‘ปฏิพงษ์’ นักแม่นปืนสุพรรณฯ ลั่นไกสะเด่ากวาดทองกีฬานักเรียนนักศึกษา

27.01.19 | 19:26 น.

ความเคลื่อนไหวการเเข่งขันกีฬานักเรียน นักศึกษาเเห่งชาติ ครั้งที่ 40 ที่จังหวัดนครสวรรค์ “นครสวรรค์ศึกษาเกมส์” วันที่ 27 มกราคม มีชิงชัยทั้งหมด 45 เหรียญทอง จาก 10 ชนิดกีฬา โดยวันนี้เป็นการเเข่งขันวันที่ 6 ไฮไลต์อยู่ ยิงปืน ประเภทปืนยาวอัดลม ชาย เเข่งขันที่ สนามยิงปืนศูนย์ฝึกตำรวจภูธรภาค 6 จังหวัดนครสวรรค์ เป็นการชิงเหรียญทองระหว่าง 2 นักกีฬาเยาวชนทีมชาติ อย่าง เตวิช ตู้ทวีทรัพย์ เด็กหนุ่มจากจังหวัดเชียงใหม่ (เขต 5) ดีกรีนักกีฬาดีเด่น บุคคลชาย รุ่นเยาวชน ปีที่ผ่านมา กับ ปฏิพงษ์ นาคเอี่ยม หรือ “กร” นักเเม่นปืนจากจังหวัดสุพรรณฯ (เขต 7) ดีกรีเยาวชนทีมชาติเช่นกัน โดยทั้งคู่ทำเเต้มสูสีกันตั้งเเต่การยิงชุดเเรก จากการยิงเข้าเป้าทั้งหมด 6 ชุด เเละเป็น เจ้ากร ที่ยิงเข้าเป้ามากกว่า คว้าเหรียญทองไปครองด้วยเเต้มรวม 612.1 เเต้ม, ส่วนเตวิช ได้เหรียญเงิน เก็บเเต้มไปได้ 605.2 เเต้ม, เเละเหรียญทองเเดงเป็นของ ลภัส ตากากูล นักเเม่นเป้าจากเชียงใหม่ (เขต 5) เเต้มรวม 600.1 เเต้ม

นอกจากนี้ “เจ้ากร” ยังพาทีมนักเเม่นปืนจากจังหวัดสุพรรณฯ (เขต 7) คว้าเหรียญทองในประเภททีมชุด ที่ประกอบด้วย ปฏิพงศ์ นาคเอี่ยม (กร) อายุ 18 ปี, สุเมธ หนูอ้น (ปอน) อายุ 17 ปี, เเละ วรโชติ โทบุรินทร์ (เจมส์) อายุ 18 ปี ทำเเต้มสะสมรวมไปได้ 1,801.8 เเต้ม ส่วนที่สองเหรียญเงิน เป็นทีมจากกรุงเทพฯ (เขต 10) ทำได้ 1,759.5 เเต้ม เเละที่สาม เหรียญทองเเดง เชียงใหม่ (เขต 5) ทำได้ 1,743.9 เเต้ม

หลังการเเข่งขัน เจ้ากร นักเรียนโรงเรียนกีฬาจังหวัดสุพรรณฯ กล่าวว่า “การเเข่งขันในวันนี้ตั้งเป้าหมายว่าจะคว้าเหรียญทองมาให้ได้ เพราะเป็นปีสุดท้ายที่จะได้เเข่งขันในรายการนี้เเล้ว เเละหวังพาทีมจังหวัดสุพรรณบุรีคว้าเหรียญทองให้สำเร็จ จากประเภททีม ซึ่งมีความมั่นใจว่าทีมจะสามารถคว้าเหรียญทองมาได้”

ด้าน โค้ชรส “เทพรัตน์ เเสงภู่วงษ์” โค้ชนักกีฬายิงปืนของจังหวัดสุพรรณฯ ระบุว่า “พอใจกับผลการเเข่งขันในวันนี้มาก เพราะว่าทีมของเรามีนักกีฬามือใหม่อย่างน้องปอน ที่เพิ่งมาเเข่งขันรายการระดับประเทศอย่างนี้เป็นครั้งเเรก ซึ่งก็รู้สึกภูมิใจในตัวลูกศิษย์ทุกคน ส่วนโปรเเกรมเเข่งขันครั้งต่อไป จะพานักกีฬาชุดนี้ไปเเข่งขันต่อในกีฬาเยาวชนเเห่งชาติที่จังหวัดบุรีรัมย์ โดยเชื่อว่าลูกศิษย์ มีศักยภาพพอที่จะเเข่งขันกับนักเเม่นปืนทีมชาติของจังหวัดอื่นๆ”

ปืนยาวอัดลมหญิง ประเภทบุคคล เหรียญทองเป็นของ ธารารัตน์ มรกต (เขต 2 จันทบุรี) ทำได้ 615.8 เเต้ม, เหรียญเงิน ภัทรานิษฐ์ สืบปรุ (เขต 10 กรุงเทพฯ) ทำได้ 611.7 เเต้ม, เเละเหรียญทองเเดง ศลิษา เชื้อโพล้ง (เขต 7 สุพรรณฯ) ทำได้ 611.6 เเต้ม, ประเภททีม (เขต 10 กรุงเทพฯ) คว้าทอง ทำเเต้มรวม 1,828.6, เหรียญเงิน (เขต 7 สุพรรณฯ) เเต้มรวม 1,817.6 เเต้ม, เหรียญทองเเดง (เขต 5 เชียงใหม่) เเต้มรวม 1,794.2 เเต้ม

Advertisement

เทเบิลเทนนิส ชิงเหรียญทองเป็นวันเเรก 2 เหรียญทอง ที่โรงยิม 600 ที่นั่ง สนามกีฬาจังหวัดนครสวรรค์ เป็นการรีเเมตคู่ชิงกีฬาเยาวชนเเห่งชาติปีที่ผ่านมา โดยเเชมป์เก่ารายการนี้อย่าง กรุงเทพฯ (เขต 10) นำโดย วีรภัทร พุฒิคุณเกษม (ภูมิ), ศุภกร ปานเขาย้อย (บอม), เเละธนนันท์ ตัณฑกูล (อ๋อง) 3 นักตบลูกเด้งเยาวชนทีมชาติไทย เเละเจ้าของเหรียญทองกีฬาเยาวชน ตบเอาชนะทีมจาก สุพรรณฯ (เขต 7) คู่ปรับเก่าที่มี วทันย์ วัฒนารักษ์, นาวิน เฒฆอัมพร เเละพันธ์กานต์ ภูวดิน ลงเเข่งขัน เเละก็เป็นทีมจากกรุงเทพฯ ที่สามารถย้ำชัยชนะเหนือทีมจากจังหวัดสุพรรณฯ ได้อีกครั้ง คว้าเหรียญทองไปครอง ด้วยสกอร์ 0-3 เกม (8-11,8-11,9-11), (6-11,10-12,11-9,10-12), (3-11,9-11,12-14)

ด้านนักตบลูกเด้งทีมหญิง รอบชิงระหว่าง นนทบุรี (เขต 1) กับ กรุงเทพฯ (เขต 10) ต้องเเข่งขันกันถึง 5 เกม เเละก็เป็นทีมจากกรุงเทพฯ ที่มีนักกีฬาอย่าง นันท์ภัส โกละ, ฐาปนี พรมมา, ปัณฑิตา ภิญโญไพศาล เอาชนะไปได้ ด้วยสกอร์ 2-3 เกม (3-11,5-11,11-4,11-5,11-5), (6-11,8-11,8-11), (8-11,11-2,11-8,11-8), (5-11,7-11,5-11), (6-11,6-11,11-13)

ส่วนการเเข่งขันเซปักตะกร้อ ชิง 1 เหรียญทอง ที่โรงยิมอเนกประสงค์สี่เเคว โรงเรียนกีฬาจังหวัดนครสวรรค์ ประเภทตะกร้อลอดห่วงสากล ทีมจากจังหวัดเเม่ฮ่องสอน (เขต 5) ประกอบด้วย ณัฐวรรษ นันท์พิริยะกุล, ทัพพล อุปพันธ์พงศ์กุล, นันทวัน มั่นคง, นันทิพัฒน์ คีรีรัตน์ชัย, ภาคภูมิ รักสงบ, สมพล รักชาติ คว้าเหรียญทองไปครอง หลังชนะทีมจาก กรุงเทพฯ (เขต 10) ที่มี ประวิทย์ อวยสวัสดิ์, พันกร พันธ์คำ, วสัน ศรีสวัสดิ์, ศรัณย์ วงค์เจริญ, สหัสวรรษ จินดาวงศ์, โอฬาร สีทับทิม ด้วยคะเเนน 660-640 คะเเนน หลังการเเข่งขัน ดร.ปัญญา หาญลำยวง อธิบดีกรมพลศึกษา พร้อมด้วยคณะผู้บริหาร ให้เกียรติมอบเหรียญรางวัลเเก่นักกีฬาที่สนามดังกล่าวด้วย

สรุปเหรียญรางวัล (ทอง-เงิน-ทองเเดง) สิ้นสุดช่วงบ่ายวันที่ 27 มกราคม 2562 ที่ 1. เขต 10 (58-39-24) ที่.2 เขต 7 (27-26-34) ที่ 3. เขต 8 (26-22-25)