังมี 2 ยอดกองหน้าอย่าง อเล็กซองเดร ลากาแซตต์ และ ปิแอร์ เอเมอริค-โอบาเมอยอง อยู่ จึงถือว่าน่ากลัวเช่นกัน

แต่จุดสำคัญคือเอเมอรี่ เป็นกุนซือที่ถนัดในการทำทีมลุ้นฟุตบอลถ้วยมากกว่าฟุตบอลลีก จึงน่าสงสัยเช่นกันว่าจะพาทีมปืนใหญ่ไปเจ้าแห่งบอลถ้วยด้วยหรือไม่

สิ่งที่น่าสนใจของพรีเมียร์ลีกปีนี้คือปิดตลาดซื้อขายก่อนเปิดฤดูกาล ดังนั้นช่วงเวลาที่เหลือต้องดูกันว่า แต่ละทีมจะแก้ปัญหาตัวเองได้ดีแค่ไหน ก่อนจะบรรเลงเพลงแข้งกันต่อเนื่อง 9 เดือนเต็ม