‘บิ๊กอ๊อด’ ออกโรงยันไม่ปลด “โค้ชโย่ง” พ้นกุนซือ “ช้างศึก ยู-23ปี”

21.08.18 | 15:45 น.

ควันหลงหลังจากทีมฟุตบอล “ช้างศึก” ตกรอบแรก ฟุตบอลชาย กีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ซึ่งเป็นการตกรอบแรกหนแรกในรอบ 24 ปีของทีมฟุตบอลไทยนับตั้งแต่เอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 14 ที่เมืองปูซาน ประเทศเกาหลีใต้ เมื่อปี ค.ศ.2002 โดยเก็บได้เพียง 2 แต้มจากการลงเตะ 3 นัด รอบแรก

ล่าสุด พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยว่า พร้อมฟังความคิดเห็นจากทุกฝ่ายเกี่ยวกับผลงานของฟุตบอลชายไทย ซึ่งถูกวางไว้ว่าเป็นการเตรียมทีมสู่ปรีโอลิมปิกส์ในอนาคต โดยฝ่ายพัฒนาเทคนิคได้มีการวางแผนระยะยาว ในการเตรียมทีมสู่รอบคัดเลือกของรายการชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 18-26 มีนาคมปีหน้า เพื่อหา 16 ทีมของทวีปในการแย่งชิงโควต้าไปโอลิมปิกส์ 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่นขณะที่ทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 16 ปี ได้เก็บตัวฝึกซ้อมที่ประเทศสเปนเพื่อสร้างเสริมประสบการณ์ในการก้าวสู่ทีมชุดใหญ่ในอนาคต ตามแผนงานที่วางไว้สำหรับสู้ศึกฟุตบอลโลก 2026 รอบคัดเลือก ชุดที่ส่งไปแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ ด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจของนายวิทยา เลาหกุล และ”โค้ชโย่ง” นายวรวุธ ศรีมะฆะ เราจึงเปิดโอกาสให้น้องๆ ที่อายุต่ำกว่า 23 ปี เลือกที่จะไม่ใช้เอานักเตะอายุเกินเล่น เพื่อเตรียมความพร้อมสำหรับปรีโอลิมปิกเกมส์

พล.ต.อ.สมยศ กล่าวต่อว่า เอเชี่ยนเกมส์ ไม่ใช่ฟีฟ่าเดย์ ทำให้ไม่สามารถเรียกนักเตะจากสโมสรได้เต็มเม็ดเต็มหน่วย แม้เราจะมีการพักเบรกเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่สโมสรก็ตาม ทำให้ทีมนี้จึงเป็นทีมที่ยังไม่พร้อมสมบูรณ์เต็มร้อย นอกจากนี้นักกีฬาสังกัดสโมสรมีอาการบาดเจ็บไม่สามารถรวมตัวฝึกซ้อมด้วยกันได้ แผนการทำงานของสมาคมฯ ในวันนี้ เราตั้งเป้าไว้ที่เยาวชน ซึ่งจะผลิดอกออกผลในอีก 10 ปีข้างหน้า

“ที่ผ่านมาสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ทำงานอย่างเป็นระบบ เมื่อมอบหมายให้ใครรับผิดชอบทำอะไร คนนั้นก็ต้องรับผิดชอบทำหน้าที่นั้นๆ เช่นคุณวิทยา เลาหกุล เป็นอุปนายกฝ่ายพัฒนาเทคนิค รับผิดชอบหน้าที่เป็นประธานฝ่ายเทคนิค คุณวิทยา เป็นคนคัดเลือกโค้ชทุกคนเข้ามาทำหน้าที่ เมื่อมอบหน้าที่แล้วต้องให้เกียรติกันและกันว่าคุณวิทยา เลาหกุล จะเลือกใครมาเป็นโค้ช เขาเองก็ทำได้ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้” พล.ต.อ.สมยศกล่าว

นายกลูกหนังไทยกล่าวต่อว่า ก่อนที่นักเตะไทยจะเดินทางไปแข่งขันรายการนี้ ทั้งทีมฟุตบอลชาย และทีมฟุตบอลหญิง ตนได้มีการพูดคุยได้สอนน้องๆ ว่า ทุกคนไปทำหน้าที่แทนคนไทย สิ่งที่จะต้องทำคือมีความมุ่งมั่น มีความตั้งใจ และทุ่มเท ให้ดีที่สุด ต้องสร้างรอยยิ้ม สร้างผลงานที่ดี ให้กับแฟนบอลชาวไทย แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นไม่ได้บอกว่าจะต้องไปให้ถึงจุดนั้นจุดนี้ เพราะมั่นใจว่าสตาฟฟ์โค้ช ทีมงานและน้องๆ ทุกคนไม่อยากให้ทีมแพ้ ตนอยากวอนแฟนบอลอย่าดูเพียงผลแพ้ ชนะ เข้าใจแฟนบอลทุกคน แต่เมื่อมีความคาดหวัง ต้องมีความผิดหวัง ลองย้อนกลับไปมองทีมชาติเยอรมนีเป็นอดีตแชมป์โลก ยังตกรอบแรกฟุตบอลโลก 2018 ได้ เรื่องนี้สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ จะทำอะไรต่อจากนี้ต้องอยู่บนหลักการและเหตุผล

Advertisement

“ผมมองว่าการเปลี่ยนโค้ชไม่ใช่ทางออก คือหลังจากที่ทุกคนทำหน้าที่เสร็จสิ้น กลับมาต้องคุยกัน สรุปสิ่งที่เกิดขึ้น ปัญหาอุปสรรคว่าเกิดอะไรขึ้นบ้าง เพื่อหาแนวทางแก้ไข แล้วค่อยสรุปกันอีกที ต้องคุยด้วยเหตุและผล เราไม่เคยตัดสินโดยการฟังกระแส หรืออคติใดๆ เราจะต้องฟังเหตุผลก่อนตัดสินใจ ส่วนโค้ชคนไหนจะพิจารณาหรือมีความเห็นหรือจะดำเนินการใดๆ เป็นเรื่องส่วนตัวของเขา จะเห็นว่าที่ผ่านมาเราไม่เคยสั่งปลดโค้ช ไม่เคยสั่งเปลี่ยนโค้ช มีแต่เรียกเข้ามาชี้แจง เว้นแต่โค้ชบางคนไม่ยอมเข้ามาชี้แจง แต่ชิงลาออกไปก่อน ผมเชื่อว่าแฟนบอลส่วนใหญ่เข้าใจ ผมทราบดีว่าในสังคมโซเชียลมีทั้งหวังดีและไม่หวังดี อย่างไรก็ตามผมจะทำอะไรก็แล้วแต่จะยืนอยู่บนหลักข้อมูลและเหตุผล ไม่ใช่เมื่อจบทุกรายการจะต้องปลดโค้ช เปลี่ยนโค้ช มันไม่ใช้เรื่องที่เราทำด้วยความรู้สึกหรือทำตามกระแส ผมไม่ได้ปกป้อง คุณวิทยา เลาหกุล หรือคุณวรวุธ ศรีมะฆะ ไม่ได้ปกป้องทีมงาน และนักกีฬา แต่เป็นหลักการทำงานของผม ผมพร้อมชี้แจงการทำงาน ตลอดระยะเวลา 2 ปี เพราะฉะนั้นวันนี้บอกเลยว่ายังไม่คิด หรือตัดสินใจใดๆ ทั้งสิ้น ตราบใดที่ยังไม่ได้ฟังเหตุผลจากโค้ชทีมงานผู้ฝึกสอน หรือนักกีฬาก่อน ผมเชื่อว่าแฟนบอลส่วนใหญ่มีเหตุผลและวิจารณญาณ”บิ๊กอ๊อดกล่าว