‘ราเยวัช’ยันเล่น‘ซูซูกิ’แบบเน้นผลตามสไตล์ ‘สมยศ’ให้คำมั่นไม่แชมป์ก็ยังอยู่ต่อ-รอวัดเอเชี่ยนคัพ (มีคลิป)

23.10.18 | 13:16 น.

ความเคลื่อนไหวทัพ “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยชุดใหญ่ ที่มีโปรแกรมสำคัญในการป้องกันแชมป์ “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018” ซึ่งไทยอยู่ในกลุ่มบี ร่วมกับ อินโดนีเซีย, ฟิลิปปินส์, สิงคโปร์ และติมอร์ เลสเต โดยจะประเดิมสนามนัดแรกพบกับติมอร์ เลสเต ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 9 พฤศจิกายนนี้นั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 23 ตุลาคม นักเตะทีมชาติไทยได้ตบเท้าเข้ารายงานตัวกับ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และมิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทย ก่อนที่จะยกทีมไปเก็บตัวกันที่โรงแรมเลอ เมอริเดียน สุวรรณภูมิ โดยขาดเพียง 7 นักเตะจาก สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด และบุรีรัมย์ ยูไนเต็ด ที่จะลงเล่นเกม “ช้าง เอฟเอคัพ 2018” นัดชิงชนะเลิศ ในวันที่ 27 ตุลาคมนี้ก่อน

พล.ต.อ.ดร.สมยศ กล่าวว่า การแข่งขันซูซูกิ คัพ ถือว่าเป็นความหวังของคนไทยทุกคนที่อยากให้ทีมคว้าแชมป์ 3 สมัยติดต่อกันให้ได้ แต่ก็ต้องยอมรับว่าฟุตบอลนั้นไม่แน่ไม่นอน อะไรก็สามารถเกิดขึ้นได้ ใครพร้อมกว่า แกร่งกว่า ก็เป็นผู้ชนะ

“สิ่งหนึ่งที่บอกกับนักเตะทุกชุดคือ ไม่ว่าคู่แข่งจะเป็นใคร ก็ไม่ต้องไปกลัว แพ้ชนะอยู่ที่จิตใจของนักเตะ เชื่อว่าทุกคนนั้นเข้าใจและทำมันได้ ส่วนรางวัลนั้นเท่ากับคราวที่แล้วแน่นอน ส่วนในแต่ละเกมจะมีพิเศษอะไรไหมก็ขึ้นอยู่กับการแข่งขันในเกมนั้นๆ”

ผู้สื่อข่าวสอบถามต่อถึงผลการแข่งขันในซูซูกิ คัพ จะมีผลต่ออนาคตของ ราเยวัช หรือไม่ บิ๊กอ๊อด กล่าวว่า ข้อตกลงกับโค้ชคือการวัดผลงานในเอเชี่ยนคัพ จะต้องมีผลงานที่ดีขึ้นกว่าเมื่อก่อน เพื่อเป็นการพิสูจน์ว่าทีมไทยนั้นพัฒนาไปกว่าเดิม ส่วนในซูซูกิคัพ ตัวโค้ชรู้ดีกว่าจะต้องทำอย่างไร เพราะเป็นมืออาชีพอยู่แล้ว แต่ผลงานจะไม่ใช่ตัวตัดสินอนาคตของเขาแน่นอน

Advertisement

ด้านราเยวัช กล่าวว่า ที่ผ่านมาในเกมอุ่นเครื่องพยายามลองทดลองใช้นักเตะใหม่ๆ ซึ่งก็ได้ผลการแข่งขันที่ดี ซูซูกิ คัพ ต้องบอกว่าเป็นการแข่งขันที่กินเวลานานกว่าฟุตบอลโลกเสียอีก ดังนั้นจะต้องเตรียมทีมให้พร้อมและอยากให้ทุกคนช่วยกันให้ได้มากที่สุด แม้ว่าจะไม่มีตัวผู้เล่นจากต่างประเทศ แต่เชื่อว่าทุกคนมีความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันที่จะพาทีมคว้าแชมป์ให้ได้

“ผมเข้าใจดีว่าแฟนบอลไทยนั้นตั้งความหวังกับทัวร์นาเมนต์นี้เอาไว้มากๆ ก็ยอมรับว่าเป็นความกดดันอย่างหนึ่ง แต่ก็พยายามบอกกับนักเตะว่าให้เปลี่ยนเอาความกดดันนี้มาเป็นแรงผลักดันให้ทำผลงานให้ได้ดี แน่นอนว่าแฟนบอลหวังเห็นฟุตบอลที่เปิดเกมรุกเร้าใจ แต่สิ่งที่ต้องการคืออยากให้นักเตะเล่นได้ทั้งเกมรับและเกมรุก ถ้ามีโอกาสก็จะเปิดเกมรุกใส่คู่แข่งแน่นอน เพียงแต่ว่าสิ่งสำคัญที่สุดนั้นคือผลการแข่งขัน ที่จะต้องเก็บผลการแข่งขันที่ต้องการให้ได้” ราเยวัช กล่าว

ขณะที่โปรแกรมการแข่งขันช่วงต่อระหว่างนัดที่ 2-4 จะต้องเล่นต่อเนื่องและเดินทาง ซึ่งราเยวัช กล่าวเสริมว่า นี่เป็นปัญหาที่ทุกทีมต้องเจอเพราะว่าเป็นกฎของการแข่งขัน แต่ก็อยากมองกันไปทีละเกม เตรียมตัวกันไปทีละนัด จะมีการพักผู้เล่น สับเปลี่ยนผู้เล่นอย่างไรบ้าง เพราะยังเชื่อมั่นว่านักเตะทุกคนนั้นสามารถทดแทนกันได้ทั้งหมด

ราเยวัช กล่าวปิดท้ายว่า เรื่องของผู้รักษาประตูเองยังไม่ได้ตัดสินใจว่าใครจะเป็นมือหนึ่งทีมชาติระหว่าง ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน หรือฉัตรชัย บุตรพรม ทั้งคู่เองก็ทำผลงานได้ดีในเกมอุ่นเครื่องล่าสุด ถือว่าเป็นโชคดีที่ไทยมีผู้รักษาประตูที่ดีหลายคน ส่วนใครจะได้ลงก็เป็นหน้าที่โค้ชตัดสินใจ