“โปรตั๋ง” ภวินท์ อิงคะประดิษฐ์ คว้าแชมป์ ออลไทยแลนด์ กอล์ฟ ทัวร์ รายการ “สิงห์ แชมเปี้ยนชิพ 2018″ ไปครองได้สำเร็จ หลังรอบสุดท้ายทำสกอร์ 4 อันเดอร์พาร์ 67 รวมสี่วัน 12 อันเดอร์พาร์ 272 ชนะห่างที่ 2 ถึง 4 สโตรก ในการแข่งขันที่สนามระยอง กรีน วัลเลย์ คันทรีคลับ จ.ระยอง เมื่อวันที่ 5 สิงหาคม
การแข่งขันรอบสุดท้าย “โปรตั๋ง” ภวินท์ อิงคะประดิษฐ์ วัย 27 ปี จากสุพรรณบุรี ซึ่งเป็นผู้นำ สองรอบแรก และจบรอบสามสกอร์ตามผู้นำ 1 สโตรก โดยรอบนี้ ภวินท์พลาดเสียโบกี้ที่หลุม 1 ก่อนเก็บคืน 3 เบอร์ดี้รวดที่หลุม 3,4,5 และทำอีเกิ้ลที่หลุม 7 และอีก 1 เบอร์ดี้ที่หลุม 10 ก่อนมาพลาดเสียโบกี้ที่หลุม 17 ทำให้จบรอบสุดท้ายด้วยสกอร์ 4 อันเดอร์พาร์ 67 รวมสี่วัน 12 อันเดอร์พาร์ 272 คว้าแชมป์ไปครองโดยชนะที่สอง 4 สโตรก พร้อมรับเงินรางวัลไปครอง 300,000 บาท

ภวินท์กล่าวว่า วันนี้ทำได้ตามที่ตั้งใจไว้ ว่าจะพยายามตีไล่ผู้นำให้ได้ ออกไปถึงจะโบกี้หลุมแรกแต่ก็คุมเกมกลับมา หลุมสองเซฟพาร์ได้และมาทำได้ 3 เบอร์ดี้ติดและเว้นอีกหลุมก็อีเกิ้ล ทำให้กลับมาอยู่ที่เกมของตัวเองได้ ช่วงหลังเป็นเกมที่ตั้งใจจะตีเซฟพาร์ไปเรื่อยๆ แค่พลาด 3 พัตต์ที่หลุม 17 แต่ก็เป็นตามเป้าที่ตั้งไว้ที่ให้จบขึ้นมานำ
เมื่อถามถึงเหตุผลที่รอบสามทำสกอร์ได้ไม่ดี ภวินท์กล่าวว่า “เป็นปกติครับ ผมตีดีแค่ 2 วันมาหลายแมตช์ แล้วก็จะร่วงไปตลอด ถึงวันสุดท้ายได้ลุ้นผมก็จะพลาดเกือบทุกครั้ง เคยชนะครั้งเดียว ครั้งนี้เป็นครั้งที่สองก็ดีใจที่ปลดล็อกตรงนั้นได้อีกทีนึง ก็ขอขอบคุณ คุณพ่อคุณแม่ คุณน้า พี่สาว ที่เชียร์อยู่ที่บ้าน และโปรบุญชู เรืองกิจ บริษัท สิงห์ คอร์เปอเรชั่น ออลไทยแลนด์กอล์ฟทัวร์ สนามกอล์ฟระยองกรีนวัลเลย์“
ทางด้าน 2 ผู้นำในรอบสาม ดลภัทรไชย นิยมชน วัย 28 ปี จากนครสวรรค์ กับ จู ฮยอง คิม โปรดาวรุ่งวัยเพียง 16 ปี จากเกาหลีใต้ รอบนี้ทำสกอร์เท่ากันที่ 1 โอเวอร์พาร์ 72 สกอร์รวมเหลือ 8 อันเดอร์พาร์ 276 ได้ที่ 2 ร่วมกับ ชัพชัย นิราช, สุทธิเจตน์ คูห์รัตนพิศาล และนิติธร ทิพย์พงษ์ ได้รับเงินรางวัลคนละ 105,700 บาท

สำหรับผลงานนักกอล์ฟที่น่าสนใจ อิทธิพัทธ์ บูรณธัญรัตน์ ทำสกอร์ 7 อันเดอร์พาร์ 277 ได้ที่ 7 ร่วม, อุดร ดวงเดชา ทำสกอร์ 4 อันเดอร์พาร์ 280 ได้ที่ 12 ร่วม “แชมป์เก่า” ชนะโชค เดชภิรัตนมงคล ทำสกอร์ 1 อันเดอร์พาร์ 283 ได้ที่ 20 ร่วม และธันยากร ครองผา ทำสกอร์ อีเว่นพาร์ 284 ได้ที่ 25 ร่วม
ส่วนนักกอล์ฟสมัครเล่นที่ทำผลงานดีที่สุดเป็นศักดิ์สิทธิ์ ใจรัก วัย 19 ปี จากนครสวรรค์ ที่ทำสกอร์รวมสี่วัน 2 อันเดอร์พาร์ 282 จบการแข่งขันในอันดับที่ 18 ร่วม ได้รับถ้วยรางวัล “ศุภพร มาพึ่งพงศ์” ไปครอง


