ฟุตบอลโลก 5 ลีกใหญ่แห่งทวีปยุโรปจะกลับมาเปิดฉากฟาดแข้งฤดูกาลใหม่กันในครั้งในช่วงเดือนสิงหาคมนี้ หลังจากผ่านพ้นฤดูกาลที่ผ่านมาต่างมีสิ่งแปลกใหม่เกิดขึ้นสั่นสะเทือนวงการลูกหนังลีกยุโรปมากมาย ซึ่งทำให้การลุ้นแชมป์ในฤดูกาลนี้ทวีคูณความตื่นเต้นเร้าใจเพิ่มขึ้นไปด้วย…
เริ่มต้นกันที่ลีกที่ได้รับความนิยมสูงสุดในศึก พรีเมียร์ลีก อังกฤษ จะประเดิมนัดแรกของฤดูกาล 2018-2019 วันที่ 11-12 สิงหาคมนี้ โดยเต็งแชมป์คงหนีไม่พ้น “เรือใบสีฟ้า” แมนเชสเตอร์ ซิตี้ แชมป์เก่าภายใต้การคุมทีมของ เป๊ป กวาดิโอล่า ซึ่งทุ่มเงิน 60 ล้านปอนด์กระชาก ริยาด มาห์เรซ ปีกแอลจีเรีย เข้ามาเสริมทัพ พร้อมแข้งหลักที่อยู่กันครบหน้า
ขณะที่ “หงส์แดง” ลิเวอร์พูล ไม่ยอมน้อยหน้าคว้าตัว อลิสซอน เป็นนายทวารค่าตัวสถิติโลกถึง 66.8 ล้านปอนด์ รวมทั้งบิ๊กเนมหลายคน ทำให้น่าจะเป็นทีมที่ต่อกรกับเรือใบสีฟ้าได้ในปีนี้ เพราะทั้ง “ปีศาจแดง” แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด, “สิงห์บลูส์” เชลซี, “ปืนใหญ่” อาร์เซน่อล และ “ไก่เดือยทอง” สเปอร์ส ยังไม่ค่อยเข้าที่เข้าทาง
โดยเฉพาะเชลซี และอาร์เซน่อล ที่เกิดการเปลี่ยนแปลงกุนซือคนใหม่ โดยสิงห์บลูส์ได้ เมาริซิโอ ซาร์รี่ เข้ามากุมบังเหียน ขณะที่ปืนใหญ่ได้นายใหม่อย่าง อูไน เอเมรี่ ส่วนปีศาจแดงยังมีรอยร้าวระหว่าง โชเซ่ มูรินโญ่ กับทั้งนักเตะ และบอร์ดบริหาร ด้านไก่เดือยทองไม่ค่อนเสริมทัพมากนัก แต่อาจกลายเป็นทีมม้ามืด…
ถัดมาที่ ลีกเอิง ฝรั่งเศส จะเปิดฉากฤดูกาลใหม่ในวันที่ 11-12 สิงหาคมนี้เช่นกัน โดยแชมป์เก่าอย่าง “เปเอชเช” ปารีส แซงต์ แชร์กแมงต์ เปลี่ยนตัวกุนซือเป็น โทมัส ทูเคิ่ล แต่ขุมกำลังหลักยังพร้อมหน้าทั้ง เนย์มาร์, อังเคล ดิ มาเรีย, คีเลียน เอ็มปัปเป้ รวมทั้งเสริมทัพด้วยการดึง จิอันลุยจิ บุปฟ่อน นายด่านจอมเก๋ามาเฝ้าเสาด้วย
อีกหนึ่งทีมแดนน้ำหอมอย่าง โมนาโก น่าจะเป็นทีมที่เบียดแชมป์กับปารีสได้สนุก โดยโมนาโกเสริมทัพคว้า อเล็กซานเดอร์ โกโลวิน มิดฟิลด์ดาวรุ่งทีมชาติรัสเซียที่โชว์ฟอร์มได้ดีในฟุตบอลโลก 2018 ส่วนอีกสองทีมอย่าง ลียง, มาร์กเซย จะเป็นตัวแปรสำคัญ แต่ท้ายที่สุดท้ายแชมป์คงต้องตกอยู่ในมือของทีมดังจากเมืองหลวงแดนน้ำหอม
ข้ามฝากไปที่ศึก กัลโช่ ซีเรียอา อิตาลี จะเริ่มต้นฤดูกาลใหม่ในช่วงวันที่ 18, 19, 20 สิงหาคมนี้ โดยถือเป็นลีกที่กำลังจะได้รับความสนใจเป็นอย่างมากหลังจากที่ซุปเปอร์สตาร์ดังอย่าง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ ย้ายไปร่วมทัพ “ม้าลาย” ยูเวนตุส ด้วยค่าตัวมหาศาลสูงถึง 100 ล้านยูโรเลยทีเดียว
ทัพม้าลายผูกขาดแชมป์ลีกแดนมะกะโรนีมายาวนานถึง 7 สมัยติดต่อกัน และในปีนี้ก็ไม่น่าจะพลาดด้วยประการทั้งปวง แต่คงต้องอย่ามองข้าม “ปีศาจแดงดำ” เอซี มิลาน ยักษ์หลับที่กำลังจะตื่นด้วยการเสริมทัพที่น่ากลัว และ “หมาป่าแห่งกรุงโรม” โรม่า ที่ดึงตัวผู้เล่นฝีเท้าดีเข้ามาเสริมทัพ รวมทั้งทีมอื่นอย่าง นาโปลี, อินเตอร์ มิลาน, ลาซิโอ
ทางด้านศึก ลาลีก้า สเปน จะประเดิมฟาดแข้งกันในช่วงวันที่ 18, 19, 20 สิงหาคมนี้เช่นกัน ซึ่งต้องจับตามองว่าเมื่อ “ราชันชุดขาว” รีล มาดริด ไม่มีทั้ง คริสเตียโน่ โรนัลโด้ และซีเนอร์ดีน ซีดาน กุนซือชาวฝรั่งเศสผู้พาทีมครองความยิ่งใหญ่ในช่วงหลายปีหลังจะยังคงรักษาความสำเร็จต่อไปได้หรือไม่?
พลพรรคราชันชุดขาวได้แม่ทัพคนใหม่อย่าง ยูเลน โลเปเตกี อดีตกุนซือทีมชาติสเปนที่โดนปลดก่อนเตะฟุตบอลโลก 2018 เพียงแค่ 1 วันเท่านั้น ซึ่งมาดริดไม่เน้นทุ่มเงินซื้อตัวผู้เล่นใหม่มาเสริมทัพ ทำให้น่าจะเป็นงานหนักกับการต่อกรกับคู่ปรับตลอดกาลอย่าง บาร์เซโลน่า ดีกรีแชมป์เก่าที่เสริมทัพได้เฉียบขาดทั้ง มัลคอม, อาร์เธอร์ และอาร์ทูโร่ วิดัล
รวมทั้งห้ามมองข้าม “ตราหมี” แอตเลติโก้ มาดริด รองแชมป์เก่า และดีกรีแชมป์ยูโรป้า ลีก เมื่อฤดูกาลที่ผ่านมา ซึ่งคว้าตัว โทมัส เลอมาร์ และเกลสัน มาร์ตินส์ มาเติมเต็มทางริมเส้น ทำให้ลีกแดนกระทิงดุลุ้นแชมป์กันเดือดแน่นอน และจะยังเป็นการขับเคี่ยวกันของทั้ง 3 ทีมนี้
ปิดท้ายกันที่ศึก บุนเดสลีก้า เยอรมนี ออกสตาร์ทช้ากว่าลีกอื่น โดยจะเริ่มต้นฤดูกาลใหม่กันในวันที่ 25-26 สิงหาคมนี้ ซึ่งเป็นอีกลีกหนึ่งที่โดนผูกขาดแชมป์ในช่วงหลังอยู่กับ “เสือใต้” บาเยิร์น มิวนิก ที่ครองแชมป์มายาวนานถึง 6 สมัยติดต่อกันแล้ว แต่ปีนี้เสือใต้มีการเปลี่ยนแปลงกุนซือใหม่มาใช้ลูกหม้ออย่าง นิโก โควัช
ด้วยศักยภาพของทัพเสือใต้ที่ยังคงเต็มไปด้วยแข้งชั้นยอดอย่าง มานูเอล นอยเออร์, มัตต์ ฮุมเมลส์, ฟร้องค์ ริเบรี่, โรเบิร์ต เลวานดอฟสกี้, โทมัส มุลเลอร์ และได้ตัวใหม่อย่าง เลออน กอเร็ตซ์ก้า ทำให้น่าจะยังคงป้องกันแชมป์ไว้ได้อีกสมัย ส่วนทีมที่พอจะเบียดแย่งได้ก็น่าจะมี โบรุสเซีย ดอร์ทมุนด์ และ ชาลเก้ เท่านั้น
แฟนบอลเตรียมตื่นตาตื่นใจกับการเปิดฉากฟาดแข้งใน 5 ลีกชั้นนำของทวีปยุโรป ซึ่งล้วนแล้วแต่มีมิติใหม่เกิดขึ้นให้แฟนลูกหนังทั่วโลกได้ติดตามอยู่ตลอด แต่ท้ายที่สุดแล้วแชมป์ก็คงจะหนีไม่พ้นทีมเต็งขาประจำ
แต่ไม่แน่ว่าด้วยความเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ก็อาจจะทำให้ทีมใหม่ๆ จารึกประวัติศาสตร์ในทำเนียบแชมป์ก็เป็นได้…

