ความเคลื่อนไหวของทีม “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทย ชุดเอเชี่ยนเกมส์ ภายใต้การนำทีมของ “โค้ชโย่ง” วรวุธ ศรีมะฆะ หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ซึ่งอยู่ระหว่างการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่กรุงจาการ์ตาและเมืองปาเล็มบัง ประเทศอินโดนีเซีย นั้น
“โค้ชเฮง” นายวิทยา เลาหกุล ประธานฝ่ายพัฒนาเทคนิค สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ซึ่งเดินทางมาเกาะติดผลงาน พร้อมกับให้คำปรึกษาทีม เปิดเผยว่า สำหรับทีมชุดนี้ได้รวมตัวกันมาประมาณ 2 ปี ภายใต้การนำทีมของโค้ชโย่ง โดยหลังจากจบรายการเอเชี่ยนเกมส์ อายุหลายคนนั้นจะต้องก้าวขึ้นไปสู่ทีมชาติชุดใหญ่ที่ไม่จำกัดอายุแล้ว อย่างเช่น เจนรบ สำเภาดี ส่วนพวกที่อายุ 21 ปี ก็จะต้องรวมตัว ต่อยอดสู่การแข่งขันรอบคัดเลือกโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่กรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น อย่างเช่น สุภโชค สารชาติ, ศุภชัย ใจเด็ด, เอกนิษฐ์ ปัญญา, วรชิต กนิตศรีบำเพ็ญ รวมทั้งรายอื่นที่ไม่ได้ติดเข้ามา อย่าง กฤษดา กาแมน
“หลังจบเอเชี่ยนเกมส์ต่อเตรียมโอลิมปิกเกมส์ต่อ ทางฝ่ายเทคนิคได้ลิสต์รายชื่อนักเตะไว้ราว 60 คนแล้ว คงจะต้องเรียกมาซ้อมกันเป็นระยะ เพราะระบบลีกคงจะทำให้เก็บตัวยาวๆ ไม่ได้อยู่แล้ว ส่วนจะมีความหวังแค่ไหนนั้นต้องขึ้นกับปัจจัยหลายๆ อย่าง”
ส่วนกรณีที่ ในเอเชียนเกมส์ หนนี้ โค้ชโย่ง วรวุธ ตัดสินใจไม่ใช้โควตาอายุเกิน เข้ามานั้น นายวิทยา ระบุว่า ก็ต้องมองเป็นบุคคลไป ว่าหากตัวอายุเกิน ต้องช่วยทีมได้จริงๆ อย่างไรก็ตาม ถ้ามองในระยะยาวการใช้นักเตะรุ่นเดียวกันไปเลยจะดีกว่า นักเตะได้เรียนรู้พร้อมกัน ในทัวร์นาเมนท์ใหญ่ เพื่อได้ประสบการณ์
ผู้สื่อข่าวถามว่า เมื่อจบเอเชียนเกมส์ ไปสู่การคัดโอลิมปิก จะมีการพิจารณาตำแหน่งหัวหน้าโค้ชอีกครั้งหรือไม่ โค้ชเฮง ตอบว่า เรื่องนี้ต้องดูผลงานของ โค้ชวรวุธ เพราะส่วนหนึ่งที่ต้องยอมรับคือ นักเตะชุดนี้ร่วมงานกับ โค้ชโย่ง มานาน ต่างฝ่ายต่างรู้ใจกัน เรื่องนี้ต้องมาพิจารณาอย่างรอบคอบ จะตัดสินใจตามกระแสไม่ได้

