สมาคมบอลดึง ‘ปปง.’ ตามเงินทีมงานบริหารชุดเดิมทำเงินหาย131ล้าน-เจอพิรุธอื้อ-ลุยตั้งกก.ดำเนินคดีพวกมีเอี่ยวทุกคน

26.04.16 | 15:53 น.

หลังจากที่สภากรรมการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ชุดใหม่ ได้รับมอบงานต่อจากคณะกรรมการชุดเก่า พร้อมกับหนี้สินที่ติดค้างกับกรมสรรพากร 131 กว่าล้านบาทนั้น “บิ๊กเจี๊ยบ” พล.ต.ท.พิสัณห์ จุลดิลก เลขาธิการสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เปิดเผยว่า ทางสมาคมได้ให้ผู้ตรวจสอบบัญชี ดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด จะได้ผลการตรวจสอบภายในเดือนเมษายนนี้ เมื่อทราบผลแล้วจะตั้งคณะกรรมการขึ้นมาดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องทั้งหมด

 
“เบื้องต้นมีการพบเห็นการเข้าออกของเงินในบัญชีที่ไม่ถูกต้องหลายรายการ รวมไปถึงโรงแรมต่างๆ ที่ทางสมาคมชุดเก่าได้ไปเซ็นค้างจ่ายเอาไว้ จะต้องเอามาดูให้ชัดเจนว่าเซ็นในภารกิจอะไร แล้วบางอันเป็นหนี้ที่ย้อนไปหลายปี ทำไมถึงไม่เคยทวงกับสมาคมชุดเก่า พอเป็นชุดใหม่เข้ามาถึงมาทวง นอกจากนี้ยังมีค่าเดินทางต่างๆ เกือบ 7 ล้านบาท ทั้งหมดนี้ต้องไปทวงกับชุดเก่าว่าทำไมถึงไม่จ่ายให้เรียบร้อย และเรื่องนี้คงจะต้องมีการแจ้งให้สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) เข้ามาช่วยตรวจสอบอีกทาง” บิ๊กเจี๊ยบกล่าว

 

 

ส่วนเรื่องหนี้สินที่ค้างจ่ายภาษีต่อกรมสรรพากรนั้น  พล.ต.ท.พิสัณห์กล่าวว่า คงเป็นหน้าที่ของสมาคมที่จะต้องเป็นผู้ชำระ เพราะว่าเป็นหนี้ของสมาคมโดยตรง ตอนนี้ทางสมาคมได้เตรียมชำระในส่วนที่ค้างอยู่ 1.4 ล้านบาทไปก่อน ส่วนที่เหลือจะต้องรอข้อมูลจากทางสรรพากรอีกครั้ง

Advertisement

 
ส่วนกรณีที่มีผู้ตัดสินออกมาร้องผ่านบางสื่อว่ายังไม่ได้รับค่าจ้าง จากการทำหน้าที่ในศึก “โตโยต้า ไทยลีก” และ “ยามาฮ่า ลีก ดิวิชั่น 1” นั้น เมื่อวันที่ 26 เมษายน พล.ต.ท.พิสัณห์ พร้อมด้วย พล.ต.ท.บริหาร เสี่ยงอารมณ์ ประธานบริหารบริษัท พรีเมียร์ลีก ไทยแลนด์ จำกัด (พีแอลที) และนายพีระพล ภูอุดม เหรัญญิกคณะกรรมการผู้ตัดสิน เปิดแถลงชี้แจง

 

พล.ต.ท.บริหาร กล่าวว่า มีอยู่ 3 ประเด็นคือ 1.เงินที่ค้างจ่ายตั้งแต่เดือนมีนาคมถึงปัจจุบัน อยู่ระหว่างการรวบรวมและปรับปรุงระบบเอกสาร หลังจากมีปัญหามาตั้งแต่ปี 2558 ประเด็นที่ 2.จำนวนเงินที่ต้องจ่ายยังไม่ชัดเจน ซึ่งพีแอลที ไม่ใช่ผู้กำหนด โดยพีแอลที จะจ่ายตามมติของคณะกรรมการผู้ตัดสิน และประเด็นที่ 3.วิธีการเบิกจ่ายต้องยืนยันด้วยเอกสารมากขึ้น หลังจากของเดิมมีปัญหาไม่มีเอกสารเบิกจ่ายชัดเจน จนทำให้ปีนี้การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) งดให้การสนับสนุน

 
นายใหญ่พีแอลที กล่าวต่อว่า พีแอลที หารือกับคณะกรรมการบริหารผู้ตัดสินว่าจะลดขั้นตอนการเบิกจ่ายให้รวดเร็วมากขึ้น ก่อนจะสรุปว่าบางส่วนจะเหมาจ่ายทั้งค่าที่พัก ค่าเดินทาง โดยอัตราการเบิกจ่าย และเหมาจ่ายรายการใดบ้างนั้น พีแอลที จะรอให้ พล.ต.อ.สมคิด บุญถนอม ประธานผู้ตัดสินลงนาม

 
ด้านนายพีระพล กล่าวว่า เงินที่ค้างจ่ายในเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ประกอบด้วย ไทยลีก 35 คู่ และ ดิวิชั่น 1 อีก 28 คู่ ตอนนี้คณะผู้ตัดสินได้เอกสารครบเพียง 23 คู่เท่านั้น ตอนนี้กำลังเร่งรวบรวมเอกสารทั้งหมดอยู่ คาดว่าไม่น่าจะเกิน 2 สัปดาห์นี้จะเรียบร้อย ก่อนส่งให้ พีแอลที จ่ายเงินเข้ากองทุนเพื่อนำไปจ่ายให้กับผู้ตัดสินต่อไป