เผยช่องข้อบังคับสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ มีช่องให้ปลด “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง ออกจากเก้าอี้นายกลูกหนังไทยตามกระแสเรียกร้องของแฟนบอล หากบรรดาสมาชิก 3 ใน 4 พร้อมใจกันลงชื่อถอดถอน แต่ถึงตอนนี้ยังไม่มีคลื่นใต้น้ำ
ความเคลื่อนไหวทัพนักเตะ “ช้างศึก” ทีมชาติไทย หลังจากประเดิมสนามศึกฟุตบอลเอเชี่ยนคัพ 2019 กลุ่มเอ นัดที่สอง ด้วยความพ่ายแพ้ต่อ อินเดีย 1-4 ทำให้สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ ประกาศปลด “โค้ชมิโล” มิโลวาน ราเยวัช กุนซือชาวเซอร์เบียออกจากตำแหน่ง พร้อมแต่งตั้ง “โค้ชโต่ย” ศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย ทำหน้าที่กุนซือขัดตาทัพ เตรียมลงเตะนัดที่ 2 พบ บาห์เรน ที่นัดแรกยันเสมอ “เจ้าภาพ” สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) 1-1โดยจะเตะกันที่อัล มัคตูม สเตเดียม นครดูไบ วันที่ 10 มกราคม ตามเวลาไทย 18.00 น. ถ่ายทอดสดทางช่อง 7 HD และ FOX Sports HD
แต่อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ทีมชาติไทย ออกสตาร์ทพ่ายแพ้ยับเยินให้กับ อินเดีย 1-4 ทำให้แฟนบอลเกิดความไม่พอใจ ขณะเดียวกันก็มีกระแสเรียร้องให้ “บิ๊กอ๊อด” พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ แสดงสปิริตลาออกจากตำแหน่ง แต่เจ้าตัวยังไม่ได้ให้สัมภาษณ์อะไรเกี่ยวกับกรณีนี้
ล่าสุดได้มีการเผยแพร่กฎระเบียบของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ซึ่งเผยถึงข้อบังคับที่จะทำให้ถอดถอนนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ออกจากตำแหน่งได้ โดยจากข้อบังคับลักษณะการปกครองของสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ แก้ไขเพิ่มเติม ครั้งที่ 2 (พ.ศ.2560) ในข้อที่ 39 ได้ระบุว่า นายกสมาคมฯ จะพ้นตำแหน่งก็ต่อเมื่อครบวาระ 4 ปี โดยจะครบในช่วงต้นปีหน้า หรือ เสียชีวิต, ลาออก, ขาดการประชุมสภากรรมการเกินกว่า 4 ครั้งติดต่อกัน
อีกกรณีที่ นายกสมาคมฯ จะพ้นตำแหน่งคือ ที่ประชุมใหญ่ที่ประกอบด้วยสมาชิก, สโมสรสมาชิก มีมติให้พ้นจากตำแหน่งด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนสมาชิกที่มีสิทธิออกเสียงในที่ประชุม และหากนายกสมาคมฯ พ้นตำแหน่งก่อนครบวาระ ผู้ที่จะทำหน้าที่แทนก็คืออุปนายกสมาคมฯ ที่อยู่ในคณะกรรมการบริหารชุดนี้ จนกว่าจะมีการเลือกตั้งครั้งต่อไป
อย่างไรก็ตามเชื่อว่า กรณีที่ประชุมใหญ่จะรวมตัวมีมติขับพ้นจากตำแหน่งน่าจะเป็นไปได้ยาก เนื่องจากตอนเลือกตั้ง พล.ต.อ.สมยศ ก็ได้คะแนนเสียงมาอย่างท่วมท้น และถึงตอนนี้ก็ยังไม่มีกระแสเคลื่อนไหวของบรรดาสมาชิกแต่อย่างใด แม้จะมีกลุ่มสโมสรสมาชิกที่อยู่คนละขั้วอยู่บ้างก็ตาม
สำหรับ ทีมชาติไทย ปัจจุบัน อยู่อันดับ 118 ของโลก ขณะที่ บาห์เรน รั้งอันดับ 113 ของโลก สถิติการพบกับตามที่สหพันธ์ฟุตบอลนานาชาติ (ฟีฟ่า) บันทึกเอาไว้ ทั้ง 2 ทีมเจอกันมาแล้วทั้งหมด 7 ครั้ง ปรากฏว่า ทีมไทยชนะ 1 นัด เสมอ 4 นัด และแพ้ 2 นัด นอกจากนี้มีรายงานข่าวด้วยว่า สมาคมกีฬาฟุตบอลฯ ได้หาผู้สนับสนุนเพื่อมอบเงินอัดฉีดให้กับนักเตะด้วย ซึ่งมีการแจ้งกันเป็นการภายในว่า หากชนะจะให้ 5 ล้านบาท หรือหากชนะผลต่างมากกว่า 1 ลูก จะบวกให้อีก 5 ล้านบาท, ถ้าเสมอ 3 ล้านบาท และถ้าแพ้แบบประทับใจจะให้ 1 ล้านบาท

ติดตามข่าวเด็ดกีฬาดัง ทาง Line@ มติชนกีฬา (@matisport) คลิกเลย
![]()

