ยุโรปทวงแชมป์ ‘ไรเดอร์คัพ’ ชนะมะกันขาด 7 คะแนน – ‘วู้ดส์’ แพ้รวด – ‘การ์เซีย’ ทุบสถิติแต้มสูงสุด

30.09.18 | 23:16 น.
ทีมไรเดอร์คัพยุโรปรับแชมป์ (ภาพ Reuters)

ทีมยุโรปทวงแชมป์กอล์ฟประเพณี “ไรเดอร์คัพ” คืนจากสหรัฐอเมริกาได้สำเร็จ หลังจากเอาชนะไปเด็ดขาด 17 คะแนนครึ่ง ต่อ 10 คะแนนครึ่ง หลังจบการแข่งขันวันสุดท้าย ประเภทเดี่ยว 12 คู่ “ไรเดอร์คัพ ครั้งที่ 42” ที่ประเทศฝรั่งเศส เมื่อวันที่ 30 กันยายน ยุโรปเก็บชัยชนะ 7 คู่ แพ้ 4 คู่ เสมอ 1 คู่

สรุปสถิติการพบกันในไรเดอร์คัพ 42 ครั้ง (รวมสมัยที่ยุโรปยังเป็นสหราชอาณาจักร) สหรัฐชนะ 26 ยุโรปชนะ 14 เสมอ 2

โดยจบการแข่งขันประเภทโฟร์บอลและโฟร์ซัม 2 วันแรก ยุโรปนำสหรัฐอยู่ 10-6 คะแนน ต้องการ 4 คะแนนครึ่งเพื่อคว้าแชมป์ ขณะที่สหรัฐต้องการ 8 คะแนนเพื่อรักษาแชมป์เอาไว้

ปรากฏว่า ฟรานเชสโก้ โมลินารี่ โปรดังชาวอิตาเลียน เป็นผู้เก็บแต้มที่ 14 ครึ่งให้ยุโรปเอาชนะ หลังคว้าชัยเหนือฟิล มิคเคลสัน 4 และ 2 (นำ 4 อัพ ขณะเหลือ 2 หลุม) เท่ากับโมลินารี่ลงเล่น 5 แมตช์ที่ไรเดอร์คัพหนนี้เก็บชัยได้ทั้งหมด

ขณะที่ไทเกอร์ วู้ดส์ อดีตมือ 1 โลกชาวอเมริกันซึ่งติดทีมมาด้วยโควต้ากัปตันทีม พ่ายให้ยอน ราห์ม อดีตมือ 2 ของโลกชาวสเปน 2 และ 1 เท่ากับวู้ดส์และมิคเคลสันซึ่งต่างเป็นโควต้ากัปตันทีมทั้งคู่ ไม่มีแต้มติดมือเลยในรายร่วมเล่นทัวร์นาเมนต์นี้

Advertisement

ส่วนเซร์คิโอ การ์เซีย โปรมือเก๋าชาวสเปน สร้างประวัติศาสตร์เป็นนักกอล์ฟที่ทำแต้มรวมในการเล่นไรเดอร์คัพสูงสุด 25.5 คะแนน ทำลายสถิติเดิมที่นิค ฟัลโด้ เคยทำไว้ 25 คะแนน

ภายหลังการแข่งขัน โธมัส บียอร์น กัปตันทีมไรเดอร์คัพของยุโรป กล่าวว่า รู้สึกภูมิใจในตัวลูกทีมทุกคน ทั้ง 12 คนทำผลงานได้สุดยอดมากๆ มีความมุ่งมั่นที่จะทำหน้าที่ของตัวเองให้ลุล่วง ต้องให้เครดิตทุกคนสำหรับชัยชนะครั้งนี้ ถ้าเป็นไปได้ตอนนี้ก็อยากจะมัดทุกคนรวมกันแล้วพาไปสหรัฐอเมริกาเพื่อป้องกันแชมป์ในอีก 2 ปีข้างหน้า รู้ดีว่าการป้องกันแชมป์ไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็เชื่อมั่นว่าลูกทีมทุกคนจะทำได้อีกครั้ง

ด้านจิม ฟิวริก กัปตันทีมสหรัฐ กล่าวว่า ช่วงออกสตาร์ต มีบางช่วงเวลาที่รู้สึกว่าทีมมีความหวังจะพลิกสถานการณ์ได้หลังจากเก็บชัยชนะได้ติดๆ กันจนไล่จี้มา แต่ต้องยอมรับในฝีมือของทีมยุโรปที่ไม่ปล่อยให้ชัยชนะหลุดมือ สำหรับสาเหตุที่แพ้นั้น ความเหนื่อยล้าก็มีส่วน อีกทั้งเลย์เอาต์ของสนามค่อนข้างแคบและไม่เหมือนกับที่เคยแข่งๆ มา แต่ก็ต้องยอมรับว่าบียอร์นทำการบ้านมาดีกว่าตน

ฟิวริกกล่าวในตอนท้ายว่า หลังจากนี้ตนจะขอเวลาทบทวนเรื่องต่างๆ หารือกับสมาคมกอล์ฟสหรัฐอเมริกาเกี่ยวกับการแข่งขันครั้งนี้และแผนงานต่อๆ ไป รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้ทำหน้าที่กัปตันทีมและร่วมงานกับนักกอล์ฟและผู้ช่วยกัปตันทุกคน

สำหรับรายละเอียดการแข่งขันมีดังนี้

จัสติน โธมัส (ภาพ AFP)

คู่แรก ยุโรปส่งรอรี่ แม็คอิลรอย อดีตมือ 1 ของโลกชาวไอร์แลนด์เหนือ ไปเจอกับจัสติน โธมัส อดีตมือ 1 โลกชาวอเมริกัน ปรากฏว่าโธมัสประเดิมเก็บเบอร์ดี้ที่หลุมแรกขึ้นนำ 1 อัพ ก่อนที่แม็คอิลรอยจะปลดในหลุมถัดมาและยังชนะที่หลุม 3-4 จนเป็นฝ่ายนำ 2 อัพ จากนั้นโธมัสไล่ปลดที่หลุม 8 และ 10 จนกลับมาเสมอกัน แม้แม็คอิลรอยจะขึ้นนำด้วยพาร์ที่หลุม 13 พาร์ 4 และโปรอเมริกันก็มาแก้คืนที่หลุมถัดมา จนทั้งคู่เสมอกันจนถึงหลุมสุดท้าย และแม็คอิลรอยไปพลาดตีตกน้ำ ทำให้โธมัสที่เก็บเบอร์ดี้ที่หลุมนี้ เอาชนะไป 1 อัพ ทำให้สหรัฐไล่ตามมา 10-7

พอล เคซีย์ และบรู๊กส์ เค็ปก้า (ภาพ Reuters)

คู่ที่ 2 พอล เคซีย์ โปรชาวอังกฤษ เจอกับบรู๊กส์ เค็ปก้า โปรมือ 3 ของโลกจากสหรัฐ คู่นี้ต่างฝ่ายต่างสลับกับขึ้นนำ กระทั่งเค็ปก้าเก็บ 2 เบอร์ดี้ติดๆ กันที่หลุม 12 และ 13 ขณะที่เคซีย์ได้แค่พาร์กับโบกี้ ทำให้เค็ปก้าเป็นฝ่ายขึ้นนำ 1 อัพขณะเหลือ 5 หลุม แต่เคซีย์ก็มาปลดคืนออลสแควร์ได้ที่หลุม 17 ทำให้คู่นี้จบด้วยการเสมอ แบ่งแต้มกันไปคนละครึ่ง และยุโรปนำสหรัฐ 10 คะแนนครึ่ง ต่อ 7 คะแนนครึ่ง

เว็บบ์ ซิมป์สัน (ภาพ AFP)

คู่ 3 จัสติน โรส โปรมือ 2 ของโลกชาวอังกฤษ ตกเป็นรองเว็บบ์ ซิมป์สัน ของสหรัฐตั้งแต่ต้น เป็นฝ่ายตามหลังตั้งแต่หลุมสอง และไม่สามารถยื้อเอาไว้ได้ สุดท้ายซิมป์สันชนะไป 3 และ 2 (นำ 3 อัพ ขณะเหลือ 2 หลุม) ทำให้สหรัฐไล่มา 8 คะแนนครึ่ง ต่อ 10 คะแนนครึ่ง

โทนี่ ฟิเนา (ภาพ AFP)

จากนั้นคู่ที่ 5 เล่นจบก่อนคู่ที่ 4 หลังจากโทนี่ ฟิเนา โควต้ากัปตันทีมของสหรัฐโชว์ฟอร์มสุดยอด ปราบทอมมี่ ฟลีทวู้ด โปรชาวอังกฤษที่เพิ่งร่วมแข่งขันรายการนี้เป็นปีแรกและทำผลงานได้ดีในประเภทโฟร์บอลและโฟร์ซัม 2 วันแรก 6 และ 4 (นำ 6 อัพ ขณะเหลือ 4 หลุม) เก็บแต้มให้สหรัฐไล่จี้มา 9 คะแนนครึ่ง ต่อ 10 คะแนนครึ่ง

ธอร์บียอร์น โอเลเซ่น (ภาพ Reuters)

ข้ามไปคู่ที่ 7 ก็เล่นจบเร็วเช่นกัน เมื่อธอร์บียอร์น โอเลเซ่น โปรชาวเดนมาร์กที่เพิ่งติดทีมยุโรปครั้งแรก คว่ำอดีตมือ 1 โลก จอร์แดน สปีธ ของสหรัฐอย่างเหนือชั้น 5 และ 4 (นำ 5 อัพ ขณะเหลือ 4 หลุม) โดยโอเลเซ่นขึ้นนำ 1 อัพตั้งแต่หลุม 2 แม้สปีธจะปลดคืนที่หลุมถัดมา แต่โปรหนุ่มชาวเดนมาร์กก็เก็บชัยชนะได้ 5 หลุมติดๆ กันระหว่างหลุม 4-9 แม้สปีธจะปลดได้ 1 ที่หลุม 10 แต่เมื่อโอเลเซ่นมาเก็บชัยที่หลุม 14 ก็เอาชนะไปในที่สุด ส่งผลให้ยุโรปนำ 11 คะแนนครึ่ง ต่อ 9 คะแนนครึ่ง ต้องการอีก 3 แต้มเพื่อเป็นแชมป์

ไทเกอร์ วู้ดส์ (ภาพ AFP)

กลับไปที่คู่ 4 เป็นการดวลกันระหว่างไทเกอร์ วู้ดส์ อดีตนักกอล์ฟมือ 1 ของโลกชาวอเมริกัน กับยอน ราห์ม อดีตมือ 2 โลกชาวสเปน ราห์มเริ่มต้นได้ดีกว่า เก็บเบอร์ดี้ที่หลุมแรกขณะที่วู้ดส์ได้แค่พาร์ ทำให้ราห์มขึ้นนำ 1 อัพ ก่อนจะหนีไปเป็น 2 อัพที่หลุม 4 อย่างไรก็ตาม วู้ดส์มาไล่ปลดเหลือออลสแควร์ที่หลุม 9 และ 12 ราห์มก็แก้ตัวด้วยการเก็บชัย 2 หลุมถัดมา ขึ้นนำ 2 อัพขณะเหลือ 4 หลุม แม้วู้ดส์จะมีความหวังด้วยการทำเบอร์ดี้ที่หลุม 16 ปลดมาเหลือ 1 ดาวน์ แต่สุดท้ายที่หลุม 17 ราห์มพัตเบอร์ดี้ระยะ 5 ฟุตลงไป จนเป็นฝ่ายชนะ 2 และ 1 (นำ 2 อัพ ขณะเหลือ 1 หลุม) ส่งผลให้วู้ดส์ติดทีมมาแข่งขันรายการนี้ ลงเล่น 4 แมตช์ แพ้รวดทั้ง 4 แมตช์ ขณะที่ทีมยุโรปนำ 12 คะแนนครึ่ง ต่อ 9 คะแนนครึ่ง ต้องการอีก 3 แต้มเพื่อคว้าแชมป์

เอียน โพลเตอร์ (ภาพ AFP)

ส่วนคู่ที่ 6 เอียน โพลเตอร์ โปรมือเก๋าชาวอังกฤษซึ่งติดทีมด้วยโควต้ากัปตันทีมยุโรป ไม่ทำให้ทุกคนผิดหวัง พลิกสถานการณ์จากเป็นฝ่ายตามดัสติน จอห์นสัน มือ 1 โลกชาวอเมริกัน 1 ดาวน์ เมื่อผ่าน 12 หลุม มาเก็บชัย 3 หลุมรวดที่หลุม 13-15 จนขึ้นนำ 2 อัพ จอห์นสันมีลูกฮึดปลดคืน 1 หลุมที่หลุม 16 แต่โพลเตอร์ก็ได้ดอร์มี่ที่หลุมสุดท้าย ปรากฏว่าจอห์นสันพัตเบอร์ดี้ระยะ 30 ฟุตไม่ลง จึงถอดหมวกยอมแพ้โดยไม่ต้องให้โพลเตอร์พัตเบอร์ดี้ 5 ฟุต ส่งผลให้โพลเตอร์ชนะ 2 อัพ ทำสถิติไร้พ่ายในการลงแข่งประเภทเดี่ยวไรเดอร์คัพ 6 ครั้ง และยุโรปนำ 13 คะแนนครึ่ง ต่อ 9 คะแนนครึ่ง ต้องการอีกเพียงแต้มเดียวจาก 5 คู่ที่เหลือเพื่อคว้าแชมป์

โธมัส บียอร์น สวมกอดฟรานเชสโก้ โมลินารี่ (ภาพ AFP)

ปรากฏว่าผู้เก็บแต้มนำชัยให้กับยุโรปคือ ฟรานเชสโก้ โมลินารี่ โปรดังชาวอิตาเลียนซึ่งเก็บแต้มให้ยุโรปถึง 4 แต้มใน 2 วันแรก โดยโมลินารี่คุมเกมเหนือฟิล มิคเคลสัน โปรสิงห์อีซ้ายชาวอเมริกันได้ตั้งแต่ต้น ก่อนปิดฉากคู่ที่ 9 เมื่อมิคเคลสัตตีไปตกน้ำที่หลุม 16 และขอยอมแพ้ ทำให้โมลินารี่ชนะไป 4 และ 2 (นำ 4 อัพ ขณะเหลือ 2 หลุม) ทำให้โมลินารี่ชนะรวดทั้ง 5 แมตช์ที่ลงแข่งขันในรายการนี้ เป็นแต้มให้ยุโรปชนะเด็ดขาด 14 คะแนนครึ่ง ต่อ 9 คะแนนครึ่ง

เซร์คิโอ การ์เซีย (ภาพ Reuters)

ส่วนการแข่งขันคู่อื่นๆ ที่เหลือ
คู่ที่ 11 เฮนริก สเตนสัน โปรดังชาวสวีดิช ชนะบั๊บบ้า วัตสัน 5 และ 4 (นำ 5 อัพ ขณะเหลือ 4 หลุม)

คู่ที่ 8 เซร์คิโอ การ์เซีย โปรมือเก๋าชาวสเปน ชนะ ริคกี้ ฟาวเลอร์ 2 และ 1 (นำ 2 อัพ ขณะเหลือ 1 หลุม) ส่งผลให้การ์เซียกลายเป็นนักกอล์ฟที่ทำคะแนนรวมสูงสุดในประวัติศาสตร์การแข่งขันไรเดอร์คัพ 42 ครั้ง รวม 25 คะแนนครึ่ง จากการร่วมแข่งขัน 9 ครั้ง

คู่ที่ 10 แพทริก รีด โปรอเมริกัน เก็บแต้มแรกของตัวเองในรายการนี้จากชัยชนะเหนือไทร์เรลล์ ฮัตตัน โปรชาวอังกฤษ 3 และ 2 (นำ 3 อัพ ขณะเหลือ 2 หลุม)

คู่ที่ 12 อเล็กซ์ โนเรน โปรชาวสวีดิช ลากเบอร์ดี้ไกลลงหลุมสุดท้ายเก็บชัยชนะเหนือไบรสัน เดอชอมโบ 1 อัพ เก็บแต้มสุดท้ายให้ยุโรป