นายเบนจามิน ตัน ผู้อำนวยการคลับไลเซนซิ่ง สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย เป็นประธานในการแถลงข่าว “มีท เดอะ วอริเออร์” ความพร้อมก่อนการแข่งขัน “โตโยต้า ไทยลีก 2018” นัดที่ 30 ของฤดูกาล ที่ห้องประชุมชั้น 24 อาคารเฉลิมพระเกียรติ 7 รอบพระชนมพรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 13 กันยายน
นายเบนจามิน ตัน กล่าวว่า ตอนนี้ทางสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ กำลังร่วมมือกับภาครัฐ ไม่ว่าจะเป็นกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, การกีฬาแห่งประเทศไทย หรือกรมพลศึกษา ในการพัฒนาสนามแข่งขันในไทย เพื่อเตรียมความพร้อมสู่การเป็นเจ้าภาพการแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย รุ่นอายุไม่เกิน 23 ปี รอบสุดท้ายในปี 2020 ที่จะเป็นการคัดเลือกตัวแทนเอเชียเข้าแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ 2020 ที่ประเทศญี่ปุ่นด้วย
ส่วนการแข่งขันนัดที่ 30 ของฤดูกาล จะมีการใช้วิดีโอช่วยตัดสิน (วีเออาร์) ในเกมระหว่างสุโขทัย เอฟซี พบกับ พัทยา ยูไนเต็ด และเกมบิ๊กแมตช์ระหว่าง “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด พบกับ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ซึ่งเกมนี้เฮแบร์ตี้ เฟร์นันเดซ กองหน้าของเมืองทองฯ จะได้ลุ้นเป็นผู้เล่นคนที่ 6 ที่ทำประตูในไทยลีกได้ถึง 100 ประตูหลังจากตอนนี้ยิงไป 99 ประตูแล้ว
ด้านความพร้อมของเกมบิ๊กแมตช์ระหว่าง “กิเลนผยอง” เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ทีมอันดับ 3 พบกับ “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ทีมจ่าฝูง ที่เอสซีจี สเตเดียม ในวันที่ 16 กันยายน เวลา 19.00 น. ถ่ายทอดสดทางทรู4ยู และทรูเอชดี 3 นั้น
นายชัยกร ชมชื่น ผู้ช่วยผู้จัดการทีมเอสซีจี เมืองทองฯ กล่าวว่า สภาพความพร้อมเกมนี้จะได้ “บาส” พีระพัฒน์ โน้ตชัยยา แบ๊กซ้ายที่ติดโทษแบนกลับมาลงสนามได้ ส่วนผู้เล่นคนอื่นๆ ก็พร้อมทั้งหมด แนวรุก “ชาช่า” แจ๊คสัน โคเอลโญ่ อยู่ในช่วงมั่นใจ หลังตอนเบรกทีมชาติได้ซ้อมอย่างหนักและกลับมาทำประตูได้ต่อเนื่อง ส่วนเฮแบร์ตี้ เฟร์นันเดซ แม้จะทำประตูไม่ได้ แต่ก็มีส่วนร่วมทำให้ทีมชนะเสมอ
“ราโดวาน เคอร์คิช ตอนเข้ามาทำเกมแรกแล้วแพ้บุรีรัมย์ห่างนั้นก็ได้มีการเรียนรู้ และยิ่งอยู่ไทยลีกนานขึ้นก็ทำให้มีประสบการณ์มากขึ้น คิดว่าเกมนี้จะมีรูปแบบที่เอาไว้รับมือแล้ว และน่าจะทำผลงานได้ดีกว่าเกมแรกที่เจอกัน” นายชัยกรกล่าว
ด้านนายสิริชัย กิโมโต ผู้ช่วยผู้จัดการทีมบุรีรัมย์ กล่าวว่า จากเกมกลางสัปดาห์ที่ผ่านมาไม่มีผู้เล่นบาดเจ็บหรือว่าติดโทษแบน การไปเยือนเมืองทองเป็นเรื่องที่ยากเสมอไม่ว่าจะอยู่ในฟอร์มแบบใดก็ตาม ดังนั้นจะต้องเตรียมตัวให้พร้อมที่สุด
“การเจอกับชาช่า ที่เป็นนักเตะเก่านั้น เชื่อว่าทั้งชาช่าและแนวรับบุรีรัมย์น่าจะรู้แนวทางกันดีเพราะเคยซ้อมมาด้วยกัน แต่แนวรับเมืองทองก็รู้วิธีจัดการดิโอโก้ หลุยส์ ซานโต เช่นกัน ดังนั้นอยู่ที่ทั้งสองฝ่ายใครจะปรับการเล่นได้ดีกว่ากันในเกมนี้ เป้าหมายคือการบุกมาเก็บคะแนนกลับบ้านให้ได้ ไม่ว่าจะเป็น 1 หรือ 3 แต้มก็ตาม”
ด้านความพร้อมอีกคู่หนึ่งในโซนหนีตาย “ช้างศึกยุทธหัตถี” สุพรรณบุรี เอฟซี ทีมอันดับ 11 จะเปิดบ้านสนามกีฬากลางจ.สุพรรณบุรี รับการมาเยือนของ “เทพอินทรี” อุบล ยูเอ็มที ยูไนเต็ด ที่หลังผิงฝาถ้าแพ้จะตกชั้นแน่นอน แข่งขันในวันที่ 15 กันยายน เวลา 17.45 น. ถ่ายทอดสดทางทรูสปอร์ต 2 นั้น
นายสถาพร วาจาขำ ผู้ช่วยโค้ชสุพรรณบุรี กล่าวว่า หลังจากนัดล่าสุดเอาชนะแอร์ฟอร์ซมาได้ทำให้ทีมมีขวัญกำลังใจดีขึ้น สภาพทีมจะได้ มีโชค มหาศรานุกูล กองหลังกลับมาลงสนามได้อีกครั้งหลังสลัดอาการบาดเจ็บได้ แต่ก็จะขาดทาคาฟูมิ อากาโฮชิ กองกลางที่ติดโทษแบน ขณะที่วสันต์ ฮมเสน ยังคงไม่พร้อมสำหรับเกมนี้
ปัญหาของทีมคือมักจะเล่นได้ไม่ดีนักเวลาเล่นในบ้านตัวเอง ดังนั้นการเจอกับอุบลที่แม้ว่าจะโอกาสรอดตกชั้นยากแล้วแต่ก็เป็นงานยากอยู่ดี รวมถึงสุพรรณเองถ้าหากพลาดก็อาจจะตกไปโซนตกชั้นได้เช่นกัน ดังนั้นจะต้องมีแต้มในทุกเกมให้ได้”
ขณะที่นายธนพร สมศรี ผู้อำนวยการทีมอุบล กล่าวว่า ตอนนี้ทีมมีผู้เล่นให้ใช้เพียง 24 คนเท่านั้น ไม่รวมผู้เล่นที่บาดเจ็บ ซึ่งเป็นเรื่องสุดวิสัย แต่ทีมก็พยายามทำผลงานในสนทามให้เต็มที่ เต็ม 100 ในทุกๆ เกมที่เหลือ
“ในทางปฏิบัติทุกคนรู้กันดีว่ามันมีโอกาสไม่มากแล้ว สภาพจิตใจทุกคนเตรียมใจเรื่องการตกชั้นไว้หมด แต่ทุกคนก็พร้อมที่จะสู้ เรื่องการตกชั้นคิดว่ามันไม่ได้มีผลกับสภาพจิตใจของทีมมานานแล้ว ทุกคนยอมรับความจริงกันหมด แต่สิ่งที่ต้องทำคือทำให้เต็มที่ที่สุดในทุกนัดที่เหลือเพื่อให้แฟนบอลภูมิใจกับทีม”
โปรแกรมการแข่งขันคู่อื่นๆ วันที่ 15 กันยายน เวลา 18.00 น. การท่าเรือ พบ นครราชสีมา มาสด้า (ทรูเอชดี3) เวลา 19.00 น. บางกอกกล๊าส พบ สิงห์ เชียงราย (ทรู4ยู) โปลิศ เทโร พบ แอร์ฟอร์ซ เซ็นทรัล (ทรูสปอร์ต6) เวลา 20.00 น. สุโขทัย พบ พัทยา (ทรูสปอร์ต2) วันที่ 16 กันยายน เวลา 18.00 น. ชลบุรี พบ ทรู แบงค็อก (ทรูเอชดี3) ราชบุรี มิตรผล พบ ชัยนาท ฮอร์นบิล (ทรูสปอร์6) เวลา 19.00 น. ราชนาวี พบ พีที ประจวบ (ทรูสปอร์ต2)

