ความจั๊กจี้ของพรีเมียร์ลีกปีนี้ ไม่ใช่แค่เรื่อง เลสเตอร์คว้าแชมป์ แต่รวมถึงความจริงที่ว่า แมนฯ ซิตี้ หรือ แมนฯ ยูไนเต็ด ทีมใดทีมหนึ่งจะไม่ได้เล่นแชมเปี้ยนส์ลีกในฤดูกาลหน้า
ซิตี้อยู่ที่ 4 มี 65 แต้ม มากกว่ายูไนเต็ดซึ่งอยู่อันดับ 5 แค่ 2 คะแนน ต้องลุ้นกันถึงนัดสุดท้ายอาทิตย์นี้ว่าใครจะได้โควต้าไปลุยถ้วยใหญ่
เกมวันอาทิตย์ ปีศาจแดง เล่นในบ้านเจอบอร์นมัธ ส่วน เรือใบสีฟ้า บุกไปเยือนสวอนซี
บอกตามตรง ผมเชื่อว่าแมนฯ ยูชนะแบเบอร์ แต่แมนฯ ซิตี้ยังไม่แน่ โอกาสชนะ-เสมอ-แพ้ พอๆ กันทุกมุม
ซิตี้ความจริงเล่นง่ายกว่า แค่เสมอก็น่าจะพอ เนื่องจากลูกได้-เสียดีกว่าผีถึง 18 ลูก แต่แฟนๆ กลับไม่ไว้ใจ ฟอร์มช่วงหลังมันป้อแป้ไงครับ นักเตะเล่นกันเหมือน หมดไฟ รอเวลาเปลี่ยนกุนซือท่าเดียว ยิ่ง แว็งซองต์ กอมปานี กัปตันทีมมาเจ็บต้องพักยาว ทีมก็ขาดผู้นำเคว้งคว้างเข้าไปใหญ่
แมนฯ ซิตี้ เล่นบอลลีก 4 นัดหลังชนะนัดเดียว เกมชี้ชะตาอาทิตย์นี้ไม่รู้จะฮึดขึ้นหรือเปล่า
สภาพของซิตี้ตรงข้ามกับสวอนซีเจ้าบ้าน ทีม หงส์ขาว ชนะมา 2 นัดรวด หักปีกลิเวอร์พูล 3-1 บุกถล่มเวสต์แฮม 4-1 เล่นในบ้าน 4 นัดหลังก็ชนะหมด เสียแค่ประตูเดียว
ถ้าเจอกันตอนสดๆ คงไม่น่าห่วงแมนฯ ซิตี้ แต่ช่วงนี้ทุกอย่างเป็นไปได้ทั้งนั้น
แล้วถ้าซิตี้พลาดท่าถึงขึ้นแพ้ อดไปแชมเปี้ยนส์ลีกขึ้นมาจริงๆ มันก็หายนะชัดๆ
เรือใบสีฟ้ามีปัญหาเรื่องการยืนระยะ ยาย่า ตูเร่ สภาพไม่เหมือนเดิม, กุน อากูเอโร่ เจ็บบ่อยจนฟอร์มหลุด, เควิน เดอ บรอยน์ กับ แว็งซองต์ กอมปานี เสียเวลาไปกับการบาดเจ็บทั้งคู่
แล้วเรื่อง เปลี่ยนกุนซือ ที่รีบออกข่าวว่า เป๊ป กวาร์ดิโอล่า จะเข้ามาคุมแทน มานูเอล เปเญกรินี่ ก็เปิดตัวเร็วเกินไป มีผลต่อสปิริตของนักเตะแน่นอน
ซิตี้ออกสตาร์ตด้วยการชนะ 5 นัดรวด แต่อีก 32 เกมหลังจากนั้น กลับชนะอีกแค่ 14 นัด นี่คือผลของความไม่เสถียรในทีม ทั้งเรื่องบาดเจ็บ และการบริหารที่ผิดพลาด
เกมเยือนสวอนซีเป็นโอกาสแก้ตัวครั้งสุดท้าย กุนซือเปเญกรินี่ต้องขอลูกน้องให้ทิ้งทวน ไม่จำเป็นต้องเล่นสวยหรือเหนือชั้น ขอแค่สู้ตาย เอาเสมอกลับบ้าน ทำยังไงก็ได้อย่าให้แพ้
ใจผมลึกๆ แล้ว ยังเชื่อว่าซิตี้น่าจะเอาอยู่ แต่อย่างที่บอก คือมันออกได้ทุกทาง ยิ่งถ้าสวอนซีดันคึกเล่นเอาใจแฟนส่งท้าย เกมนี้จะบีบหัวใจชาวเรือสุดสุด
เลสเตอร์เป็นแชมป์ แมนฯ ซิตี้ไม่ติดหนึ่งในสี่ เอาให้สุดโต่งไปเลยไหม!

