“บิ๊กแชมป์” นายกรวีร์ ปริศนานันทกุล รองประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายจัดการแข่งขัน บริษัท ไทยลีก จำกัด เป็นประธานเปิดงานประชุมแนวทางการแข่งขันฟุตบอลลีกสมัครเล่น หรือไทยแลนด์ อเมเจอร์ ลีก ฤดูกาล 2561 โดยมีนายวรงค์ ทิวทัศน์ เลขานุการฝ่ายจัดการแข่งขัน เป็นผู้ดำเนินรายการหลักในการประชุม ที่ห้องเดอะ แกรนด์ 5 ศูนย์ประชุมธรรมศาสตร์ รังสิต เมื่อวันที่ 10 สิงหาคม
การแข่งขันในปีนี้ มี 168 ทีมจากทั่วประเทศเข้าร่วมแข่งขัน ประกอบด้วยสโมสรสมาชิกเดิม 96 ทีม และสโมสรสมาชิกใหม่ 72 ทีม ประกอบด้วย ทีมจากภาคเหนือตอนบน 10 ทีม
, ทีมจากภาคเหนือตอนล่าง 17 ทีม, ทีมจากภาคตะวันตกตอนบน 8 ทีม, ทีมจากภาคตะวันตกตอนล่าง 11 ทีม, ทีมจากภาคใต้ตอนบน 7 ทีม
ทีมจากภาคใต้ตอนล่าง 7 ทีม, ทีมจากภาคตะวันออกตอนบน 14 ทีม, ทีมจากภาคตะวันออกตอนล่าง 16 ทีม, กรุงเทพมหานคร 25 ทีม, ปริมณฑล 14 ทีม, ทีมจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน 18 ทีม และทีมจากภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง 21 ทีม
สำหรับไทยแลนด์ อเมเจอร์ ลีก ฤดูกาล 2561 จะทำการแข่งขันตั้งแต่วันที่ 1 กันยายน – 22 ตุลาคม 2561 โดยรูปแบบการแข่งขันจะแบ่งเป็น 3 รอบ ได้แก่ รอบคัดเลือก รอบแบ่งกลุ่ม และรอบชิงชนะเลิศ เพื่อหาตัวแทนจาก 6 ภูมิภาค เลื่อนชั้นขึ้นสู่ ออมสิน ลีก (ไทยลีก 4) ฤดูกาลหน้า
นายกรวีร์ กล่าวว่า วงการฟุตบอลไทยของพวกเราในช่วงหลายปีที่ผ่านมา หลายประเทศในอาเซียน รวมถึงเอเอฟซี มองเราว่ามาไกลมาก ซึ่งตัวเองเพิ่งกลับมาจากการเป็นผู้ควบคุมการแข่งขันในรายการฟุตซอลชิงแชมป์เอเชีย ที่ประเทศอินโดนีเซีย เขามองเราว่าเป็นประเทศที่มีศักยภาพที่สุดในอาเซียนที่จะก้าวไปยังระดับเอเชียได้อย่างภาคภูมิ แต่ก็ยังใส่ใจกับระดับรากแก้ว
“จากตัวอย่างที่เห็นในปีนี้ ทีมที่เลื่อนชั้นจากไทยแลนด์ อะเมเจอร์ ลีก สามารถแข่งขันกับทีมขาประจำในออมสิน ลีก ได้อย่างภาคภูมิ แสดงให้เห็นว่าถ้ามีโอกาส ทีมรากหญ้าเหล่านี้ก็สามารถแสดงให้เห็นว่า พร้อมก้าวสู่ระดับอาชีพ นี่คือพื้นฐานสำคัญในการพัฒนาฟุตบอลไทยอย่างยั่งยืน เพราะหากรากแก้วแข็งแรง ลำต้นกิ่งก้านก็จะเติบโตอย่างแข็งแรงเช่นเดียวกัน” นายกรวีร์กล่าว
ขณะที่ นายวรงค์ กล่าวว่า การจัดการแข่งขันฟุตบอลสมัครเล่น ถือเป็นการช่วยพัฒนาฟุตบอลในระดับรากหญ้า และเป็นการเปิดโอกาสให้สโมสรสมาชิกได้มีการแข่งขันกีฬาฟุตบอลที่จัดโดยกีฬาฟุตบอล และเป็นการจัดที่มีมาตรฐานเพื่อให้สโมสรก้าวไปสู่ความเป็นอาชีพในอนาคต
“ส่วนหนึ่งเราคาดหวังในเรื่องของทีมที่เคยเข้าร่วมการแข่งขัน ว่าจะมีการปรับตัวและเตรียมความพร้อมสู่ลีกอาชีพได้มากขึ้น ขณะเดียวกัน ทีมที่สมัครเข้ามาใหม่ ก็อยากให้เขาเข้ามาสัมผัสกับการจัดการแข่งขันที่เป็นมาตรฐาน เพื่อก้าวไปสู่การเป็นทีมอาชีพของท้องถิ่นที่เขาอยู่ เป็นการสร้างงาน สร้างอาชีพ สร้างใจรักในเกมกีฬาให้กับคนในชุมชน” นายวรงค์กล่าว


