“เดอะด็อกเตอร์” วาเลนติโน่ รอสซี่ ยอดนักบิดชาวอิตาเลียนจาก มูวิสตาร์ ยามาฮ่า โมโตจีพี คืนฟอร์มเก่ง คว้ากริดที่ 2 ออกสตาร์ทแถวหน้ามีลุ้นอีกครั้ง ในศึกโมโตจีพี สนามที่ 15 ขณะที่ดาวบิดไทย “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ จาก วีอาร์46 มาสเตอร์ แคมป์ ทีมกดเวลาเจ๋งที่สุดของนักบิดไทยในวันนี้ซิวกริดที่ 15 พร้อมลุ้นแต้มศึก เวิลด์ กรังซ์ปรีซ์ แรกต่อหน้ากองเชียร์ไทยในสนามโฮมเรซ
สุดยอดศึกชิงจ้าวความเร็วสองล้ออันดับหนึ่งของโลก โมโตจีพี มีคิวดวลความเร็วสนามที่ 15 ระหว่างวันที่ 5-7 ตุลาคมนี้ ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ โดยนับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ของไทยกับการเป็นเจ้าภาพภายใต้ชื่อรายการ พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ โดยในวันเสาร์ที่ 6 ตุลาคมที่ผ่านมา เป็นการแข่งขันรอบควอลิฟายเพื่อจัดอันดับสตาร์ท โดยวันนี้ปรากฏว่ายอดนักบิดระดับตำนานของโลกอย่าง วาเลนติโน รอสซี่ ชาวอิตาเลียนจาก มูวิสตาร์ ยามาฮ่า โมโตจีพี สามารถคืนฟอร์มเก่งกลับมาออกสตาร์ทจากแถวแรกบนกริดที่ 2 ได้สำเร็จด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 30.099 วินาที ขณะเดียวกันทีมเมทชาวสแปนิชอย่าง มาเวริค บีญาเลส ตามมาในกริดที่ 4 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 30.328 วินาที ด้าน โยฮัน ซาโก้ นักบิดฝรั่งเศสจาก ทีม มอนสเตอร์ ยามาฮ่า เทคทรี กดเวลามาเป็นอันดับ 8 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 30.471 วินาที ตามด้วยทีมเมทอย่าง ฮาฟิซ ไซอาห์ริน ดาวบิดมาเลเซียน ในกริดที่ 18 ด้วยเวลาต่อรอบ 1 นาที 31.389 วินาที
ขณะที่ในรุ่น โมโตทรี เวิลด์ แชมเปี้ยนชิพ ผลการควอลิฟายวันนี้ ปรากฏว่า “แสตมป์” อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ นักบิดดาวรุ่ง ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม ซึ่งได้รับสิทธิ์ไวลด์การ์ดลงทำการแข่งขันในนามสังกัด วีอาร์ 46 มาสเตอร์ แคมป์ ทีมของ “เดอะ ด๊อกเตอร์” วาเลนติโน่ รอสซี่ กระชากคันเร่งรถแข่งหมายเลข 9 ที่เซ็ทอัพสมบูรณ์ลงตัว พร้อมงัดฟอร์มการขับขี่แชมป์เอเชียไล่กดเวลาเบียดกับคู่แข่งในรอบควอลิฟายแบบสุดมันส์จนถึงรอบสุดท้าย ก่อนทำเวลาต่อรอบดีที่สุดอยู่ที่ 1.43.071 นาที คว้าตำแหน่งกริดสตาร์ทที่ 15 โดยมีเวลาตามหลังตำแหน่งผู้นำที่คว้าโพลโพซิชั่นอยู่เพียง 0.836 วินาที เท่านั้น แต่ก็ถือเป็นผลควอลิฟายที่ดีที่สุดของนักบิดไทยที่ลงแข่งขันในรุ่นนี้ พร้อมมีลุ้นคว้าแต้มแรกต่อหน้ากองเชียร์ชาวไทยที่ สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ในการเข้าร่วมเกมการแข่งขันระดับเวิลด์ กรังซ์ปรีซ์ ครั้งแรกในชีวิตบนแทร็คโฮมเรซ
โดยแสตมป์ ตามหลังเจ้าของโพลอย่าง มาร์โก เบซเซ็คคี นักบิดอิตาเลียนจาก รีด็อกซ์ พรุสเทล จีพี เพียง 0.836 วินาที ส่วนกริดที่ 2 เป็นของ ฆัวเม มาเซีย นักบิดดาวรุ่งชาวสแปนิชจาก เบสเตอร์ แคปิตอล ดูไบ ตามหลัง 0.462 วินาที ขณะกริดที่ 3 เป็นของ คาซูกิ มาซากิ นักบิดญี่ปุ่นจาก อาร์บีเอ บีโออี สกุลล์ ไรเดอร์ ตามหลัง 0.481 วินาที ทั้งนี้ อภิวัฒน์ มีคิวลงบิดรอบชิงชนะเลิศของศึก โมโตทรี ในวันอาทิตย์ที่ 7 ตุลาคมนี้ เวลา 11.00 น. ส่วนเกมในรุ่น โมโตทรี จะแข่งขันกันในเวลา 14.00 น.
อภิวัฒน์ วงศ์ธนานนท์ กล่าวหลังจบการควอลิฟายด้วยสีหน้าที่เต็มไปด้วยความมั่นใจว่า วันนี้ทีมงานได้มีการเซ็ทอัพโช้คอัพหน้าที่เมื่อวานมีอาการค่อนข้างมากทำให้ขี่ได้ไม่เต็มที่เท่าไหร่ แต่วันนี้ได้มีการปรับเปลี่ยนหลายอย่างทำให้สามารถทำเวลาลงมาได้ดีเหมือนกัน แต่พอเราจะข้ามลิมิตไปอีกขั้นรถก็มีอาการอีก เราก็พยายามรักษาตรงนี้เอาไว้ ค่อยๆ ไปที่ละขั้นเพราะถ้าไปเร็วกว่านี้เหมือนหน้าจะพับลง ซึ่งหลังจากควอลิฟายเสร็จก็ได้คุยกับช่างถึงปัญหาเพื่อนำไปแก้ไขสำหรับการแข่งขันในวันพรุ่งนี้ ส่วนในเรื่องยางเราใช้ยาง หน้าซอฟท์ หลังมีเดี้ยม ซึ่งก็ให้ความรู้สึกที่ดีในระดับนึง แต่ถ้ารถมีอาการน้อยกว่านี้ก็น่าจะไปได้เร็วกว่านี้ พรุ่งนี้ช่วงวอร์มอัพเราจะมีการเซ็ทอัพรถ และเทสต์เพื่อความมั่นใจอีกครั้งก่อนการแข่งขัน ซึ่งผมก็หวังว่าจะเป็นวันที่ดีสำหรับผม และจะพยายามทำให้ดีที่สุด โดยสภาพร่างกายตอนนี้แม้ดีขึ้นแล้วแต่ก็ยังมีอาการบาดเจ็บที่มือ และข้อเท้าอีกเล็กน้อย แต่ก็จะพยายามอย่างเต็มที่ สู้ไม่ถอยครับ
ส่วน นายธีระพงษ์ โอภาสกรกุล ผู้จัดการทั่วไปอาวุโส ฝ่ายกีฬายานยนต์ และสถาบันฝึกอบรมขับขี่รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า บริษัท ไทยยามาฮ่ามอเตอร์ จำกัด บอสใหญ่ของ ยามาฮ่า ไทยแลนด์ เรซซิ่งทีม กล่าวหลังจบการควอลิฟายว่า วันนี้เราควอลิฟายจบในอันดับที่ 15 ซึ่งจริงๆ เรามีโอกาสที่จะทำได้ดีกว่านี้ เพราะในช่วงแรกแสตมป์ทำเวลาได้เร็วมาก โดยเฉพาะในรอบสุดท้ายเวลาแดงในทุกเซกเตอร์แต่มีเสียจังหวะติดในช่วงโค้งสุดท้ายเล็กน้อยก็เป็นที่น่าเสียดาย แต่ก็ต้องถือว่าอันดับที่ 15 เป็นตำแหน่งที่ดีสำหรับนักแข่งไวลด์การ์ด สำหรับผมถือว่าดีมาก และยังเป็นตำแหน่งที่ดีที่สุดของนักแข่งไทยที่ลงในรุ่นนี้ และมีระยะห่างจากผู้นำเวลา 0.836 ก็ถือว่าห่างไม่มากนัก ซึ่งผลการควอลิฟายในวันนี้จะทำให้แสตมป์มีความมั่นใจ และพรุ่งนี้จะรู้สึกว่าเขาสามารถทำได้ วันนี้แสตมป์อารมณ์ ไม่เครียด และมีสมาธิ มีแค่จังหวะที่ผิดแผนไปนิดเดียวในช่วงท้าย แต่ผมเชื่อว่าพรุ่งนี้แสตมป์จะลงแข่งขันด้วยความมั่นใจที่เต็มเปี่ยม บวกกับตัวรถที่ตอนนี้ก็สมบูรณ์พร้อม ความเร็วรถทำได้ดีมาก เรื่องยางก็ลงตัวจากที่ลองในช่วงเช้า พรุ่งนี้รับรองว่าเรามีโอกาสคว้าแต้มต่อหน้ากองเชียร์ชาวไทยในสนามช้างฯ อย่างแน่นอนครับ











