คณะผู้บริหารจากการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) นำโดย นายอภิชาติ จีระพันธุ์ ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ในฐานะหัวหน้าคณะ พร้อมด้วย คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล กรรมการโอลิมปิกระหว่างประเทศ (ไอโอซีเมมเบอร์) และ ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการ กกท. เดินทางศึกษาดูงาน ที่สถาบันวิทยาศาสตร์การกีฬาแห่งประเทศญี่ปุ่น (JISS) และศูนย์ฝึกกีฬาแห่งชาติญี่ปุ่น (Ajinomoto National Training Center : Ajinomoto NTC) ในกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่น ล่าสุด เมื่อวันที่ 2 กุมภาพันธ์
โดยคณะผู้บริหารวงการกีฬาของไทย ได้ไปดูความพร้อมและความคืบหน้าของสนามแข่งขัน รวมถึงหมู่บ้านนักกีฬา ที่จะใช้ใน “โตเกียวเกมส์” โอลิมปิกเกมส์ 2020
“บิ๊กก้อง” ดร.ก้องศักดกล่าวว่า เรามีโอกาสได้ดูสนามแข่งขันที่จะใช้รองรับโอลิมปิกเกมส์ 2020 ไม่ว่าจะเป็นโอลิมปิก สเตเดียม ที่มีการทุบสนามเก่าทิ้ง และสร้างใหม่หมดให้ได้ตามมาตรฐานโอลิมปิก ศูนย์กีฬาทางน้ำ, เทนนิส วอลเลย์บอล และอื่นๆ อีกมากมาย นอกเหนือจากสนามต่างๆ แล้ว สิ่งที่ประทับใจคือ การจัดพื้นที่ ของแต่ละกีฬา ทำได้อย่างกลมกลืน วางแผนผังได้ยอดเยี่ยม ทั้งที่เป็นเมืองที่มีประชากรหนาแน่น เชื่อว่าหลังโอลิมปิกเกมส์จบลง สนามแข่งขันเหล่านี้จะเป็นสถานที่สำคัญของคนญี่ปุ่น และใช้จัดแข่งขันรายการใหญ่ๆ มากมายในอนาคต
ดร.ก้องศักดกล่าวต่อว่า ในส่วนของหมู่บ้านนักกีฬา ที่กำลังอยู่ระหว่างก่อสร้างก็มีความยอดเยี่ยม ญี่ปุ่นใช้เทคโนโลยีเต็มที่เพื่อเน้นความปลอดภัย ป้องกันฝุ่น และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่กระทบสถานที่อื่นๆ ที่อยู่ใกล้เคียงเลย ถือเป็นแบบอย่างที่ดีให้เรานำไปปรับใช้ปรับปรุงสนามกีฬาต่างๆ ในไทย ที่ กกท.มีโครงการอยู่แล้วอย่างสนามราชมังคลากีฬาสถาน, มวกเหล็ก, นครราชสีมา และเชียงใหม่
“ทุกครั้งที่ทัพนักกีฬาไทยออกไปแข่งขันต่างประเทศสิ่งที่จะขาดไม่ได้คือ ไทยเฮาส์ ที่คอยบริการนักกีฬา และเจ้าหน้าที่ไทย ในเรื่องอาหารและอำนวยความสะดวกต่างๆ ซึ่งในโอลิมปิกเกมส์ ครั้งนี้แม้จะยังไม่ได้พิจารณาว่าจะตั้งไทยเฮาส์จุดไหน แต่จากภาพรวมก็คิดว่าน่าจะต้องอยู่แถวๆ หมู่บ้านนักกีฬา เพราะจะได้สะดวกต่อนักกีฬา และพื้นที่ตรงนั้นยังมีทำเลที่ใกล้กับสนามกีฬาหลายชนิดด้วย” ผู้ว่าการ กกท.กล่าว
คุณหญิงปัทมากล่าวว่า จากการได้เยี่ยมชมสนามต่างๆ สิ่งที่ประทับใจที่สุด คือ โตเกียว โอลิมปิก สเตเดียม ที่จุคนได้มากที่สุดในโอลิมปิกเกมส์ 2020 คือ 68,000 คน และสามารถขยายได้ถึง 80,000 คน เป็นสังเวียนรอบชิงชนะเลิศของกีฬาฟุตบอล และใช้จัดพิธีเปิด-ปิด นอกจากนี้ยังเป็นสนามที่ผู้ชมให้ความสนใจจับจองตั๋วมากที่สุดแม้ว่าราคาจะแพงที่สุดเช่นกัน นอกจากนี้เรายังได้เห็นความพร้อม รวมถึงเทคโนโลยีที่ก้าวล้ำของญี่ปุ่น ซึ่งเป็นประเทศที่มีความพิถีพิถัน ทุกอย่างเป็นไปตามกำหนด ถึงขนาดที่ทางคณะกรรมการโอลิมปิกสากล (ไอโอซี) ชื่นชมว่าไม่เคยมีเจ้าภาพโอลิมปิกเกมส์ชาติไหน ที่เตรียมพร้อมได้ดีเท่านี้ นับว่าเป็นประโยชน์สูงสุดที่เราได้มาเยี่ยมชม และศึกษาเพื่อนำกลับไปปรับใช้ที่ไทยต่อไป








