เมาริซิโอ ซาร์รี่ ผู้จัดการทีมเชลซี เปิดเผยว่าได้ปิดห้องแต่งตัวเพื่อคุยกับนักเตะนานกว่าหนึ่งชั่วโมง เพื่อไขข้อข้องใจถึงฟอร์มอันย่ำแย่ หลังจบเกมที่สิงห์บลูบุกไปพ่ายบอร์นมัธแบบยับเยิน 0-4 ในศึกพรีเมียร์ลีก อังกฤษ เมื่อคืนวันที่ 30 มกราคม
กุนซือสิงโตน้ำเงินคราม กล่าวว่า ไม่เข้าใจจริงๆ ว่าทำไมฟอร์มการเล่นของเชลซีระหว่างครึ่งแรกและครึ่งหลังถึงแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ครึ่งแรกทุกคนเล่นได้ดีมากๆ แต่กลับเสียประตูอย่างรวดเร็วหลังเริ่มครึ่งหลังมาได้เพียง 2 นาที ที่จริงเรามีเวลาเหลืออีกมากมายสำหรับการแก้ตัว แต่หลังจากนั้นก็ความดุดันในการเล่นฟุตบอลก็หายไปดื้อๆ นักเตะไม่สามารถเล่นร่วมกับเป็นทีมได้อีก ทุกคนต่างเล่นแบบตัวใครตัวมัน และแทบไม่สนใจที่จะเล่นเกมรับกันเลย
“ผมต้องการความกระจ่างจึงได้ปิดห้องพูดคุยกับนักเตะทันทีหลังจบเกม แต่สำหรับพวกเขาแล้วต้นตอของปัญหาก็เป็นเรื่องที่เข้าใจยากจริงๆ บางทีพรุ่งนี้เราคงต้องพยายามพูดคุยกันใหม่อีกครั้ง สิ่งที่เราทำให้กับแฟนบอลได้ในตอนนี้มีเพียงแค่คำขอโทษเท่านั้น อันที่จริงทีมก็มีสิทธิแพ้ได้ แต่ต้องไม่ใช่แนวทางการเล่นแบบนี้ ผมต้องการเข้าใจถึงสาเหตุเพื่อที่จะแก้ไขปัญหานี้ให้ได้” ซาร์รี่กล่าว
ผลการแข่งขันนัดนี้ทำให้เชลซียังพ่ายแพ้ด้วยผลต่าง 4 ประตูเป็นครั้งที่ 2 ในประวัติศาสตร์ของศึกพรีเมียร์ลีก หลังจากเคยพ่ายแพ้ต่อลิเวอร์พูลด้วยสกอร์ 1-5 เมื่อปี 1996 ส่วนชัยชนะของบอร์นมัธนั้น เกือบประจวบเหมาะกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว ที่พวกเขาสามารถเอาชนะเชลซีด้วยสกอร์ 3-1 ในวันที่ 31 มกราคม ในเกมลีกซีซั่นที่แล้ว
นอกจากเชลซีมีปัญหาในเกมรับอย่างเห็นได้ชัด ด้านเกมรุกนั้นก็ยังอาการหนักเช่นเคย โดยทำได้เพียง 13 ประตูจาก 13 นัดหลังสุด โดยการคว้าตัวกอนซาโล่ อิกวาอิน ดาวยิงชาวอาร์เจนไตน์มาร่วมทีมนั้นก็ยังไม่สามารถสร้างความแตกต่างในแดนหน้าได้เท่าที่ควร อย่างไรก็ตาม ซาร์รี่เปิดใจว่าไม่รู้สึกกดดันถึงอนาคตการคุมบังเหียนสิงบลูมากเท่าไร แต่กลับกังวลว่าตัวเองนั้นล้มเหลวในการสื่อสารกับนักเตะก็เป็นได้
“ผมรู้สึกผิดหวัง นั่นไม่ใช่ความกดดัน คือผมไม่เห็นผลจากการทำงานของตัวเองเลย บางทีอาจเป้นความผิดของผมเองที่ไม่สามารถกระตุ้นและสร้างแรงจูงใจให้กับนักเตะได้” ซาร์รี่ กล่าวปิดท้าย
ติดตามข่าวเด็ดกีฬาดัง ทาง Line@ มติชนกีฬา (@matisport) คลิกเลย
![]()




