การแข่งขันกีฬายูธโอลิมปิกเกมส์ 2018 ที่กรุงบัวโนสไอเรส ประเทศอาร์เจนตินา เมื่อวันที่ 9 ตุลาคม ตามเวลาท้องถิ่น ซึ่งช้ากว่าประเทศไทย 10 ชั่วโมง
ในการแข่งขันเทควันโด ชิง 2 ทอง รุ่น 55 กก.หญิง “เก็ต” กานต์ธิดา แสงสิน รอบแรก หรือรอบ 16 คน ชนะผ่าน เข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ ชนะ หยาง จุนลี จากจีน 3-2 คะแนน เก็บเหรียญทองแดงตุนไว้แน่นอน และในรอบรองชนะเลิศ เอาชนะ ฟานี ซีลี จากกรีซ เอาชนะ 7-3 คะแนน ทำให้ผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้สำเร็จ
ในรอบชิงชนะเลิศ กานต์ธิดา เตะเอาชนะ ซาเฟีย ซาลีห์ จากโมร็อกโก 10-6 คะแนน ทำให้กานต์ธิดาคว้าเหรียญทองแรกคว้าเหรียญทองแรกให้ทัพเทควันโด และเป็นเหรียญทองแรกของทัพนักกีฬาไทยในการแข่งขันยูธโอลิมปิกเกมส์ 2018
หลังการแข่งขัน “เก็ต” กานต์ธิดา กล่าวว่า ยูธโอลิมปิกเกมส์ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรก ก่อนมาหวังว่าจะได้เหรียญใดเหรียญหนึ่งติดมือกลับบ้านเท่านั้น ไม่ได้หวังว่าจะถึงเหรียญทองได้ แต่พอผ่านรอบแรกไปก็รู้สึกโล่งใจ และไม่มีความกดดันอะไรแล้ว และเมื่อสามารถเอาชนะ ฟานี ซีลี จากกรีซ ได้ในรอบรองชนะเลิศ ซึ่งเราเคยแพ้มาก่อนหน้านี้ ยิ่งทำให้มั่นใจขึ้น
กานต์ธิดา กล่าวอีกว่า ส่วนในรอบชิงชนะเลิศ โค้ชเชยอง ซอก ได้บอกว่า เราสามารถทำได้ ต้องมั่นใจในตัวเอง และไม่ว่าจะเป็นอย่างไรต้องเล่นตามเกมของเรา โดยก่อนหน้านี้เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่าจะไม่ยอมแพ้ให้กับ ฟานี ซีลี อีก เพราะเคยแพ้มาแล้วครั้งหนึ่ง ซึ่งการแพ้ครั้งนั้นทำให้เจ็บปวดมาก และครั้งนี้สามารถแก้แค้นได้สำเร็จ
“หลังจบการแข่งขันได้โทรหาแม่ แม่หนูดีใจมาก ร้องไห้ บอกกับหนูว่ากินเจมา 3 วันเพื่อให้หนูชนะ ส่วนพ่อก็ตื่นแต่เช้าฟังพระสวดขอพรให้หนูชนะเช่นกัน” จอมเตะสาวกานต์ธิดากล่าว
ขณะที่ รุ่น 63 กก.ชาย นฤพงษ์ เทพเสน รอบ 16 คน ชนะ คาซิเมียร์ ดีจิโนดี จากชาด 25-20 คะแนน ผ่านเข้ารอบก่อนรองชนะเลิศ พบกับ ดิซูบา โอเล็กซานเดอร์ จากยูเครน) ซึ่ง นฤพงษ์ เตะชนะฉิวเฉียด 28-26 คะแนน ตุนเหรียญทองแดงได้เช่นเดียวกัน
จากนั้นรอบรองชนะเลิศ “เบสต์” นฤพงษ์ เบียดชนะ กาเบรียเล่ คัวโล่ จากอิตาลี 15-14 คะแนน แต่ในรอบชิงชนะเลิศ พลาดท่าแพ้ โช วอนฮี จอมเตะชาวเกาหลีใต้ 16-21 คะแนน ทำให้คว้าเพียงเหรียญเงินเท่านั้น
หลังการแข่งขัน
ด้าน “เบสต์” นฤพงษ์ กล่าวว่า ก่อนมาแข่งขันตั้งเป้าว่าจะต้องเข้าถึงเหรียญให้ได้ การเข้าถึงรอบชิงชนะเลิศถือเป็นโบนัส แต่เมื่อเข้ามาถึงแล้วก็อยากจะคว้าเหรียญทองให้ได้ อย่างไรก็ตามในรอบชิงมันกดดัน ทุกอย่างมันบีบหัวใจ คิดอย่างเดียวคืออยากให้เวลาหมดเร็วๆ จนสมองไม่สั่งงาน คิดอะไรไม่ออก กระทั่งพลาดไปในที่สุด ยอมรับว่าเสียดาย แต่หากมองในมุมดีๆก็มาเกินคาดแล้ว
“เป้าหมายตอนนี้ขอมองไปทีละรายการ ส่วนเป้าสงสุดคืออยากไปแข่งขันโอลิมปิกเกมส์ซักครั้งหนึ่ง ก็จะพยายามทำให้ดีที่สุด” นฤพงษ์กล่าว






