การแข่งขันกอล์ฟแมตช์เพลย์ประเภททีมหญิงรูปแบบใหม่ อินเตอร์เนชั่นแนล คราวน์ ซึ่งจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 เมื่อสุดสัปดาห์ที่แล้ว ได้รับความสนใจจากแฟนๆ และสื่อกอล์ฟทั่วโลกมากพอสมควร ด้วยเหตุผลหลายประการ
แรกสุดนั้นเนื่องจากรายการอินเตอร์ คราวน์ มาจัดในสัปดาห์ต่อจากศึก ไรเดอร์คัพ หรือกอล์ฟประเพณีเก่าแก่ของฝ่ายชาย ทำให้แฟนๆ จำนวนไม่น้อยยังมีอารมณ์ต่อเนื่อง
ประการต่อมาคือเสียงตอบรับจากแฟนๆ หลังจากการแข่งขันย้ายวิกจากสหรัฐอเมริกาไปยังเมืองอินชอน ประเทศเกาหลีใต้ เพราะกอล์ฟหญิงยุคนี้ไม่เหมือนกอล์ฟชายที่ฐานนักกอล์ฟชั้นนำส่วนใหญ่ยังอยู่ในฝั่งตะวันตก เพราะโปรหญิงจากเอเชียโดยเฉพาะเกาหลีใต้ยึดครองความยิ่งใหญ่ในแอลพีจีเอทัวร์มาในช่วง 10 ปีหลัง กระแส “ฟีเวอร์” จึงผิดกันมาก
ยิ่งรูปแบบการแข่งขันที่เปิดโอกาสให้โปรมือพระกาฬของโลกถึง 8 ชาติมาดวลกัน ด้วยจำนวนนักกอล์ฟไม่มากไม่น้อยทีมละ 4 คน ทำให้สื่อและนักวิจารณ์ตั้งคำถามขึ้นมาลอยๆ ว่า หรือว่ารูปแบบนี้จะประสบความสำเร็จยิ่งกว่า โซลไฮม์คัพ กอล์ฟประเพณีระหว่างยุโรปและอเมริกาของฝ่ายหญิงซึ่งฐานคนดูอาจจะไม่มากเท่าเอเชียแล้ว
ไฮไลต์สำคัญของศึกอินเตอร์ คราวน์ เกิดขึ้นในวันสุดท้าย เมื่อ กอล์ฟ แชนเนล สื่อดังของวงการสะวิงยกให้ “โปรโม-โปรเม” โมรียา-เอรียา จุฑานุกาล ขโมยซีนไปเต็มๆ เพราะผนึกกำลังชนะคู่หูสวีดิช แอนนา นอร์ดควิสต์-แคโรไลน์ เฮดวอลล์ ที่จับคู่ลงแข่ง 10 แมตช์หลังสุดในทุกรายการ เพิ่งแพ้นัดนี้เป็นนัดที่ 2
ต่อมาโปรเมยังมาโชว์ความฮอต ชิพอินอีเกิ้ลระยะ 60 ฟุต ลงหลุมไปแบบสุดสวย ช่วยให้ไทยชนะรอบเพลย์ออฟไวลด์การ์ด เข้าไปเล่นประเภทเดี่ยวเป็นทีมที่ 5
ในประเภทเดี่ยวแม้ไทยจะลุ้นแชมป์ยาก แต่พี่น้องจุฑานุกาลก็ฝากชื่อเอาไว้โดยคนพี่ปราบ มิเชล วี โปรสาวชาวอเมริกันซึ่งน่าจะดังที่สุดในวงการกอล์ฟหญิงยุคนี้ ขณะที่คนน้องก็สยบ ปาร์ก ซอง ฮยอน มือ 1 โลกความหวังสำคัญของเจ้าถิ่น

การประกบคู่โดยบังเอิญระหว่างโปรเมกับปาร์กนี่เองที่กลายเป็นไฮไลต์ระดับ A++ สำหรับทัวร์นาเมนต์นี้ เพราะไม่บ่อยนักที่นักกอล์ฟมือ 1 และ 2 ของโลกจะมาดวลกันในระบบแมตช์เพลย์ คือต้องรู้ผลแพ้ชนะ (หรือเสมอ) แมตช์เดียวจบ ไม่ใช่แค่โดนจับไปร่วมก๊วนออกรอบเวลาเล่นสโตรกเพลย์แบบปกติ
จึงไม่ใช่เรื่องน่าแปลกใจที่แมตช์นี้จะมีแฟนกอล์ฟตามเชียร์มากที่สุดชนิดเป็นคลื่นมนุษย์แบบสุดลูกหูลูกตา ส่วนสื่อและช่างภาพก็เทกันไปตามเกาะติดสถานการณ์อย่างใกล้ชิด!
และทั้งคู่ก็ไม่ทำให้ผิดหวัง แม้กางสกอร์การ์ดออกมาจะดูเหมือนว่าเกมไม่หวือหวา เพราะยันเสมอกันเสียเป็นส่วนใหญ่ แต่จริงๆ แล้วในรายละเอียดของเกมต้องถือว่าไม่ธรรมดา
เกมวันนั้น เอรียาอาจไดรฟ์ไม่แม่นยำนัก แต่มีเกมสั้นและเหล็กคมกริบ ทำให้วางลูกเข้าไปอยู่ในตำแหน่งหวังผลได้หลายครั้ง ส่วนปาร์กแอพโพรชช็อตไม่แม่นเท่าที่ควร ลูกออนกรีนแบบค่อนข้างห่างหลุม แต่พัตเตอร์คม พัตไกลๆ เอาตัวรอดไปได้หลายครั้ง เรียกว่าต่างฝ่ายต่างไม่มีใครยอมกัน และพอโปรเมตกเป็นรองก่อนก็กลับมาปลดคืนและเอาชนะไปในที่สุด

มาสุดสัปดาห์นี้ แอลพีจีเอทัวร์ยังคงแข่งขันที่เมืองอินชอน ในรายการ ฮานาแบงก์ แชมเปี้ยนชิพ ซึ่งฝ่ายจัดการแข่งขันก็สนองกระแสตอบรับที่ดีด้วยการจับคู่นี้มาอยู่ร่วมก๊วนกันโดยมี บรู๊ก เฮนเดอร์สัน โปรสาวชื่อดังชาวแคนาเดียนพ่วงเข้าไปอีกคนหนึ่ง
ขณะที่สื่อเองก็เริ่มสนุกกับการประกบคู่ให้ 2 คนนี้กลายเป็น “คู่ปรับ” และ “คู่แข่ง” กัน โดยในงานแถลงข่าวก่อนแข่งฮานาแบงก์ สื่อพยายามเจาะประเด็นถามความเห็นของทั้งคู่ถึงกันและกัน
โปรเมบอกว่า ก่อนหน้านี้ไม่ค่อยได้คุยกับปาร์กสักเท่าไร กระทั่งมาดวลกันในอินเตอร์ คราวน์ ปรากฏว่าปาร์กเข้ามาคุยด้วยบ่อยๆ รู้สึกว่าเธอเป็นคนน่ารักมาก ได้เห็นอีกแง่มุมที่ไม่เคยรู้ อย่างตอนแฟนๆ เกาหลีใต้มาดูกันเยอะมากๆ ตนหันไปบอกปาร์กว่าไม่เคยเจอคนดูมากขนาดนี้มาก่อน คงมาเชียร์เธอทั้งหมด แต่ปาร์กก็ตอบว่าไม่ใช่หรอก ครึ่งหนึ่งมาเชียร์เธอ แต่อีกครึ่งมาเชียร์ตนต่างหาก
สาวไทยอดีตมือ 1 โลกบอกด้วยว่า ปาร์กเล่นได้ดีมาก โดยเฉพาะการหวดไดรฟ์เวอร์ซึ่งเป็นจุดอ่อนของตน ปาร์กจะหวดไดรฟ์เวอร์ได้ตรงและไกลมากๆ อยากจะทำได้อย่างนั้นมาก และไม่คิดว่าเธอมีจุดอ่อนอื่นๆ ในเกม
ขณะที่ปาร์กเองก็ชื่นชมโปรเมเช่นกันว่า ปกติโปรเมขึ้นชื่อเรื่องตีไกลอยู่แล้ว แต่พอได้เล่นด้วยกันยิ่งเห็นว่าเกมสั้นของเธอสุดยอดมากๆ ได้เรียนรู้อะไรหลายอย่าง ส่วนเรื่องของการเป็นคู่แข่งกันนั้นมองว่าเป็นเรื่องที่สื่อหรือแฟนๆ อยากเห็นเพื่อเพิ่มความสนุกในเกมมากกว่า แต่โดยส่วนตัวคิดว่าต่างฝ่ายต่างก็โฟกัสที่เกมของตัวเองเป็นหลัก
แต่สาวหล่ออย่างปาร์กที่ปกติเป็นคนขี้อายก็ตอบยิ้มๆ ตอนที่สื่อถามว่าถ้าเทียบกันแล้วใครทีช็อตได้ไกลกว่ากันว่า เรื่องนี้แทบไม่ต้องเทียบกันเลย เพราะขนาดโปรเมใช้หัวไม้ 3 ยังไดรฟ์ลูกได้ไกลกว่าตอนที่ตนใช้ไดรฟ์เวอร์อยู่หลายครั้ง ทำเอาสาวไทยหันขวับไปจ้องหน้าเธอแบบขำๆ ทันที เรียกรอยยิ้มจากแฟนๆ และเพื่อนนักกอล์ฟที่ร่วมแถลงอยู่ด้วยได้เป็นอย่างดี
เรียกว่าเป็นคู่แข่งที่ต่างเคารพกันและกัน อาจดูไม่ได้สนิทสนมกันเท่าไร แต่ก็มีมุมน่ารักอย่างคาดไม่ถึงอยู่ไม่น้อยทีเดียว


