นายวิษณุ ไล่ชะพิษ ผู้อำนวยการฝ่ายพัฒนากีฬาเป็นเลิศ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) พร้อมด้วย นายวรวุฒิ พงษ์ธีระพล อุปนายกสมาคมนักข่าวช่างภาพกีฬาแห่งประเทศไทย ร่วมกันเป็นประธานในการแถลงข่าวมีทเดอะเพรส การแข่งขันกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ ครั้งที่ 3 ที่ประเทศอาร์เจนตินา ที่ห้องประชุม 127 ราชมังคลากีฬาสถาน เมื่อวันที่ 20 กันยายน โดยมี 10 สมาคมร่วมแถลง
นายวิษณุ กล่าวว่า สำหรับยูธโอลิมปิกเกมส์หนที่ 3 ทางกกท. ได้ให้การสนับสนุนในการเตรียมทีมเหมือนกับชุดใหญ่ที่ไปแข่งขันเอเชี่ยนเกมส์มา ซึ่งครั้งนี้ได้สิทธิ์ถึง 56 คน มากกว่าทุกครั้งที่ผ่านมา อย่างไรก็ตามครั้งนี้ไม่ได้ตั้งเป้าหมายอะไรไว้มาก เพราะไม่อยากให้เป็นการกดดันนักกีฬา อีกทั้งการแข่งขันยูธโอลิมปิกเกมส์เป็นการแข่งขันเน้นสร้างประสบการณ์และมิตรภาพ แต่ก็ยังเชื่อว่าจะได้เหรียญไม่ต่ำกว่าครั้งที่ผ่านมาแน่นอน
“ครั้งนี้อาจจะไม่มีไทยเฮาส์ไปคอยดูแลนักกีใา แต่ก็จะมีทีมแพทย์และทีมวิทยาศาสตร์การกีฬาไปคอยดูแล ซึ่งเตรียมพร้อมเรื่องของสถานที่เอาไว้แล้ว”
นายสมชาย พูลสวัสดิ์ ประธานเทคนิคสมาคมกีฬามวยสากลแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ไทยผ่านควอลิฟายเข้าไปแข่งขันในยูธโอลิมปิกเกมส์ ซึ่งคว้ามาได้ 5 โควต้า ชาย 3 รุ่น 52, 60, 75 กก. และหญิง 2 รุ่น 57, 60 กก. ความพร้อมตอนนี้เต็มที่ เพิ่งผ่านการแข่งขันเวิลด์ยูธที่ประเทศฮังการีมา ที่ได้แชม์โลกมาถึง 2 คน
“ในยูธโอลิมปิกเกมส์ แต่ละรุ่นมีคู่แข่งเพียง 6-7 คน คือคัดตัวแทนทวีปมาแล้ว อาจจะเป็นงานยากที่ต้องเจอกับแชมป์จากแต่ละทวีป แต่ในแง่คนทำมวยเวิลด์ยูธที่ฮังการีนั้นยากกว่าเพราะเล่นหลายรอบมากกว่า ถ้าหากว่าชนะรอบแรกได้ก็มีเหรียญติดมือแล้ว ซึ่งทั้งหมดอยู่ที่การจับสลาก ดังนั้นเชื่อว่ามีเหรียญแน่นอนแต่จะเป็นรุ่นใดให้อยู่ที่ผลการจับสลากเป็นหลัก” นายสมชายกล่าว
พ.อ.ธง ทวีคูณ ผู้ฝึกสอนทีมมวยสากล กล่าวว่า ทีมชุดนี้เตรียมตัวมากว่า 4 ปี มีความพร้อมเต็มที่ พาไปหาประสบการณ์มาอย่างโชกโชน และเชื่อว่าจะสร้างรอยยิ้มให้กับคนไทยได้แน่นอน
นายพลวศิน สารธรรม ผู้ฝึกสอนทีมคาราเต้ กล่าวว่า สำหรับคาราเต้ได้บรรจุเข้าแข่งขันครั้งแรก นักกีฬาไทยควอลิฟายได้ 1 คนคือไอย์กะ โอคาซากิ เป็นลูกครึ่งไทย-ญี่ปุ่น ตอนนี้ทำการซ้อมอยู่ที่ญี่ปุ่นอย่างต่อเนื่อง ทำให้พัฒนาขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ลงแข่ง 2 รายการล่าสุดได้แชมป์มาทั้งคู่ ผ่านคู่แข่งเก่งๆทั้ง อียิปต์, อิหร่าน, อุซเบกิสถาน และญี่ปุ่น ทำให้มีความมั่นใจมากขึ้น สิ่งที่ต้องกังวลคือเรื่องการเดินทางที่จะทำให้ความฟิตลดลง และสไตล์การเล่นที่เคลื่อนที่เป็นเส้นตรงอย่างเดียว ต้องรีบปรับให้ดีขึ้นก่อนเดินทางไปแข่งจริง ส่วนเป้าหมายนั้นคิดว่ามีโอกาสติด 1 ใน 4 และมีโอกาสสูง 80 เปอร์เซ็นต์ที่จะคว้าเหรียญทองมาได้
ส่วนความคาดหวังสมาคมกีฬาอื่นๆ ยกน้ำหนัก ส่งชาย 2 หญิง 2 ยังไม่ตั้งความหวัง / กอล์ฟ ส่ง ชาย 1 หญิง 1 ตั้งเป้ามีติดเหรียญทุกคน / เทเบิลเทนนิส ส่ง ชาย 1 หญิง 1 ตั้งเป้าลุ้นเหรียญหญิงเดี่ยว / จักรยาน ชาย 1 หญิง 1 ตั้งเป้าชายติด 1 ใน 8 / เรือพาย ไม่ลุ้นเหรียญ / ไคท์บอร์ด ส่งหญิง 1 ลุ้นเหรียญใดเหรียญหนึ่ง / วอลเลย์บอลชายหาด ไม่ลุ้นเหรียญ / เทควันโด ส่งชาย 1 หญิง 2 ลุ้นเหรียญรุ่น 49 กก.หญิง
นักกีฬาฉีดวัคซีนไข้เหลืองก่อนเดินทาง
วันเดียวกันนั้น ที่ศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา กกท. นักกีฬาชุดเข้าร่วมการแข่งขันยูธโอลิมปิกเกมส์ เดินทางเข้ารับการฉีดวัคซีน ก่อนเดินเข้าร่วมการแข่งขัน
โดย “รองตูน” นายณัฐวุฒิ เรืองเวส รองผู้ว่าการฝ่ายกีฬาเป็นเลิศและวิทยาศาสตร์การกีฬา กกท. กล่าวว่า การฉีดวัคซีนครั้งนี้เป็นการป้องกันโรคไข้เหลือง ซึ่งโรคนี้จะมีในแถบทวีป แอฟริกา และอเมริกาใต้ มียุงเป็นตัวนำพาหะ ซึ่งทาง ตรวจคนเข้ามือง (ตม.) อาร์เจนติน่า เป็นผู้ประสานร้องขอให้มา การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) จึงประสานทางสถาบันบำราศนราดูร ให้มาเป็นผู้ดำเนินการให้ อย่างไรก้ตามการที่จะให้นักกีฬา 56 คนเดินทางไปยังสถาบันคิดว่าน่าจะไม่สะดวกจึงประสานขอให้มาฉีกให้นักกีฬา โดยกกท. จัดศูนย์วิทยาศาสตร์การกีฬา เป็นสถานที่ให้นักกีฬา และกกท. เป็นผู้รับผิดชอบค่าใช้จ่ายให้ทั้งหมด
“ผู้ที่ผ่านการฉีกวัคซีนแล้ว จะได้รับสมุทรเล่มสีเหลืองเพื่อเป็นการยืนยัน โดยหลังฉีดแล้ว จะมีภูมิคุ้มกันหลังจากวันฉีก 10 วัน ซึ่งวัคซีนดังกล่าวจะมีอายุถึง 10 ปี”

