ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย เป็นประธานแถลงข่าว “แกร็บ” ซุปเปอร์แอพ ประกาศเป็นผู้ร่วมสนับสนุนทีมฟุตบอลทีมชาติไทยอย่างเป็นทางการ พร้อมเปิดแคมเปญ “เชียร์ไทยไปกับแกร็บ” ที่ กกท.หัวหมาก เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ โดยมี พล.ต.อ.สมยศ พุ่มพันธุ์ม่วง นายกสมาคมกีฬาฟุตบอลฯ และนายธรินทร์ ธนียวัน กก.ผจก.ใหญ่ แกร็บ ประเทศไทย ร่วมแถลง
ดร.ก้องศักด กล่าวว่า การเข้ามาของแกร็บจะช่วยเรื่องรับรองการเดินทางของแฟนบอลเป็นการส่งเสริมการจัดกีฬา พัฒนาเศรษฐกิจและการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน
พล.ต.อ.ดร.สมยศ กล่าวว่า การเข้ามาสนับสนุนของแกร็บนั้น ในส่วนของเงินสนับสนุนจะนำไปใช้ในการพัฒนาทีมชาติไทยในทุกชุด ขณะเดียวกันเมื่อมีการแข่งขันต่างๆ จะได้แกร็บเข้ามาช่วยแก้ไขปัญหาในเรื่องของการจราจร มีความสะดวกสบายในการเดินทางมาชมที่สนามแข่งขัน เป็นนวัตกรรมที่เข้าถึงง่าย และปลอดภัยด้วย
นายธรินทร์ กล่าวว่า สิ่งที่แกร็บจะมอบให้กับแฟนฟุตบอลชาวไทยคือการเดินทางที่ปลอดภัยและสะดวกสบาย จะมีการปักหมุดจุดจอดรถ เรียกรถต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกให้กับแฟนบอลที่จะเข้ามาชมเกมในสนาม โดยแคมเปญ “เชียร์ไทยไปกับแกร็บ” นอกเหนือจากบริการเรียกรถ ยังมีโปรโมชั่นส่วนลดต่างๆ เช่น สามารถใช้โค้ด “CHEERTHAI” เพื่อรับส่วนลด 50 เปอร์เซ็นต์ เมื่อเรียกรถไปยังสนามแข่งขัน ขณะที่ส่วนของผู้ขับแกร็บจะมีกิจกรรมเปิดคลีนิคสอนฟุตบอลให้กับลูกหลานของผู้ขับ เป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับเยาวชนอีกด้วย
พล.ต.อ.สมยศ กล่าวต่อว่า ความพร้อมทีม “ช้างศึก” ที่จะเข้าร่วมรายการพิเศษ “ไชน่า คัพ” ที่ประเทศจีน วันที่ 21-25 มีนาคม “โค้ชโต่ย” นายศิริศักดิ์ ยอดญาติไทย และ “โค้ชโชค” นายโชคทวี พรหมรัตน์ ได้มีการวางแผนเอาไว้แล้ว เป็นครั้งเดียวที่ทั้งคู่จะได้ทำหน้าที่อย่างเต็มที่ เพราะเป็นรายการนี้ไม่มีข้อจำกัดเรื่องไลเซนส์ในการคุมทีม ครั้งนี้จะได้เจอกับทีมแข็งๆ แต่ละทีมอันดับโลกสูงกว่าไทยทั้งสิ้น อย่างไรก็ตามเชื่อว่านักเตะทีมชาติไทยจะสามารถสร้างความสุขให้กับแฟนบอลได้ และจะเป็นรายการที่สนุกสำหรับคนดูอย่างแน่นอน
ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกรณี 4 นักเตะ ที่เล่นอยู่ในลีกต่างประเทศทั้งหมด ได้แก่ “เจ” ชนาธิป สรงกระสินธ์, “อุ้ม” ธีราทร บุญมาทัน และ “นิว” ฐิติพันธ์ พ่วงจันทร์ ที่เล่นอยู่ในเจลีก ญี่ปุ่น และ “ตอง” กวินทร์ ธรรมสัจจานันท์ ที่เล่นในลีกเบลเยียม ซึ่ง บิ๊กอ๊อด เผยว่า ได้ทำหนังสือขอตัวนักกีฬาส่งไปยังสโมสรของทั้ง 4 คนเรียบร้อยแล้ว คิดว่าทุกคนน่าจะอยากกลับมาเล่นทีมชาติในช่วงฟีฟ่าเดย์แน่นอน

