ถือว่าจบลงไปอย่างน่าประทับใจกับประวัติศาสตร์หน้าใหม่ในวงการกีฬาไทย ในการแข่งขันรถจักรยานยนต์ทางเรียบชิงแชมป์โลก โมโตจีพี ครั้งแรกในประวัติศาสตร์ประเทศไทย เป็นสนามที่ 15 ของฤดูกาล 2018 พีทีที ไทยแลนด์ กรังด์ปรีซ์ 2018 ที่สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จังหวัดบุรีรัมย์ ระหว่างวันที่ 5-7 ตุลาคมที่ผ่านมา
เรื่องราวในสนามถือว่าเป็นการแข่งขันที่สุดมันของบรรดานักแข่งระดับโลก ก่อนที่แชมป์จะตกเป็นของ ”เจ้าเด็กระเบิด” มาร์ค มาร์เกซ นักบิดหนุ่มชาวสแปนิช จาก ทีมเรปโซล ฮอนด้า ที่พลิกแซง อันเดรีย โดวิซิโอโซ่ นักบิดหนุ่มชาวอิตาเลียนของ ทีมดูคาติ ในโค้งสุดท้ายก่อนจะเข้าเส้นชัยกลายเป็นแชมป์คนแรกของสนามแห่งนี้ไปได้ในที่สุด
แม้ว่าจะเป็นการจัดการแข่งขันมอเตอร์สปอร์ตสเกลที่ใหญ่ที่สุดในโลกเป็นครั้งแรกของไทย แต่ก็ต้องบอกว่าภาพรวมที่ออกมานั้น เกินกว่าที่คาดเอาไว้ก่อนจะเดินทางไปชมการแข่งขันเป็นอย่างมาก ถ้าบอกว่าคะแนนเต็มร้อย ก็คงกวาดไปไม่ต่ำกว่า 90 คะแนนอย่างแน่นอน เรียกได้ว่าสอบผ่าน!
อันดับแรกว่าด้วยเรื่องของผู้ชม ตัวเลขจากทาง ดอร์น่า สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์ โมโตจีพี เปิดเผยออกมาว่าตลอด 3 วันของการแข่งขันมีผู้เข้าชมทั้งสิ้น 222,535 คน แบ่งออกเป็นวันที่ 5 ตุลาคม 41,253 คน วันที่ 6 ตุลาคม 81,055 คน และวันที่ 7 ตุลาคม 100,205 คน ที่น่าภูมิใจก็คือสนามของไทยคือสนามที่มีผู้ชมมากที่สุดจาก 15 สนามที่ผ่านมาในฤดูกาลนี้ แซงหน้าสนามที่ 12 รายการ โมโทร์ราด กรังด์ปรีซ์ ฟอน เออชเตอร์ไรช์ ที่เรดบูล ริง สปีลเบิร์ก ประเทศออสเตรีย มียอดผู้เข้าชมรวม 3 วัน 206,746 คน
ตัวเลขที่ออกมานับว่าเกินคาดอย่างมาก ไม่คิดว่าคนไทยนั้นจะให้ความสนใจในด้านมอเตอร์สปอร์ตมากขนาดนี้ จากการสำรวจพบว่าจากจำนวนทั้งหมดเป็นคนไทยถึงร้อยละ 75 ขณะที่ชาวต่างชาติก็เข้ามาถึง 25 เปอร์เซ็นต์ หรือนับเป็น 51,250 คน ที่มากที่สุดคือชาวออสเตรเลีย สวิตเซอร์แลนด์ และอังกฤษ ตามลำดับ
จากจำนวนคนที่มากขนาดนี้ อีกสิ่งหนึ่งที่ถือว่าฝ่ายจัดการแข่งขันทำกันได้อย่างยอดเยี่ยมคือการบริหารจัดการคนจำนวนมากๆ ขนาดนี้ ให้เป็นระเบียบจนแทบไม่ได้ยินว่าเกิดปัญหาใดๆ เลยด้วยซ้ำ แถมยังสร้างมิติใหม่แห่งการขนส่งผู้คน ด้วยการนำเอารถอีแต๋น มาทำเป็นรถชัตเติลบัส ที่คนในท้องถิ่นเรียกกันว่า “ชัตเติลแต๋น”

เจ้ารถ อีแต๋นชัตเติล ต้องยกความดีให้กับ บิ๊กเน เนวิน ชิดชอบ ประธานที่ปรึกษา สนามช้าง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต จ.บุรีรัมย์ ที่ใช้โอกาสการได้เป็นเจ้าภาพการแข่งขันกีฬาระดับโลกแบบนี้ เผยแพร่วิถีชีวิตของคนไทย ออกไปให้ชาวโลกได้เห็น และเจ้ารถอีแต๋นชัตเติลนี่เองก็เป็นที่ถูกอกถูกใจทั้งคนไทย และต่างชาติที่ได้พบเห็นและได้ลองนั่งกันทั้งสิ้น
นอกจากนี้ ในเรื่องของการระบายผู้คนก็ทำได้ดี เพราะว่ามีการจัดกิจกรรมต่างๆ มาไว้ให้กับประชาชนที่เข้ามาชมการแข่งขันได้ร่วมสนุก มีคอนเสิร์ตจากศิลปินชื่อดัง ไม่ว่าจะเป็น บีเอ็นเค48, ว่าน ธนกฤต หรือ อะตอม ชนกันต์ ในทุกๆ วัน รวมไปถึงนายเนวินเองยังเนรมิต ช้าง อารีน่า สนามเหย้าของ ปราสาทสายฟ้า บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ให้เป็นเวทีดนตรีแนวอีดีเอ็ม เปิดกันยาวยันตี 2 ทั้งหมดนี้เป็นการช่วยรั้งให้คนอยู่ในงาน ไม่รีบเดินทางออกจากสนาม ช่วยลดปัญหาเรื่องของการจราจรที่หลายๆ สนามแข่งขันโมโตจีพีมักจะพบเจอ แต่ของไทยกลับทำได้ดี จนกลายเป็นโมเดลที่หลายๆ ชาติเตรียมนำเอาไปใช้เสียด้วยซ้ำ
คอมเมนต์จากทาง คาร์เมโล่ เอสเปเลต้าซีอีโอของดอร์น่า สปอร์ต เจ้าของลิขสิทธิ์การแข่งขัน ส่งต่อผ่านมาทาง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี และ รมว.กลาโหม และ นายวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รมว.การท่องเที่ยวและกีฬา ว่าพอใจในการจัดการแข่งขันทั้งหมดอย่างมาก จัดการแข่งขันได้ยอดเยี่ยม บรรยากาศดี การต้อนรับก็ดี ประชาชนชาวบุรีรัมย์เป็นมิตรมากๆ อีกทั้งยังมีการแสดงให้เห็นถึงว่าชาวอีสานนั้นมีวัฒนธรรมอย่างไร โดยชื่นชอบรถอีแต๋นที่นำมาทำเป็นชัตเติลบัสด้วย เป็นการนำเสน่ห์ของท้องถิ่นมาใช้ ทำให้สนามเป็นที่จดจำ การจัดการทั้งหมดเมื่อเทียบกับประเทศอื่นๆ ที่เคยจัดการแข่งขันเป็นครั้งแรกนั้นถือว่าไทยทำได้ดีที่สุดหนหนึ่งเลยทีเดียว
เชื่อว่าคำชมตรงนี้จะเป็นสิ่งที่ทำให้ผู้ที่ทำงานทุกภาคส่วนล้วนแต่ภูมิใจกับการแข่งขันครั้งนี้เป็นอย่างมาก
แต่เหนือสิ่งอื่นใด ก่อนหน้านี้ช่วงที่ไทยจะเสนอตัวเป็นเจ้าภาพการแข่งขันโมโตจีพี มีการขอให้รัฐบาลช่วยสนับสนุนงบประมาณจำนวน 100 ล้านบาทต่อปี ได้มีเสียงคัดค้าน และไม่ค่อยเห็นด้วยว่าจะทำเพื่ออะไร เหมือนนำงบประมาณรัฐไปใช้โดยเปล่าประโยชน์

ทว่าหากมาดูเรื่องของจำนวนเม็ดเงินรายได้ในช่วงของการแข่งขันที่ผ่านมา มีการสร้างรายได้ให้เงินสะพัดรวมถึง 3.1 พันล้านบาท รายได้เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นภายในจังหวัดบุรีรัมย์อย่างเดียวเท่านั้น แต่ยังกระจายไปยังจังหวัดข้างเคียงอีกด้วย
จำนวนเงินเหล่านี้สามารถแบ่งเป็นการใช้จ่ายในหมวดต่างๆ ได้แก่ ค่าพาหนะการเดินทางจำนวน 764 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 24.70 / ค่าอาหารเครื่องดื่ม ประมาณ 679 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 21.90 / ค่าที่พัก โรงแรม จำนวน 642 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 20.70 / ค่าซื้อสินค้าและของที่ระลึก จำนวน 517 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 16.70 / ค่าใช้จ่ายอื่นๆ จำนวน 349 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 11.30 / ค่าใช้จ่ายเพื่อความบันเทิง 146 ล้านบาท คิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 4.70 ตามลำดับ
จากการเปิดเผยของ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ก่อให้เกิดผลดีต่อภาพรวมเศรษฐกิจ โดยเป็นมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศทางตรงประมาณ 1,335 ล้านบาท เป็นมูลค่าผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศทางอ้อม ประมาณ 1,701 ล้านบาท ก่อให้เกิดการจ้างงานใหม่ 7,749 คน เป็นการจ้างงานในอุตสาหกรรมท่องเที่ยว 3,831 คน คิดเป็นร้อยละ 49.44 ของการจ้างงานใหม่ทั้งหมด และคาดว่าภาครัฐจะจัดเก็บรายได้ในรูปแบบภาษี ประมาณ 329 ล้านบาท
ยิ่งไปกว่านั้นการจัดการแข่งขันครั้งนี้ยังมีการถ่ายทอดสดออกไปยังทั่วโลก มีคนดูมากกว่า 800 ล้านคน เรียกได้ว่าเป็นการประชาสัมพันธ์ประเทศให้คนสนใจ เมื่อการจัดการแข่งขันต่างๆ มันออกมาดี ในช่วง 2 ปีที่ยังมีสัญญาอยู่นั้น เชื่อว่าโมโตจีพีจะยังคงได้รับกระแสและเรียกแขกบ้านแขกเมืองให้เข้ามาได้อีกเช่นกัน ซึ่งทั้งหมดเกิดจากการลงทุนของรัฐบาลเพียงปีละ 100 ล้านบาท
เท่านั้น
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าภาพรวมของการแข่งขันทั้งหมดจะออกมาได้ดูดีมากๆ แต่ก็ยังมีเรื่องที่ต้องปรับปรุงอยู่บ้าง โดยเฉพาะเรื่องของที่พักในจังหวัดบุรีรัมย์ ไม่เพียงพอ ทำให้แฟนๆ มอเตอร์สปอร์ต บางคนต้องจองที่พักออกไปจังหวัดข้างเคียง ทั้งสุรินทร์ นครราชสีมา หรือขอนแก่น
ในส่วนนี้ เนวินเองรับทราบเป็นอย่างดี เตรียมเดินหน้าทำโฮมสเตย์เพิ่มขึ้นอีก 5,000 ยูนิตในปีหน้า เพื่อรองรับนักท่องเที่ยวได้เพิ่มขึ้นกว่าหมื่นชีวิต
เช่นเดียวกับเรื่องของสแตนด์ที่นั่ง มีบางคนต้องยืนเกาะรั้วดูบ้าง หรือตัวสแตนด์เองก็เป็นเพียงแบบชั่วคราว ที่อาจจะกังวลเรื่องของความปลอดภัย ก็จะนำมาพัฒนาให้แข็งแรงขึ้น พร้อมรองรับจำนวนคนที่น่าจะมากขึ้นไปอีกในปีหน้าหลังได้รับกระแสตอบรับดีขนาดนี้
สุดท้ายเชื่อว่าการจัดโมโตจีพีครั้งนี้ ไทยได้ก้าวขึ้นมาเป็นหนึ่งในจุดหมายของแฟนๆ มอเตอร์สปอร์ตทั่วโลก และน่าสนใจไม่แพ้เพื่อนบ้านอย่าง เซปัง อินเตอร์เนชั่นแนล เซอร์กิต ในประเทศมาเลเซีย
สิ่งที่ต้องทำก็คือรักษามาตรฐานเหล่านี้เอาไว้ให้ได้ เพื่อโอกาสในการต่อสัญญารักษา โมโตจีพี อยู่ในเมืองไทยนานๆ…

