หน้าแรก กีฬา กีฬาในประเทศ ‘รองฯประพัน’เ...

‘รองฯประพัน’เน้นเจ้าหน้าพลศึกษาต้องสร้างสุขภาพประชาชนท้องถิ่น

12.11.18 | 17:10 น.

เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 ที่โรงแรมเมาท์เทนบีช อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี ดร.ประพัน ไพรอังกูร รองอธิบดีกรมพลศึกษา เป็นประธานพิธีเปิดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการเจ้าหน้าที่พลศึกษา (ภาคกลาง) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 โดยมี เรือโทศตวรรษ อนันตกูล รองผู้ว่าราชการจังหวัดชลบุรี ให้การต้อนรับ พร้อมด้วย ดร.วนิดา พันธ์สอาด ผู้อำนวยการสำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา ผู้บริหารกรมพลศึกษา และเจ้าหน้าที่พลศึกษาพื้นที่ภาคกลาง ร่วมประชุม

สถาบันพัฒนาบุคลากรการพลศึกษาและการกีฬา กรมพลศึกษา จัดการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการเจ้าหน้าที่พลศึกษา (ภาคกลาง) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2562 เพื่อให้เจ้าหน้าที่พลศึกษาพื้นที่ภาคกลาง ได้รับรู้ ทำความเข้าใจด้านการปฏิบัติงานตามบทบาทหน้าที่ รวมถึงแนวทาง วิธีการปฏิบัติ และการรายงานผลการดำเนินงานตามโครงการ/กิจกรรมที่กรมพลศึกษาจัดสรรงบประมาณ และร่วมกันจัดทำแผนการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่พลศึกษาจังหวัดและอำเภอ ด้วยการนำนโยบายของกรมพลศึกษาสู่การปฏิบัติ มีเจ้าหน้าที่พลศึกษาพื้นที่ภาคกลางทั้ง 25 จังหวัด 209 อำเภอ จำนวน 233 คน ร่วมประชุม โดยการประชุมในครั้งนี้ จะจัดขึ้นระหว่างวันที่ 12-14 พฤศจิกายน 2561 โรงแรมเมาท์เทนบีช อำเภอบางละมุง จังหวัดชลบุรี

นอกจากนั้น คณะผู้บริหารกรมพลศึกษา และเจ้าหน้าที่พลศึกษาภาคกลาง ยังได้ร่วมกิจกรรมจิตอาสา “เราทำความดี ด้วยหัวใจ” เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว โดยน้อมนำแนวทางจิตอาสาในสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร มาขยายผลต่อยอด สร้างจิตสำนึกสาธารณะให้กับทุกภาคส่วน พร้อมร่วมกันทำความสะอาด เก็บขยะ และกำจัดสิ่งปฏิกูลต่างๆ ณ บริเวณริมชายหาดพัทยาใต้ เพื่อส่งเสริมภาพลักษณ์ด้านการท่องเที่ยวให้กับจังหวัดชลบุรี
ดร.ประพัน ไพรอังกูร รองอธิบดีกรมพลศึกษา กล่าวว่า “เจ้าหน้าที่พลศึกษาทั้ง 233 คน จาก209 อำเภอใน 25 จังหวัดภาคกลางทุกคน จะต้องรับรู้บทบาทและหน้าที่ของตน โดยจะต้องบูรณาการงานของตนเอง ร่วมกับท้องถิ่นในการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อส่งเสริม สนับสนุนให้ประชาชนในพื้นที่ที่รับผิดชอบได้ประกอบกิจกรรมการออกกำลังกาย และกิจกรรมนันทนาการอย่างสม่ำเสมอ โดยนอกจากจะเสริมสร้างการออกกำลังกายแล้ว เจ้าหน้าที่พลศึกษาจะต้องร่วมพัฒนาสุขภาพประชาชน ให้สมบูรณ์และแข็งแรง และที่สำคัญ เจ้าหน้าที่พลศึกษาจะต้องต้องความช่วยเหลือและสนับสนุนการทำงานของอาสาสมัครกีฬาของกรมพลศึกษาด้วย”