“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เป็นประธานประชุมทีมชาติไทย รุ่นอายุไม่เกิน 19 ปี ร่วมกับ “โค้ชหระ” อิสสระ ศรีทะโร หัวหน้าผู้ฝึกสอน และรุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ที่อยู่ภายใต้การดูแลของทีมเอคโคโน่ ที่ห้องประชุมสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เมื่อวันที่ 17 กันยายน
หลังประชุม พล.ต.อ.สมยศ กล่าวว่า ทั้งอิสสระ และเอคโคโน่ ได้เข้ามารายงานการทำงานในช่วงที่ผ่านมา โดยทีมยู-19 นั้นอยู่ในระหว่างการเตรียมเพื่อไปแข่งขันอุ่นเครื่องที่อินโดนีเซีย ขณะที่ยู-14 ทางเอคโคโน่เข้ามาชี้แจงวิธีการคัดตัวต่างๆ และการดูแลนักกีฬาที่ต้องชมว่าดูและเอาใจใส่เป็นอย่างดี ไม่เพียงแต่ในสนามหรือการซ้อม แต่ยังดูแลจนถึงช่วงที่อยู่กับสโมสร หรือครอบครัวด้วยซ้ำ ถือว่าทำงานละเอียดมาก ก็ได้ให้วางแผนจัดโปรแกรมที่จะส่งเด็กๆ ไปเก็บตัวที่สเปน ให้ดูช่วงเวลาที่เหมาะสมอีกครั้ง
“ทางเอคโคโน่ ได้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูลกัน ทำให้ผมได้นำไปเน้นย้ำกับทีมชาติทุกชุดโดยเฉพาะเรื่องของวินัย และโภชนาการ อาหารอย่างใดที่ไม่ควรกิน เช่น ซอสมะเขือเทศ, โค้ก, เฟรนช์ฟราย หรือของทอดกรอบต่างๆ การเป็นนักกีฬาอาชีพต้องงดเว้นของบางอย่างให้ได้ เพื่อประโยชน์ต่อร่างกาย ชาติอื่นๆ วินัยเข้มมาก ไม่คือไม่ ถ้าหากไทยทำไม่ได้ในอนาคตอาจจะต่อกรกับชาติอื่นๆ ไม่ได้เช่นกัน”
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวต่อถึงทีมชาติชุดใหญ่ กรณีนักเตะที่เล่นอยู่ในต่างประเทศทั้ง 4 ราย ที่จะไม่มีชื่อลงเล่น เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018 ว่า ทุกอย่างเป็นการตัดสินใจของโค้ช ต้องดูว่าผลดีผลเสียที่จะเกิดขึ้น การนำเอานักเตะมาเล่นเพียง 1 เกมแล้วต้องเสียโควต้าเกมที่เหลือไปจะเหมาะสมหรือไม่ เชื่อว่าราเยวัชนั้น มีประสบการณ์มากพอในการตัดสินใจเรื่องนี้
“ส่วนที่นักเตะจะกลับมาลงเล่นเกมเทสติโมเนียลแมตช์ให้กับสินทวีชัย (หทัยรัตนกุล) นักเตะที่ค้าแข้งอยู่ต่างประเทศก็อยากกลับมาร่วมลงเล่นในเกมนี้ กำลังหาช่องทางให้ทุกคนอยู่ ส่วนจะกลับมาลงเล่นหรือเพียงแค่มาร่วมงานต้องอยู่ที่จะตัดสินใจอีกครั้ง อย่างไรก็ตามตัวหลักที่จะลงสนามน่าจะเป็นชุดที่ใช้ลุยซูซูกิ คัพ มากกว่า แต่สุดท้ายก็ให้เกียรติราเยวัชในการเลือกผู้เล่น”

