ความเคลื่อนไหวทัพ “ช้างศึก” ทีมฟุตบอลทีมชาติไทยชุดใหญ่ ที่กำลังเก็บตัวกันอยู่ที่โรงแรมเลอ เมอริเดียน สุวรรณภูมิ เพื่อเตรียมความพร้อมเข้าร่วมการแข่งขัน “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018” ที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 8 พฤศจิกายน – 15 ธันวาคม นั้น
ล่าสุดเมื่อวันที่ 30 ตุลาคม นักเตะจาก “ปราสาทสายฟ้า” บุรีรัมย์ ยูไนเต็ด, “กว่างโซ้งมหาภัย” สิงห์ เชียงราย ยูไนเต็ด และ “บลูแมชชีน” บางกอกกล๊าส เอฟซี ได้เข้ามาสมทบกับทีมเป็นที่เรียบร้อย ทำให้ “โค้ชมิโล” มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอนทีมชาติไทยชาวเซอร์เบีย ได้ 27 ผู้เล่นที่เรียกเก็บตัวอยู่ซ้อมกันพร้อมหน้าเป็นครั้งแรก



“ตั๊ก” สุมัญญา ปุริสาย กองกลางวัย 31 ปี ที่อยู่ในชุดที่พลาดแชมป์หนล่าสุดเมื่อปี ค.ศ.2012 หลังจากที่ในรอบชิงชนะเลิศ นัดแรกบุกไปพ่ายสิงคโปร์ 1-3 แม้ว่านัดสองจะกลับมาเอาชนะได้ 1-0 แต่ก็ไม่เพียงพอที่จะคว้าแชมป์ไปครองได้ ซึ่งตอนนี้เจ้าตัวมีชื่อเป็น 27 คน ที่ร่วมเก็บตัวกับทีมชาติไทย เปิดเผยว่ายังจำความผิดหวังเมื่อ 6 ปีที่แล้วได้เป็นอย่างดี

สุมัญญา กล่าวว่า ตอนนี้การเก็บตัวเข้าสู่สัปดาห์ที่สองแล้ว บรรยากาศทุกอย่างดีหมด ทุกคนในทีมมีความมุ่งมั่นและมีความสุข แถมยังคุ้นเคยกันเป็นอย่างดี อีกทั้งยังรู้ว่าเป้าหมายที่สำคัญในครั้งนี้คืออะไร
กองกลางจาก ทรู แบงค็อก ยูไนเต็ด กล่าวต่อว่า เกมอุ่นเครื่องกับฮ่องกงตอนนั้นรู้สึกว่ายังทำได้ไม่ดีเท่าไหร่ อาจจะเพราะห่างหายจากทีมชาติไปนาน 5-6 ปี แต่ในเกมที่สองกับตรินิแดด และโตเบโกก็ทำได้ดีขึ้น สภาพร่างกายโอเค เพียงแค่มีบางจังหวะที่คิดว่าน่าจะทำได้ดีกว่านี้ อย่างไรก็ตามดีใจที่ทำแอสซิสต์ในเกมนั้นได้ ตอนนี้เริ่มเข้าใจแท็กติกของมิโลวาน ราเยวัช มากยิ่งขึ้น
สุมัญญา กล่าวย้อนไปถึงปี 2012 ว่า ยังจำเกมรอบชิงชนะเลิศเมื่อปีนั้นได้ เกมแรกบุกไปแพ้ก่อน 1-3 ทำให้เกมนัดที่สองต้องชนะ 2-0 แต่ทำได้เพียงประตูเดียวทั้งๆ ที่มีโอกาสหลายครั้ง หลังจบเกมจำได้ว่าทุกคนผิดหวัง เสียใจกันหมด และตัวเองก็ยังจำมาจนถึงทุกวันนี้
“แน่นอนว่า ผมอยากกลับไปแก้ตัวอีกครั้ง แต่เหนือสิ่งอื่นใด ระหว่างนี้ ผมต้องพยายามทำงานให้หนักก่อน เพื่อมีชื่อติดเป็นผู้เล่น 23 คนสุดท้ายให้ได้” นักเตะไทยที่ทำประตูในลีกได้สูงสุดประจำฤดูกาลกล่าวปิดท้าย
ทั้งนี้ มิโลวาน ราเยวัช จะทำการตัดรายชื่อผู้เล่นให้เลือก 23 ราย ก่อนเข้าสู่ทัวร์นาเมนต์ “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018” โดยไทยจะประเดิมสนามนัดแรกพบกับ ติมอร์ เลสเต ที่ราชมังคลากีฬาสถาน ในวันที่ 9 พฤศจิกายน เวลา 19.00 น.

