‘อูเป้ จุฑาวุธ’ มือปืนเจเนเรชั่นใหม่แห่งตระกูล ‘มัจฉาชีพ’

2.02.19 | 07:52 น.

 

หากจะกล่าวถึงวงการกีฬายิงปืน คงไม่มีใครไม่รู้จักนักยิงปืนอย่างตระกูล “มัจฉาชีพ” ครอบครัวที่เคยสร้างผลงานในวงการยิงปืนไทยมาแล้วอย่างมากมาย ไม่ว่าจะเป็นมหกรรมเอเชี่ยนเกมส์ ซีเกมส์ หรือแม้กระทั่งโอลิมปิกเกมส์

ครอบครัวนี้จะบอกว่าเป็นบ้านของนักยิงปืนแท้ๆ ก็คงไม่ผิด “หนึ่ง” ยิ่งยง มัจฉาชีพ, “ปู” วราวุธ มัจฉาชีพ, “ไก่” เทวฤทธิ์ มัจฉาชีพ และ “แป้ง” สุนันทา มัจฉาชีพ ต่างเคยประสบความสำเร็จในนามทีมชาติไทยมาแล้วมากมาย แต่ดูเหมือนว่าสายเลือดนักยิงปืนของพวกเขายังไม่หยุดอยู่แค่นั้น

“อูเป้” จุฑาวุธ มัจฉาชีพ คือลูกไม้ใต้ต้นที่กำลังมาทดแทนรุ่นพ่อของตัวเอง

Advertisement

อูเป้ในวัย 13 ปี เป็นลูกชายของวราวุธ เพิ่งคว้าเหรียญทองจากกีฬานักเรียน นักศึกษาแห่งชาติ ครั้งที่ 40 “นครสวรรค์ศึกษาเกมส์” ที่ จ.นครสวรรค์ ทั้งที่เพิ่งแข่งขันยิงปืนครั้งแรกในชีวิต

นักแม่นปืนเจเนเรชั่นล่าสุดของตระกูลมัจฉาชีพ เล่าว่า เริ่มต้นยิงปืนครั้งแรกตอนอายุ 4 ขวบ จากการเห็นพ่อซ้อมและเข้าร่วมแข่งขันกีฬายิงปืนรายการต่าง ๆ จึงเกิดความชื่นชอบกีฬายิงปืนตั้งแต่นั้นมา และรู้สึกว่าเป็นกีฬาที่เล่นแล้วเท่ ดูดี สมาร์ท แตกต่างจากกีฬาชนิดอื่น และอยากเป็นนักยิงปืนเหมือนพ่อให้ได้ จากนั้นจึงขอให้พ่อฝึกซ้อมให้เโดยจะใช้เวลาช่วงวันหยุด เสาร์-อาทิตย์ ในการฝึกซ้อม ที่สนามยิงปืนของสมาคมกีฬายิงปืนแห่งประเทศไทย ใกล้บ้านของตนเอง ส่วนปืนที่ถนัดที่สุดคือ ประเภทปืนอัดลมยาว

“ตอนเด็ก ๆ ผมอยากเล่นปืนเหมือนพ่อ เพราะมันดูเท่ดี จึงขอให้พ่อสอน และหลังจากได้ลองเล่นแล้ว มันรู้สึกสนุก และเพลินไปกับการฝึกซ้อมทุกครั้ง และเวลาผมฝึกยิงปืน เหมือนผมกำลังฝึกตัวเองให้มีสมาธิไปด้วย การเล่นกีฬายิงปืนมันทำให้ผมมีสติ มีความตั้งใจ และรู้จักใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์”

วราวุธเล่าว่า ปกติการฝึกซ้อมระยะแรกของอูเป้ จะเป็นหน้าที่ของพ่อ แต่ในช่วงระยะหลังมานี้ จำเป็นจะต้องให้ผู้อื่นช่วยในการฝึกซ้อมน้องอูเป้ เนื่องจากว่าถ้าให้ผู้เป็นพ่อฝึกซ้อมให้อยู่ฝ่ายเดียว น้องจะรู้สึกเป็นกันเองกับผู้ฝึกมากเกินไป อาจทำให้การฝึกซ้อมทำได้ไม่เต็มที่เท่าใดนัก การให้ผู้อื่นช่วยจะทำให้น้องมีพัฒนาการที่เร็วกว่า ซึ่งตอนนี้อูเป้ได้อยู่ภายใต้การฝึกซ้อมของผู้ฝึกสอนกีฬายิงปืนดีเด่นอย่างยิ่งยง มัจฉาชีพ ผู้เป็นลุงนั่นเอง

อูเป้ เปิดฉากอาชีพนักกีฬายิงปืนครั้งเเรกกับการเข้าร่วมเเข่งขันนครสวรรค์ศึกษาเกมส์ ซึ่งถือเป็นก้าวแรกของการเดินตามรอยเท้าของตระกูลมัจฉาชีพ และทำผลงานออกมาได้อย่างน่าประทับใจในการแข่งขันครั้งแรกในชีวิต หลังร่วมแข่งขันในประเภทปืนยาวอัดลม 3 ท่า สามารถทำแต้มไปได้ 554 แต้ม ในประเภทบุคคล และคว้าเหรียญทองในประเภททีมในนามของทีมจาก เขต 10 กรุงเทพฯ ที่ทำแต้มรวมกันไปถึง 1,691 แต้ม เป็นเหรียญทองครั้งแรกในชีวิต ซึ่งนักกีฬาน้อยคนนักที่จะประสบความสำเร็จตั้งแต่การเริ่มต้นครั้งแรกเช่นนี้ อาจเป็นเพราะสายเลือดนักยิงปืนที่ข้นอยู่ในตัว เพราะพรสวรรค์ หรือการฝึกซ้อมจากนักยิงปืนมือดีรอบตัว ก็เป็นไปได้หมด

“ผมรู้สึกตื่นเต้นมากก่อนการแข่งขัน แต่หลังจากที่รู้ว่าได้รับเหรียญทองแรกในชีวิต ก็รู้สึกดีใจมาก และดีใจที่จะได้เดินตามรอยเท้าพ่อผู้เป็นไอดอล อนาคตอยากเป็นนักกีฬาทีมชาติให้ได้ เพื่อจะได้ไปแข่งขันในกีฬายิงปืนระดับนานาชาติอย่างซีเกมส์ เอเชี่ยนเกมส์ หรือโอลิมปิกเกมส์ นี่คือเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้”

ด้านผู้เป็นพ่อกล่าวถึงอนาคตของลูกชายว่า อยากให้น้องอูเป้เข้ารับราชการตำรวจเหมือนกับตนเอง เพราะว่าเป็นอาชีพที่มั่นคง ส่วนเรื่องของกีฬายิงปืน ก็คิดว่าลูกจะสามารถพัฒนาฝีมือจนก้าวขึ้นไปติดทีมชาติได้ในอนาคต เพราะน้องมีความชื่นชอบกีฬายิงปืนเป็นต้นทุนอยู่แล้ว จึงไม่ใช่เรื่องยากที่ลูกชายจะเดินตามรอยเท้าของตน และตระกูลมัจฉาชีพคนอื่นๆ ที่เหลือก็ขึ้นอยู่กับการฝึกฝนของน้องเอง และตนพร้อมที่จะสนับสนุนน้องอูเป้อย่างเต็มที่

นอกจากนี้อูเป้ยังมีน้องสาวอีกคน ชื่อน้อง “เอเป้” จุฑาพักตร์ มัจฉาชีพ อายุ 10 ปี ซึ่งกำลังอยู่ในช่วงฝึกฝนกีฬายิงปืนเช่นกัน โดยวราวุธก็หวังว่าลูกสาวจะชื่นชอบกีฬายิงปืนเช่นกันกับพี่ชาย หลังเอเป้เคยบอกว่าชื่นชอบกีฬาเทควันโดอย่างมากสมัยเด็กๆ และอยากจะลองเล่น แต่กลัวว่ากีฬาเทควันโดจะมีอันตรายมากกว่า เนื่องจากต้องปะทะ จึงอยากให้ลูกสาวหันมาเล่นกีฬายิงปืนแทน ซึ่งก็ยอมฝึกซ้อมอย่างดี และดูเหมือนจะเริ่มชื่นชอบกีฬายิงปืนขึ้นมาบ้างแล้ว อนาคตก็อยากให้ลูกทั้งสองคน เป็นนักกีฬายิงปืนทั้งคู่ แค่นี้ตนเองก็รู้สึกสบายใจมากแล้ว

ถือเป็นบ้านที่มีนักยิงปืนมาประดับวงการไม่ขาดตอนเลยจริงๆ