ยังไม่จบ! ‘เรืองฤทธิ์’ รวมตัวกลุ่มนักกีฬาฟันดาบ เรียกร้องให้ผู้จัดการทีมแสดงสปิริตรับผิดชอบ ยันผลงานดีสุดในศึกชิงแชมป์โลก เสียใจ4ปีที่รอคอย แต่ชวดแข่งเอเชี่ยนเกมส์ พร้อมสู้ต่อประเภททีม เพื่อประเทศชาติ
ความคืบหน้ากรณีความขัดแย้งในแคมป์กีฬาฟันดาบทีมชาติไทย ชุดเข้าร่วมการแข่งขันกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ ครั้งที่ 18 ที่ประเทศอินโดนีเซีย โดย “โอ๊ต” เรืองฤทธิ์ แหเกิด นักกีฬาฟันดาบทีมชาติไทย มือ 1 ประเภทเซเบอร์ โพสต์เฟซบุ๊กระบายความรู้สึกหลังถูกถอดรายชื่อออกจากการเล่นประเภทเดี่ยวก่อนหน้าที่จะลงแข่งขันวันที่ 20 สิงหาคม เพียงไม่ถึง 12 ชั่วโมง และพันเอก ชัยณภนท์ อเนกเวียง ผู้จัดการทีมฟันดาบไทยใส่ชื่อ สรวิศ กิจศิริบุญ ลงเล่นแทน
ซึ่งทา พันเอก ชัยณภนท์ อเนกเวียง ออกมาชี้แจงเรื่องนี้แล้วว่า ได้ยึดอันดับจากการจัดอันดับของเว็บไซต์ fencingtimelive ซึ่งเป็นอันดับของการแข่งขันกีฬาฟันดาบชิงแชมป์โลก ที่ประเทศจีน เมื่อเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยระบุว่า สรวิศ อยู่อันดับ 74 โลก และเป็นอันดับ 1 ของนักฟันดาบไทย ส่วน เรื่องฤทธิ์ อยู่อันดับ 93 โลก และเป็นอันดับ 4 ไทย จึงจำเป็นต้องเลือกคนที่ดีที่สุดส่งเข้าร่วมการแข่งขันนั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 22 สิงหาคม เรืองฤทธิ์ แหเกิด พร้อมด้วยเพื่อนนักกีฬาฟันดาบทีมชาติไทย รวม 12 คน และนายสนั่น แสงสุวรรณ ผู้ฝึกสอนกีฬาฟันดาบทีมชาติไทย ได้รวมตัวกันออกมาแถลงข่าวเรียกร้องในกรณีดังกล่าวนี้ ที่สนามแข่งขันกีฬาฟันดาบ จาการ์ตา คอนเวนชั่น เซ็นเตอร์
เรืองฤทธิ์ เปิดเผยว่า อยากขอชี้แจงข้อสงสัยที่ทางผู้จัดการทีมฟันดาบไทยชี้แจงออกไปเมื่อวานนี้ ซึ่งตัวเองได้สอบถามนักฟันดาบชุดเอเชี่ยนเกมส์ 12 คนจากทั้งหมด 18 คน ส่วนอีก 6 คน เพิ่งลงแข่งขัน และกำลังพักผ่อนอยู่ที่หมู่บ้านนักกีฬา โดยทั้ง 12 คนเห็นด้วยกับตัวเองทั้งสิ้น เพราะหลักเกณฑ์การคัดเลือกที่ผู้จัดการทีมบอกว่าจะใช้อันดับจากชิงแชมป์โลกนั้น จริงๆ จริงไม่ได้ชี้แจงกับนักกีฬาเลย
เรืองฤทธิ์ กล่าวว่า สำหรับหลักฐานอันดับโลกที่ผู้จัดการทีมนำออกมาชี้แจงว่า สรวิศจะอยู่เป็นอันดับแรกนั้น แต่อยากให้เจาะลึกลงไป โดยทั้งตัวเอง และสรวิศ ตกรอบ 128 คนเหมือนกัน ในเวิลด์แชมเปียนส์ชิพ ที่เห็นว่า สรวิศ เก็บชัยได้ 2 แมตช์ และตัวเองเก็บชัยได้ แมตช์เดียวนั้น เป็นรอบจัดอันดับเท่านั้นซึ่งผมอยู่ในสายที่แข็งกว่า และมีอาการเจ็บไหล่ด้วย หากจะวัดผลงานจริงๆต้องวัดที่รอบน็อกเอาต์ ซึ่ง สรวิศ จัดให้อยู่อันดับ 36 เจอกับอันดับ 29 แต่แพ้ขาด 5-15 ส่วนตัวเองโดนจัดอยู่อันดับ 61 เจอกับมืออันดับ 4 ของรายการ ผมแพ้ 12-15 จะเห็นว่าหากวัดผลงานแบบลงลึกจริงๆผมคิดว่าผมดีกว่าด้วยซ้ำ
“อีกประเด็นเรื่องเปลี่ยนตัวที่ผู้จัดการทีมเอาแรงกิ้งในเวิลด์แชมเปียนส์ชิพมาวัดนั้น จากที่เห็นคือ สรวิศ มีคะแนนเป็นอันดับ 1 ของนักกีฬาไทยจริง โดยอยู่อันดับ 74 ถูกเปลี่ยนลงแทนผมซึ่งรั้งอันดับ 93 เป็นอันดับ 4 ของนักกีฬาไทย แต่ถ้าจะใช้หลักการนี้ ก็มีข้อสงสัยอีกว่า ทำไมอันดับ 2 ของนักกีฬาไทยอย่าง คณิศร แปงมูล ที่รั้งอันดับ 80 ถึงไม่ได้ถูกเปลี่ยนลงแทน วรกันต์ ศรีนวลนัด ที่ได้อันดับ 3 ของไทย และอันดับ 82 ในการแข่งขัน ดังนั้นเหตุผลนี้จึงฟังไม่ขึ้น”
“ถ้าจะเปรียบเทียบผลงานกันจริงๆ เจาะลึกลงไป ผมคิดว่า ผมทำผลงานที่ดีที่สุดในแมชต์ชิงแชมป์โลก ผมจึงก็อยากขอความเป็นธรรมหลายเรื่อง เพราะถึงตอนนี้ผมก็ยังเป็นคนที่เสียผลประโยชน์อยู่ดี เป็นความรู้สึกที่เสียใจไปกับ 4 ปีที่รอคอยที่ไม่แข่งเอเชี่ยนเกมส์ในประเภทบุคคล จึงอยากเรียกร้องให้ผู้จัดการออกมาแสดงสปิริตรับผิดชอบเรื่องนี้”
เรืองฤทธิ์ กล่าวอีกว่า นักกีฬาทุกคนไม่ได้มีปัญหากับสมาคม หรือตัวผู้จัดการทีม และยังมีความสัมพันธ์ที่ดีต่อกัน ส่วนตัวผมเองก็ไม่ได้มีปัญหากับน้องสรวิศ ซึ่งจากวันนั้นที่ได้สอบถามผู้จัดการทีมถึงเหตุผลที่เปลี่ยนตัวเองออกคืออะไร และย้ำถามไปว่า ผู้จัดการทีมเป็นคนตัดสินใจเองใช่ไหม หลังจากนั้นก็ไม่ได้มีการคุยกับผู้จัดการทีมอีกเลย
“ผู้จัดการทีมควรจะต้องปรึกษากับทางโค้ชก่อนในเรื่องการตัดสินใจเลือกตัวนักกีฬา และจะต้องได้รับความเห็นชอบจากทางโค้ช ตัวนักกีฬา และทีมนักกีฬาทั้ง 4 คนต้องรับรู้ด้วย จึงอยากให้ผู้จัดการทีมเคลียร์เรื่องนี้ทุกอย่างให้ชัดเจน และในอนาคตหากจะมีการเปลี่ยนตัวนักกีฬาก็อยากให้มีการทำหนังสือเป็นลายลักษณ์เพื่อนำมายืนยันกันดีกว่า” เรืองฤทธิ์กล่าว
เรืองฤทธิ์ กล่าวอีกว่า จากเรื่องนี้จะส่งผลต่อการลงแข่งขันประเภททีมเซเบอร์ วันที่ 23 สิงหาคมแน่นอน ซึ่งตัวเองถูกบั่นทอนจิตใจ ทุกวันนี้ก็ค่อนข้างเครียดกับเรื่องที่เกิดขึ้น และแบกรับความกดดันค่อนข้างสูง บรรยากาศค่อนข้างอึดอัด และวางตัวกันลำบาก แต่ในการแข่งขันประเภททีมก็จะเป็นทีมเดียวกันช่วยกันทำผลงานให้ดีที่สุดในสถานการณ์เช่นนี้ เพื่อผลประโยชน์ในภาพรวมของประเทศชาติ
“หลังจากเกิดเรื่องนี้ จริงๆ แล้วผมไม่อยากจะเลิกเล่นทีมชาติเลย เพราะเป็นกีฬาที่ผมรัก และเล่นมาตั้งแต่เด็ก ผมเลือกที่จะไม่ทำงาน เพื่อเตรียมมาแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์ครั้งนี้ และอยากช่วยสนับสนุนเพราะมีโอกาสที่กีฬานี้จะพัฒนาเรื่อยๆ หากมีโอกาสก็อยากไปซีเกมส์ 2019 ด้วย แต่จากนี้คงต้องแก้ไขช่องโหว่ต่างๆ โดยเฉพาะกฏการคัดเลือกนักกีฬา ต้องมีการบอกกล่าว และมีหลักฐานเป็นลายลักษณ์อักษร” เรืองฤทธิ์ กล่าว
ด้าน นายสนั่น แสงสุวรรณ กล่าวว่า เรื่องนี้เป็นการเปลี่ยนตัวกะทันหัน อย่างที่ผู้จัดการทีมว่าก็เป็นสิทธิการตัดสินใจเป็นเด็ดขาด ในฐานะโค้ชก็ได้แนะนำแจ้งไปว่า อาจจะอย่างนี้ดีกว่า ซึ่งก็เป็นเรื่องที่ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เพราะการเลือกตัวนักกีฬาก็เป็นสิ่งที่โค้ชต้องการบ้าง แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่าทุกคนจะทำให้เรื่องนี้ออกมาดีที่สุด ทุกคนทั้งโค้ช นักกีฬา และผู้จัดการทีมก็อยากจะทำผลงานให้ดีที่สุด เพื่อประเทศ


