เป็นธรรมดาของกีฬาที่ต้องพัฒนากฎและกติกาการแข่งขันให้เข้ากับสมัยนิยม หรือเพื่อความเปลี่ยนแปลงในเชิงบวก ซึ่งทั้งนักกีฬา สต๊าฟโค้ช หรือแม้กระทั่งแฟนๆ อย่างเราๆ ท่านๆ ก็ต้องปรับตัวตามให้ทันเกมไปด้วย
อย่างศึกใหญ่ของวงการลูกหนังโลกอย่างรายการ ยูโร 2016 ที่ประเทศฝรั่งเศส ระหว่างวันที่ 10 มิถุนายน-10 กรกฎาคมที่จะถึงนี้ ก็จะมีการเปลี่ยนแปลงเรื่องกติกาเกิดขึ้นถึง 6 ข้อหลักๆ ซึ่ง คณะกรรมการบริหารสมาคมฟุตบอลนานาชาติ (ไอเอฟเอบี) เพิ่งแถลงการบังคับใช้กฎใหม่ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป
การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวแม้จะไม่ถึงขั้นปรับโฉมหน้าการแข่งขันไปอย่างสิ้นเชิง แต่อย่างน้อยๆ ก็จะช่วยให้กีฬาฟุตบอลสนุกขึ้นและบริสุทธิ์ยุติธรรมมากขึ้น ถึงจะแค่เล็กน้อยก็ตาม โดยว่ากันว่าทีมชาติอังกฤษจะทดลองเล่นตามกฎใหม่ในเกมอุ่นเครื่องในเดือนพฤษภาคมนี้
เพื่อให้การติดตามบอลถ้วยใหญ่ของยุโรปในอีกไม่กี่เดือนข้างหน้าเป็นไปอย่างราบรื่น วันนี้เราจึงถือโอกาสนำความเปลี่ยนแปลงที่กำลังจะเกิดขึ้นมาฝากกัน…
ใบแดงก่อนเกม – ต่อไปนี้นักเตะคนไหนประพฤติตัวไม่เหมาะสมก่อนลงสนาม (เริ่มตั้งแต่ช่วงวอร์มอัพ) ก็มีสิทธิโดนโทษใบแดงจนอดลงเล่นได้ จากเดิมที่กฎระบุไว้ว่าเกมจะต้องเริ่มแล้วเท่านั้น กรรมการถึงจะมีสิทธิลงโทษนักกีฬา ตัวอย่างชัดเจนในอดีตคือเกมลีกระหว่าง อาร์เซน่อล กับ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่สนามไฮบิวรี่ เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปี 2005 ซึ่ง ปาทริก วิเอร่า ของปืนใหญ่ ไปพูดจาไม่ดีใส่ รอย คีน และ แกรี่ เนวิลล์ ของปีศาจแดง จนคีนปรี่มาจะเอาเรื่อง และเชิ้ตดำต้องเข้าไปแยกทั้ง 2 ฝ่าย

การเตะคิกออฟ – ตามประเพณีปฏิบัติแต่ไหนแต่ไรมา เวลาเตะคิกออฟหรือเขี่ยบอลจากจุดกลางสนาม จะต้องเขี่ยบอลไปข้างหน้า แต่นับจากวันที่ 1 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป จะอนุญาตให้ผู้เล่นเขี่ยบอลไปด้านหลังหรือทิศทางไหนก็ได้ที่ต้องการตราบใดที่ผู้เล่นซึ่งรอรับบอลยืนอยู่ในวงกลมกลางสนาม
ไม่มีบทลงโทษ 3 ขั้นอีกต่อไป – ก่อนหน้านี้มีกฎเหล็กว่า หากผู้เล่นแนวรับคนสุดท้ายไม่ว่าจะเป็นกองหลังหรือผู้รักษาประตู เข้าสกัดหรือขัดขวางการทำประตูของผู้เล่นอีกฝ่ายที่มีจังหวะจะแจ้งในกรอบเขตโทษ กรรมการต้องแจกใบแดงให้ผู้เล่นแนวรับคนดังกล่าว เป่าให้ทีมที่ฟาวล์เสียจุดโทษ และผู้เล่นคนนั้นจะติดโทษแบนในนัดต่อไปทันที แต่หลังจากนี้จะต้องพิจารณาจากเจตนาเป็นหลัก ถ้าผู้เล่นที่ทำฟาวล์มีเจตนาจะเล่นบอล ก็ให้กรรมการแจกเพียงใบเหลืองเท่านั้น ยกเว้นจะเข้าบอลหนักเกินกว่าเหตุ มีการดึง หรือทำแฮนด์บอล ก็ต้องโดนใบแดงอยู่ดี
ห้ามหลอกยิงลูกโทษ – ไอเอฟเอบีระบุชื่อ ลิโอเนล เมสซี่ แข้งเทพชาวอาร์เจนไตน์ของ บาร์เซโลน่า เป็นตัวอย่างชัดเจนของประเด็นนี้ โดยระบุว่าต่อจากนี้ไป ผู้ที่ทำหน้าที่สังหารลูกโทษที่จุดโทษจะต้องเตะบอลในจังหวะเดียว ห้ามหลอกดึงจังหวะหรือทำเป็นเตะไม่โดนเพื่อรอให้ผู้รักษาประตูพุ่งผิดทาง หากใครทำแบบนั้นจะต้องโดนใบเหลือง (และถ้านายทวารขยับออกมานอกเส้นประตูก็จะโดนใบเหลืองเช่นกัน) อย่างไรก็ตาม กฎใหม่ไม่ได้ห้ามการเปิดลูกจุดโทษให้เพื่อนยิงแทน เหมือนที่เมสซี่เขี่ยให้ หลุยส์ ซัวเรซ ยิงในเกมถล่ม เซลต้าบีโก้ 6-1 เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ จึงยังสามารถทำวิธีนี้ได้ต่อไป
เพิ่มช่วงคูลลิ่งเบรก – อาจจะเพื่อเตรียมรับมือบรรยากาศร้อนสุดขีดของ ฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์ ในอีก 6 ปีข้างหน้า ไอเอฟเอบีจึงออกกฎว่าในวันที่อากาศร้อนจัดหรือความชื่นในอากาศสูง ให้กรรมการสั่งพักการแข่งขันได้ตามสมควรเพื่อให้นักเตะได้ดื่มน้ำแก้กระหาย

ไม่จำเป็นต้องออกไปปฐมพยาบาลนอกสนามเสมอไป – ถ้านักเตะคนใดถูกทำฟาวล์แรงจนอีกฝ่ายโดนใบเหลืองหรือใบแดง กรรมการต้องอนุญาตให้นักเตะคนนั้นได้รับการปฐมพยาบาลในสนาม ไม่จำเป็นต้องลุกหรือหามออกไปพยาบาลกันนอกสนามแล้วค่อยกลับเข้ามาใหม่อีกต่อไป
นอกจากนี้ ยังมีกฎใหม่ที่เตรียมบังคับใช้ แต่ยังจะไม่ปรากฏในศึกยูโรที่จะถึงนี้ นั่นคือกฎการให้ประตูอัตโนมัติกรณีมีการขัดขวางลูกที่จะต้องเข้าประตูอย่างแน่นอน ตัวอย่างชัดเจนคือศึกฟุตบอลโลก 2010 ระหว่างอุรุกวัยกับกานา ซึ่งหลุยส์ ซัวเรซ กระโดดใช้มือปัดลูกยิงของ สตีเฟ่น อัปปิอาห์ ออกจากเส้นประตูพอดี
ผลคือซัวเรซโดนใบแดงไล่ออกจากสนาม ส่วนกานาได้ลูกโทษที่จุดโทษ แต่ อซาโมอาห์ กียาน กองหน้าทีมชาติกานากลับแพ้แรงกดดันยิงข้ามคานไปเหลือเชื่อ สุดท้ายกลายเป็นว่าเกมลงเอยด้วยผลเสมอ 1-1 ในเวลา 120 นาที และอุรุกวัยดวลจุดโทษชนะ 4-2 ได้ผ่านเข้าสู่รอบตัดเชือก โดยซัวเรซกลายเป็นฮีโร่ของคนทั้งประเทศท่ามกลางเสียงวิพากษ์วิจารณ์และความเห็นใจในโชคร้ายของทีมจากแอฟริกา
อย่างไรก็ตาม กฎใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตนั้น หากมีเหตุการณ์อย่างนี้เกิดขึ้นอีก กรรมการจะเป่าให้ทีมที่เสียประโยชน์ได้ประตูในทันที (เพราะถ้าไม่มีการทำฟาวล์เกิดขึ้นก็จะต้องเป็นประตูอยู่แล้ว)
ย้ำกันอีกทีว่า กฎกติกาที่ระบุข้างต้นจะเริ่มใช้ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายนนี้เป็นต้นไป เพราะฉะนั้นรีบจำกันไว้
…เพราะอีกเดือนเศษๆ ศึกยูโร 2016 ที่จะใช้กฎเหล่านี้ก็จะมาให้ดูกันแล้ว

