หน้าแรก กีฬา กีฬาในประเทศ ‘ราเยวัช’ลั่น...

‘ราเยวัช’ลั่น ‘ช้างศึก’พร้อมขยี้ ‘อิเหนา’ – ไม่หวั่นขาด ‘มานูเอล’-ส่ง ‘อดิศักดิ์’ล่าตาข่าย

16.11.18 | 19:09 น.

ความเคลื่อนไหวทัพนักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย ซึ่งมีโปรแกรมทำศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018” รอบแรก กลุ่มบี นัดที่สอง เปิดสนามราชมังคลากีฬาสถาน พบ อินโดนีเซีย วันที่ 17 พฤศจิกายน เวลา 18.30 น. ช่อง 7 เอชดี ถ่ายทอดสด โดยผลงานนัดแรก ทีมชาติไทย ดีกรีแชมป์เก่า 5 สมัย ถล่มชนะ ติมอร์ เลสเต 7-0 ขณะที่ อินโดนีเซีย ลงแข่งแล้ว 2 นัด บุกแพ้ สิงคโปร์ 0-1 และเปิดบ้านชนะ ติมอร์ เลสเต 3-1 นั้น

ล่าสุดเมื่อวันที่ 16 พฤศจิกายน “โค้ชมิโล่” มิโลวาน ราเยวัช กุนซือทีมชาติไทยชาวเซิร์บได้นำลูกทีมลงฝึกซ้อมที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก เพื่อทบทวนแทกติคครั้งสุดท้าย ซึ่งแม้จะเหลือผู้เล่นเพียง 22 คน จากการที่ มานูเอล ทอม เบียร์ กองหลังลูกครึ่งไทย-เยอรมนีถอนตัวไป เพราะบาดเจ็บต้นขา แต่ก็ได้ มิก้า ชูนวลศรี ฟิตกลับมาลงฝึกซ้อมได้ตามปกติ

จากนั้นได้มีการแถลงข่าวความพร้อมก่อนเกมการแข่งขัน ที่ห้องประชุม 127 สนามราชมังคลากีฬาสถาน โดยมี มิโลวาน ราเยวัช และฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ มิดฟิลด์ทีมชาติไทย รวมทั้ง บีม่า ซัคตี้ กุนซือทีมอินโดนีเซีย และอิวาน ดิมาสนักเตะอินโดนีเซีย ร่วมแถลงความพร้อม

ราเยวัช กล่าวว่า ทีมมีเวลาเก็บตัวซ้อมนาน 8 วัน ซึ่งการฝึกซ้อมเป็นไปตามแผน ทีมมีความพร้อมสำหรับเกมกับอินโดนีเซีย ซึ่งได้มีการศึกษาการเล่นของแข้งอิเหนามา แต่ทีมไทยจะเล่นตามสไตล์ และหวังว่าจะเก็บชัยชนะได้ ส่วนการขาดหายไปของ มานูเอล ทอม เบียร์ห นั้น มีความเชื่อมั่นในตัวลูกทีมทุกคนพร้อมทดแทนได้ จุดนี้ไม่เป็นปัญหากระทบต่อทีม

“เราจะต้องเตรียมพร้อมรับมือกับปัญหาทุกสถานการณ์ ซึ่งส่วนตัวผมเชื่อมั่นในตัวลูกทีมทุกคน ซึ่งเราจะเลือกตัวที่มีประสิทธิภาพลงไปช่วยทีม ตรงนี้ไม่มีปัญหาอะไร โดยจะขอโฟกัสไปทีละแมตช์ และหวังจะเก็บชัยชนะก่อนมองไปถึงเกมต่อไปกับฟิลิปปินส์” กุนซือช้างศึกกล่าว

Advertisement

ขณะที่ บีม่า ซัคตี้ กล่าวว่า อินโดนีเซียมีความมั่นใจมากขึ้นหลังคว้าชัยนัดแรก ซึ่งแมตช์นี้ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากต้องชนะไทยให้ได้ เพื่อลุ้นเข้ารอบต่อไป โดยทีมไทยมีความแข็งแกร่งมาก และได้สั่งลูกทีมให้จับตาย อดิศักดิ์ ไกรษร กองหน้าไทยที่มีความอันตราย และหวังว่านักเตะอินโดนีเซียจะทำผลงานได้ดี

สำหรับผู้เล่น 11 ตัวจริงทีมไทยที่คาดว่าจะลงสนามในระบบ 4-3-3 ประกอบด้วย ผู้รักษาประตู ศิวรักษ์ เทศสูงเนิน, กองหลัง เฉลิมพงษ์ เกิดแก้ว (กัปตันทีม), พรรษา เหมวิบูลย์, แบ๊กขวา ฟิลิป โรลเลอร์, แบ๊กซ้าย กรกช วิริยอุดมศิริ, กองกลาง ธนบูรณ์ เกษารัตน์, ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์, สรรวัชญ์ เดชมิตร, ริมเส้นขวา-ซ้าย มงคล ทศไกร, นูรูล ศรียานเก็ม โดยมี “กอล์ฟ” อดิศักดิ์ ไกรษร ที่นัดแรกทะลวงตาข่าย 6 ลูก เป็นกองหน้าตัวเป้า
ขณะที่ผู้เล่น 11 ตัวจริงทีมอินโดนีเซีย คาดว่าจะนำโดย สเตฟาโน ลิลิปาลี กองหน้าวัย 28 ปี ที่กลับมาออกสตาร์ทตัวจริง เช่นเดียวกับ เบโต กอนซัลเวส กองหน้าจอมเก๋า วัย 37 ปีโดยมีตัวริมเส้น เฟบริ ฮาร์ยาดี กับ อันดิก เวอร์มันซาห์

ทั้งนี้ สถิติการพบกันที่ฟีฟ่าบันทึกเคยเจอกัน 66 ครั้ง ปรากฏว่า ไทย ชนะ 31, เสมอ 18 และอินโดนีเซีย ชนะ 17 ครั้ง โดยศึกชิงแชมป์อาเซียน เมื่อ 2 ปีก่อน เจอกัน 3 ครั้ง ประกอบด้วย รอบแรก ไทย ชนะ 4-2, รอบชิงชนะเลิศ นัดแรก อินโดนีเซีย เล่นในบ้านชนะ 2-1 ก่อนไทยเอาคืนที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน ชนะ 2-0 คว้าแชมป์ไปครองได้สำเร็จ