คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล นายกสมาคมกีฬาแบดมินตันแห่งประเทศไทยฯ เปิดเผยถึงความสำเร็จในวงการแบดมินตันไทยว่า เป็นครั้งแรกในรอบ 5 ปีที่นักตบลูกขนไก่ไทยสามารถคว้าสิทธิ ติด 1 ใน 8 ของ อันดับที่ดีที่สุดในแต่ละประเภทไปแข่งขันกีฬาแบดมินตันรายการใหญ่ส่งท้ายปี “เอชเอสบีซี เวิลด์ ซุปเปอร์ซีรีส์ ไฟนัล 2018″ ระหว่างวันที่ 12-18 ธันวาคม ที่นครกว่างโจว ประเทศจีน ได้ถึง 4 ประเภท หลังจากกรำศึกหนักมาตลอดทั้งปี ซึ่งถือเป็นเรื่องดีมาก ก่อนที่จะต้องลงแข่งขันเก็บคะแนนสะสม คัดเลือกไปแข่งขันรอบสุดท้ายมหกรรมกีฬาโอลิมปิกเกมส์ โตเกียว 2020 ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจะเริ่มนับคะแนน ในปี 2019

“นี่เป็นครั้งแรกนับตั้งแต่ปี 2013 ที่นักกีฬาแบดมินตันไทย สามารถคว้าสิทธิไปแข่งขันได้ถึง 4 ประเภท ซึ่งเป็นการแสดงให้เห็นถึงอะไรหลายอย่างในทิศทางที่ดีขึ้น เช่น ระบบการฝึกซ้อม การเตรียมร่างกาย ตลอดจนมาตรฐานการเล่นของนักแบดไทย รวมไปถึงระบบการแข่งขันใหม่ของสหพันธ์กีฬาแบดมินตันโลก ที่ทำให้นักกีฬาไทยมีโอกาสทำผลงานสู้กับชาติมหาอำนาจในวงการกีฬาแบดมินตันอย่าง จีน ญี่ปุ่น และอินโดนีเซีย ได้มากขึ้น โดยทำให้ค่าเฉลี่ยของโอกาสในการคว้าแชมป์ของนักกีฬาแต่ละชาติสูงขึ้น และสามารถลดคำครหาในเรื่องการล็อกผลการแข่งขันได้ดีขึ้น ซึ่งสอดคล้องกับนโยบายของสมาคมฯ ที่ทำงานอย่างหนัก เพื่อความโปร่งใส ในวงการกีฬาแบดมินตันไทย” คุณหญิงปัทมากล่าว

นายกสมาคมตบลูกขนไก่ไทย กล่าวอีกว่า นักตบลูกขนไก่ไทย 4 ประเภท ที่จะได้สิทธิเข้าร่วมการแข่งขันรายการดังกล่าว ประกอบด้วย หญิงเดี่ยว “เมย์” รัชนก อินทนนท์, ชายเดี่ยว “กัน” กันตภณ หวังเจริญ, หญิงคู่ “กิ๊ฟ” จงกลพรรณ กิติธารากุล-“วิว” รวินดา ประจงใจ และ คู่ผสม “บาส” เดชาพล พัววรานุเคราะห์-“ปอป้อ” ทรัพย์สิรี แต้รัตนชัย โดยในส่วนของเมย์ นี่เป็นครั้งที่ 6 ในรอบ 7 ปีที่เมย์ได้สิทธิไปแข่งขันในรายการนี้ ซึ่งถือว่าเป็นนักกีฬาแบดมินตันไทยที่รักษามาตรฐานการเล่นได้ดีตลอดมา ส่วนบาส-ปอป้อ ถือว่ายอดเยี่ยมเช่นเดียวกัน หลังจากปอป้อพักฟื้นร่างกายจนกลับมาทำผลงานได้ดี ส่วนนักกีฬาที่พัฒนาได้ดีในช่วงหลัง คือหญิงคู่ กิ๊ฟ-วิว และ ชายเดี่ยว กันตภณ ที่พัฒนาการเล่นจนสามารถยกระดับตัวเองเป็นมือระดับโลก และถือเป็นอีกหนึ่งความหวังของทีมชาติไทยในการลุ้นเหรียญรางวัลโอลิมปิกเกมส์ต่อไป

