นิคลาส เบนท์เนอร์ ศูนย์หน้าชื่อดังชาวเดนมาร์ก อดีตกองหน้าอาร์เซน่อล ตัดสนิใจไม่ยื่นอุทธรณ์ กรณีได้รับโทษนอนคุก 50 วัน คดีทำร้ายร่างกายคนขับแท็กซี่จนกรามหัก เนื่องจากปฏิเสธการจ่ายค่าโดยสาร จนมีการวิวาทเกิดขึ้น ขณะที่คู่กรณีก็โดนปรับเงินจากการที่ใช้มือถือขณะขับรถ และไม่คาดเข็มขัดนิรภัยด้วย
สำหรับคดีดังกล่าว เริ่มต้นมาจากการที่ อดีตกองหน้าอาร์เซน่อล ที่ปัจจุบันค้าแข้งอยู่กับโรเซนบอร์ก ในประเทศนอร์เวย์ ออกท่องเที่ยวยามราตรีกับแฟนสาวที่ไนท์คลับ ก่อนใช้บริการแท็กซี่ในการเดินทางกลับ แต่ทว่าเจ้าตัวปฏิเสธจ่ายค่ารถจำนวน 4.8 ปอนด์ (ประมาณ 200 กว่าบาท) จนส่งผลให้มีปากเสียงและทะเลาะวิวาทกันอย่างรุนแรง โดยอดีตกองหน้าปืนใหญ่ทำการชกและเตะต่อยคนขับแท็กซี่ จนกรามหัก เมื่อเดือนกันยายนที่ผ่านมา
ในช่วงนั้นหลังเกิดเหตุกาณ์ดังกล่าวไม่นาน เบนท์เนอร์ได้ออกมาขอโทษกับสิ่งเกิดขึ้น โดยกล่าวว่า ต้องขอโทษทุกคนด้วยใจจริงที่ทำให้เกิดเหตุการณ์นี้ โรเซนบอร์กเป็นมากกว่าสโมสร เป็นเหมือนบ้าน เหมือนครอบครัว ซึ่งตนจะปรับปรุงตัวให้ดีขึ้น และจะทำผลงานให้ดี เพื่อสร้างความภาคภูมิใจให้กับแฟนบอลและสโมสร
แต่การกระทำนั้นมีภาพวิดีโอเป็นหลักฐาน และทำให้ดาวยิงแดนโคนม ต้องก้มหน้ายอมรับผิดอย่างเลี่ยงไม่ได้ แต่ไม่วายอ้างว่าถูกคู่กรณีขู่ พร้อมขว้างขวดใส่เขาและแฟนสาว โดยเจ้าตัวโดนตำรวจจับกุมและถูกผู้พิพากษาตัดสินบทลงโทษให้จำคุกเป็นเวลา 50 วัน

“แน่นอนว่าเขาไม่เห็นด้วยกับคำตัดสินของศาล แต่ตัดสินใจที่จะจบเรื่องราวนี้ เพื่อตั้งสมาธิและมุ่งมั่นในการทำเพื่อสโมสรและครอบครัวของเขา” อันเดอร์ส เนเม็ธ ทนายความของเบนท์เนอร์ ระบุ
อย่างไรก็ตามจากการ เบนท์เนอร์ ตัดสินใจไม่อุทธรณ์คดีดังกล่าว จึงส่งผลให้เขาจะต้องรับโทษจำคุกดังกล่าว พร้อมถูกปรับเงินเป็นจำนวน 180 ปอนด์ (7,600 บาท) และจ่ายค่าทำขวัญให้กับคู่กรณีอีก 1,000 ปอนด์ (42,000 บาท) ขณะเดียวกันพนักงานขับแท็กซี่ ก็ถูกปรับเงิน 350 ปอนด์ (15,000 บาท) โทษฐานใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถ และไม่คาดเข็มขัดนิรภัย

