“บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ เป็นประธานประชุมสโมสรสมาชิกไทยลีก1-2 ที่อาคารเฉลิมพระเกียรติ 72 พรรษา การกีฬาแห่งประเทศไทย เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม
ภายหลังการประชุม พล.ต.อ.ดร.สมยศ กล่าวว่า ทางสมาคมฯ ได้ทำการปิดศูนย์ฝึกฟุตบอลแห่งชาติหนองจาก เนื่องจากอาคารศูนย์ฝึกและอาคารสำนักงานสมาคมที่ได้รับมอบจากนายวรวีร์ มะกูดี นายกสมาคมฯ คนเก่า บนเนื้อที่ 15 ไร่ที่เป็นของนายวรวีร์แบ่งแยกมาจากที่ดินส่วนตัว แต่ไม่มีทางออกสู่สาธารณะ เป็นที่ตาบอด การเข้าออกต้องผ่านถนนบนที่ดีของนายวรวีร์
บิ๊กอ๊อด กล่าวต่อว่า เมื่อเดือนมกราคมที่ผ่านมา ทางสมาคมทำหนังสือถึงนายวรวีร์เพื่อจดทะเบียนทางจำเป็น หรือภาระจำยอมที่ดินส่วนที่เป็นถนนคอนกรีตให้เป็นทางเข้าออก แต่ไม่ได้รับการตอบรับ จึงต้องฟ้องคดีต่อศาลจังหวัดมีนบุรี ศาลมีคำสั่งพิพากษาให้ถนนคอนกรีตเป็นทางจำเป็น เพื่อใช้เข้าออกเมื่อวันที่ 28 กันยายน และปิดหมายศาลไปเมื่อวันที่ 7 ตุลาคม
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวอีกว่า เวลานี้มีขบวนการพยายามกดดัน ทำทุกวิถีทางให้ตนเองหลุดจากตำแหน่งนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ เพราะถ้าตนยังอยู่ คดีความต่างๆ ต้องเกิดมากมาย จึงขอเรียนสมาชิกว่า ไม่ว่าจะมีเหตุการณ์น้อยใหญ่ เกิดขึ้นกับสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ทั้งการเปลี่ยนแปลงต่างๆ ซึ่งอาจจะมีขึ้นในเร็วๆนี้ หรือผลการแข่งขันฟุตบอลรายการต่างๆ จะไม่เป็นผลกดดันให้ตนพ้นจากตำแหน่ง ขอบอกว่า ไม่ว่าด้วยเหตุใด ผลใด จะไม่ยอมลุกจากตำแหน่งนายกสมาคมฯ หรือจนกว่าสามารถสะสางปัญหาหมดสิ้น เพราะไม่มั่นใจ คนที่มาแทน จะยืนหยัดสู้
“ในวันข้างหน้า หากผมผันตัวไปทำหน้าที่สำคัญอื่นๆ ขอบอกไว้เลยว่า จะไม่ทิ้งตำแหน่งนายกสมาคมฯ ตราบใดที่สมาชิก ยังให้ความมั่นใจ จากนี้ต่อไปไม่ว่าข่าวดีข่าวร้าย จะไม่เป็นเหตุให้ผมถอดใจลุกจากตำแหน่งนี้เด็ดขาด” บิ๊กอ๊อดกล่าวย้ำ
ส่วนกรณีเรื่องของสโมสรจากประเทศบรูไน จะขอเข้ามาร่วมแข่งขันในไทยลีกนั้น พล.ต.อ.ดร.สมยศ กล่าวว่า เป็นเรื่องที่อยู่ระหว่างพูดคุยกัน แต่การจะดำเนินการต่างๆ ต้องมีขั้นตอนอีกมากมาย ต้องถามความเห็นของสโมสร ดูเรื่องผลตอบแทนที่จะได้ หากสามารถนำมาแบ่งให้สโมสรละ 10-30 ล้านบาท ก็ถือว่าน่าสนใจ ทั้งนี้ต้องผ่านความเห็นชอบทั้งสมาพันธ์ฟุตบอลแห่งเอเชีย (เอเอฟซี) รวมถึงสหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) อีกด้วย ซึ่งไม่ทันฤดูกาลหน้าแน่นอน แต่การกระทำนี้เป็นการบอกว่าลีกของไทยได้รับความสนใจ แสดงให้เห็นว่าลีกแข็งแรง


