ทัพนักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย แชมป์เก่า 5 สมัย มีโปรแกรมป้องกันแชมป์ศึกฟุตบอลชิงแชมป์อาเซียน “เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ 2018” โดยทีมไทยลงเตะรอบรองชนะเลิศ นัดแรก บุกเสมอ “เสือเหลือง” มาเลเซีย 0-0 ที่สนามกีฬาแห่งชาติบูกิต จาลิล กรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อวันที่ 1 ธันวาคมที่ผ่านมา ซึ่งนัดสองจะกลับมาแข่งขันกันที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน หัวหมาก วันที่ 5 ธันวาคม เวลา 19.00 น.
“บาส” ปกรณ์ เปรมภักดิ์ ปีกขวาทีมชาติไทยวัย 25 ปี แสดงความรู้สึกดีใจหลังมีส่วนร่วมกับเกมมากขึ้น ในนัดที่บุกเสมอ ทีมชาติมาเลเซีย 0-0 ในศึกชิงแชมป์อาเซียน 2018 รอบรองชนะเลิศ นัดแรก ที่สนามกีฬาแห่งชาติ บูกิต จาลิล เมื่อวานที่ผ่านมา แต่ในแง่ฟอร์มการเล่นส่วนตัว ยังไม่พอใจเท่าไหร่นัก
แนวรุกวัย 25 ปี ถูกเปลี่ยนลงสนามช่วงครึ่งชั่วโมงสุดท้าย แทนที่ นูรูล ศรียานเก็ม ก่อนที่ผลสกอร์จะจบด้วยการเสมอกันไป 0-0 ท่ามกลางบรรยากาศอันดุดันของแฟนบอลเจ้าถิ่น กว่า 87,000 คน
ปกรณ์ กล่าวว่า ถือเป็นเกมที่ยากเกมหนึ่งครับ ที่ต้องมาเล่นท่ามกลางแฟนบอลที่เยอะขนาดนี้ อีกทั้งสภาพสนาม ก็เล่นค่อนข้างยากด้วย แต่โดยรวม ทุกคนก็ทำหน้าที่ได้ดี และพยายามช่วยกันเล่น ดังนั้น ผลเสมอ 0-0 ก็ยังโอเคสำหรับเรา
“ดีใจครับ ที่มีส่วนร่วมกับเกมมากขึ้น ตอนที่ถูกเปลี่ยนลงไป โค้ช (มิโลวาน ราเยวัช) ก็พยายามบอกว่า ให้ทำหน้าที่ให้ดีที่สุด เชื่อมั่นในตัวเอง และพยายามสร้างความแตกต่างให้ได้ ก็ต้องขอบคุณโค้ชครับที่ยังให้โอกาส เพราะทุกวินาทีของผมกับ ทีมชาติไทย มันมีค่าและมีความหมายมากๆ” ปกรณ์กล่าว
นอกจากนี้ ปีกขวาจากการท่าเรือ เอฟซี ยังกล่าวต่อว่า ส่วนตัวก็ไม่ค่อยพอใจฟอร์มการเล่นเท่าไหร่ ด้วยความที่ห่างหายจากเกมไปนาน ก็รู้สึกว่า ยังเล่นได้ไม่ดีนัก และหลายๆ จังหวะก็คิดว่า ควรทำได้ดีกว่านี้ ดังนั้นจะเก็บจุดบกพร่องเหล่านี้ กลับไปพัฒนาตัวเองครับ และถ้าได้รับโอกาสอีกก็จะพยายามช่วยทีมให้ได้มากกว่านี้
“ที่ผ่านมา ถามว่าท้อมั้ย ผมไม่เคยท้อครับ กลับกันผมเข้าใจโค้ชมากกว่า ที่ต้องเลือกผู้เล่นที่ดีที่สุด และ เหมาะสมที่สุดในแต่ละเกม ลงสนามอยู่แล้ว ในขณะที่หน้าที่ของผม ก็แค่พยายามฝึกซ้อมให้เต็มที่ และ พยายามคิดบวกว่า สักวันหนึ่งถ้าเราทำได้ดี โอกาสก็น่าจะเข้ามาเอง ที่สำคัญ แค่ผมมีส่วนร่วมกับทีม ก็ถือว่าโอเคแล้วครับ”
“การกลับมาเล่นในบ้าน พวกเราก็จะทำให้เต็มที่เหมือนเดิมครับ เรารู้ว่าไม่ใช่เกมที่ง่าย แต่เราทุกคน ยังเชื่อมั่นซึ่งกันและกัน ว่าจะผ่านเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศได้ ก็หวังว่า แฟนบอลทุกคน จะเชื่อมั่นแบบนั้นด้วย และเข้ามาสนับสนุนเรากันเยอะๆ ครับ” เจ้าของสถิติแอสซิสต์ สูงสุด ในโตโยต้า ไทยลีก เมื่อปีล่าสุด กล่าวปิดท้าย
ทั้งนี้ มิโลวาน ราเยวัช หัวหน้าผู้ฝึกสอน วางแผนนำลูกทีมลงฝึกซ้อมในช่วงเช้า ของวันที่ 3 ธันวาคมนี้ ทันที เวลา 07.50 น. จากนั้นในช่วงเย็น จะมีการประชุมทีม เพื่อมองหาจุดบกพร่องที่ต้องแก้ไขต่อไป
ทีมชาติไทย จะกลับมาเล่นในบ้านพบกับ ทีมชาติมาเลเซีย ในศึกชิงแชมป์อาเซียน 2018 รอบรองชนะเลิศ นัดที่สอง วันที่ 5 ธันวาคม 2561 ที่สนามราชมังคลากีฬาสถาน เวลา 19.00 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 HD และ Bugaboo TV


