หน้าแรก กีฬา กีฬาในประเทศ ฟลอร์บอลชิงถ้...

ฟลอร์บอลชิงถ้วยพระเทพฯช้างชนช้าง ‘เกษตรศาสตร์’ ปะทะ ‘จุฬาฯ’

9.10.18 | 15:18 น.

นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ นายกสมาคมกีฬาฮอกกี้แห่งประเทศไทย ที่กำกับดูแลสมาคมกีฬาฟลอร์บอลแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า สมาคมฯ เตรียมจัดการแข่งขัน พีทีที.ฟลอร์บอล ชิงชนะเลิศแห่งประเทศไทย ครั้งที่ 1 ประจำปี 2561 ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ระหว่างวันที่ 10-14 ตุลาคม 2561 ณ สนามกีฬาอเนกประสงค์ สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชลบุรี โดยแบ่งการแข่งขันออกเป็น 3 ประเภท ได้แก่ ประเภททีมชายอายุไม่เกิน 18 ปี ชาย – หญิง / รุ่นประชาชนทั่วไปทีมชาย และ ทีมหญิง ซึ่งมีทีมเข้าร่วมแข่งขันจำนวนทั้งสิ้น 21 ทีม ประกอบด้วย

ประเภททีมชายรุ่นอายุไม่เกิน 18 ปี มีจำนวน 8 ทีม แบ่งออกเป็น 2 สาย ๆละ 4 ทีม โดย สายเอ.ประกอบด้วย โรงเรียนมัธยมศรีสำเภาลูน จ.สุรินทร์. โรงเรียนศรีตระกูลวิทยา จ.ศรีสะเกษ, โรงเรียนจิตรลดา กรุงเทพ และ ทีมจังหวัดน่าน / สายบี. โรงเรียนสังขะ จ.สุรินทร์, โรงเรียนรัตนโกสินทร์สมโภชน์ ลาดกระบัง กรุงเทพ, โรงเรียนรือเสาะชนูปถัมภ์ จ.นราธิวาส และ โรงเรียนกิตติคุณ จ.ประจวบคีรีชันธ์
ทีมหญิงอายุไม่เกิน 18 ปี มีจำนวน 5 ทีม แข่งแบบพบกันหมด ประกอบด้วย โรงเรียนสังขะ จ.สุรินทร์, โรงเรียนศรีตระกูลวิทยา จ.ศรีสะเกษ, โรงเรียนกีฬาจังหวัดชลบุรี, โรงเรียนรือเสาะชนูปถัมภ์ จ.นราธิวาส และ ทีมจังหวัดน่าน

ประเภทประชาชน ทีมชาย มี 5 ทีม แข่งขันกันแบบพบกันหมด ได้แก่ ทีมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ , ทีมจามจุรี-พัทยา, ทีมจังหวัดชลบุรี, ทีมสถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชลบุรี และ สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตกรุงเทพ

ส่วนประเภทประชาชน ทีมหญิง มี 3 ทีม ได้แก่ สถาบันการพลศึกษา วิทยาเขตชลบุรี , ทีมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และ ทีมจังหวัดชลบุรี

นัดเปิดสนามวันที่ 10 ตุลาคม คู่แรกเป็นการพบกันในรุ่น 18 ปี หญิง ระหว่าง โรงเรียนสังขะ จังหวัดสุรินทร์ พบกับ จังหวัดน่าน เวลา 08.30 น. ส่วนไฮไลท์ ในประเภทประชาชนชาย เป็นศึกแห่งศักดิ์ศรี โดย ทีมมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ พบกับ ทีมจามจุรี-พัทยา ซึ่งเป็นนักกีฬาจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เวลา 14.30 น. และจากนั้นจะมีการแข่งขันทุกวันไปจนรอบชิงชนะเลิศวันที่ 14 ตุลาคม เริ่มตั้งแต่เวลา 08.30 น. เป็นต้นไป

Advertisement

นายชัยภักดิ์ ศิริวัฒน์ กล่าวว่า รายการนี้เป็นรายการใหญ่ร ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเทพฯ จึงเปิดโอกาสให้นักกีฬาทีมชาติ และรวมถึงนักกีฬาลูกครึ่งที่โอนสัญชาติเป็นคนไทย สามารถลงทำการแข่งขันในนามต้นสังกัดอย่างอิสระโดยไม่มีการกำหนดโควตาแต่อย่างใด พร้อมกันนี้ยังได้มีการคัดเลือกดาวรุ่งที่โชว์ฟอร์มดี เข้ามาเก็บตัวในนามทีมชาติไทย เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าร่วมแข่งขันชิงแชมป์เอเชีย และ ชิงแชมป์โลกอีกด้วย